ตอนที่ 1079
บทที่ 1079 คนมาแล้ว
October 28, 2026
ที่นี่มีเรือพังลำหนึ่ง คือตอนที่เต้าจ่างตามฆ่าไป๋ยี่เฟยในตอนแรก พบเข้ากับปีศาจทะเล ถูกบังคับให้จอดในที่แห่งนี้ และเรือก็ด้วยเหตุนี้ถูกทิ้งให้เป็นของชำรุด
ผ่านอดีตที่ยาวนานมาก อาหารที่อยู่บนเรือก็ได้เน่าเละไปหมดแล้ว
ทว่าสิ่งเหล่านี้ต่างก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเรือใหญ่มากพอ ห้องโดยสารเรือสามารถขวางกั้นลมทะเลเอาไว้ได้ ภายในห้องโดยสารยังมีเตียง
ไป๋ยี่เฟยจึงพาหลี่เสว่และหลิวเสี่ยวอิงเข้าไปในเรือพังลำนี้
หลังจากที่ทั้งสองคนเห็นเรือลำนี้ก็ยังตกใจเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ไป๋ยี่เฟยก็เลยเล่าให้พวกเธอฟังว่าเรือลำนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
แต่ในขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ก็กระอักเลือดออกมาอีก
หญิงสาวสองคนหลังจากที่เห็นก็ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก อารมณ์ที่เดิมทีผ่อนคลายลงเล็กน้อยหนักอึ้งขึ้นมาอีกครั้ง ช่วยไป๋ยี่เฟยตบหลังไปด้วย แอบน้ำตาไหลอย่างเงียบๆไปด้วย
พวกเธอสุดท้ายก็ยังคงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
หลังจากที่ไป๋ยี่เฟยหยุดไอก็พิงไปบนกำแพง คนทั้งคนอ่อนแอลงยิ่งกว่าเดิม
หลิวเสี่ยวอิงรีบหาเบาะนิ่มที่อยู่ภายในห้องโดยสาร ให้ไป๋ยี่เฟยนั่งลงบนเบาะ
จากนั้นหลี่เสว่และหลิวเสี่ยวอิงก็นั่งลงเช่นเดียวกัน
หลี่เสว่นำศีรษะของไป๋ยี่เฟยวางลงบนต้นขาของตนเอง ให้เขาหนุนนอน
และที่ไป๋ยี่เฟยพาพวกเธอมาที่นี่ ไม่ได้จะทำอะไรจริงๆ ถึงอย่างไรคนก็จะตายอยู่แล้ว จะมีอารมณ์ไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกันอีก?
เขาเพียงแค่ไม่อยากให้คนเหล่านั้นเห็นสภาพที่ย่ำแย่หมดหนทางของเขาก็เท่านั้นเอง
“ที่รัก…”
หลี่เสว่ใช้สองมือที่อ่อนนุ่มประคองใบหน้าของไป๋ยี่เฟยเบาๆ และน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเธอก็หยดลงบนใบหน้าของไป๋ยี่เฟย จากนั้นเธอก็เช็ดออกเบาๆอีก
ไป๋ยี่เฟยกลับไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เขาเพียงแค่มีความสุขอยู่กับการปลอบโยนที่ใกล้ชิดในช่วงเวลาสั้นๆนี้
และเขาตอนนี้ อะไรก็ไม่อยากจะไปคิดแล้ว เขาเพียงแค่อยากตายไปอย่างเงียบๆ ภายในอ้อมแขนของผู้หญิงทั้งสองคนของตนเอง
ไป๋ยี่เฟยกุมมือข้างหนึ่งของหลี่เสว่เอาไว้ เอ่ยขึ้นอย่างออดอ้อนราวกับเด็กก็ไม่ปาน “ไม่ต้องลูบแล้ว บนใบหน้าสกปรกมาก”
หลี่เสว่ก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังหลิวเสี่ยวอิง
หลิวเสี่ยวอิงรีบลุกขึ้นไปหาผ้าขนหนู กะละมังและน้ำ จากนั้นเช็ดหน้าให้กับไป๋ยี่เฟย
รอจนหลังจากที่เช็ดเสร็จ มืออีกข้างของไป๋ยี่เฟยกุมมือของหลิวเสี่ยวอิงเอาไว้ เขาเอ่ยขึ้นอย่างละอายใจมากว่า “ผมผิดต่อพวกคุณ”
“ฮือๆ…” หลิวเสี่ยวอิงร้องไห้เสียงดังขึ้นมาอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป
หลี่เสว่ก็ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลลงมาตามหางตา
จากนั้นหลี่เสว่ก็หยิบที่โกนหนวดไฟฟ้าออกมาจากในกระเป๋าของหลิวเสี่ยวอิง เธอโกนหนวดที่เป็นเพราะหลายวันไม่ได้โกนของไป๋ยี่เฟยออกอย่างช้าๆ
ไป๋ยี่เฟยดูมีชีวิตชีวากว่าก่อนหน้านี้มาก
เขายันตัวเองลุกนั่งขึ้นมา จากนั้นโอบหลี่เสว่และหลิวเสี่ยวอิงเข้ามาในอ้อมแขนทั้งซ้ายและขวา เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม “ก่อนหน้าที่จะตายมีพวกคุณอยู่เป็นเพื่อน มีความสุขจริงๆเลย!”
มีความสุขคือมีความสุขจริงๆ รอยยิ้มนั่นกลับไม่เป็นจริง
...
เรือเหล่านั้นที่อยู่ริมชายฝั่งมีความรู้ใจกันเป็นอย่างมาก ศัตรูไม่ขยับฉันไม่ขยับ ยังคงไม่มีใครออกมาจากห้องโดยสารเรือ พวกเขามีความอดทนเป็นอย่างมากในการรอคอย
มีเพียงคนที่อยู่บนเรือลำนั้นของพวกหลี่เสว่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและเศร้าสลด
เฉินห้าวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามไป๋หยุนเผิงอีกครั้ง “ไม่มีวิธีไหนแล้วจริงๆหรอครับ?”
ไป๋หยุนเผิงไม่ได้ตอบกลับคำถามนี้ของเฉินห้าว เขาเพียงแค่จับราวกั้นด้วยมือสองข้างที่สั่น
เพราะว่าคำถามนี้ได้มีสิบกว่าคนเคยถามเขาแล้ว ทุกครั้งที่เขาตอบ ใจก็จะเจ็บตามขึ้นมาทุกครั้ง
ซาเฟยหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างมองไปทางเรือชำรุดที่อยู่อีกด้าน เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ “คนที่เล่นหมากไม่เคยใส่ใจความเป็นความตายของหมากมาก่อน”
เฉินห้าวเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน “งั้นพวกเราก็ต้องทำอะไรบ้างล่ะมั้ง?”
ไป๋หยุนเผิงส่ายศีรษะพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก “การต่อสู้ระหว่างคนเหล่านั้น พวกเราไม่มีทางแทรกมือได้เลย”
“สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือเฝ้าดูเขา จนกระทั่งเขาจากไป” ซาเฟยหยางถอนหายใจเบาๆพร้อมกับเอ่ย
ไป๋หยุนเผิงสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วเอ่ยว่า “ให้พวกเขาอยู่ด้วยกันดีๆเถอะ อย่าไปรบกวนพวกเขาเลย”
...