ตอนที่ 1067
บทที่1067 ไม่ชอบเธอแล้ว
October 28, 2026
ทว่าไป๋ยี่เฟยกลับยิ้มบางๆ ให้กับทุกคน กล่าวว่า “ช่วยหลิงหลิง”
กล่าวจบ ตัวเขาก็ล้มลงบนพื้นเสียงดัง “ตึ้ง”
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกเหนื่อยยิ่ง เหนื่อยเสียจนแม้แต่กะพริบตาก็ยังรู้สึกเหนื่อย
ซึ่งพริบตาที่เขาล้มลงไปนั้น เขามองเห็นคนรอบตัว แต่ละคนล้วนเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย โดยใบหน้าของแต่ละคนต่างเผยความร้อนใจกับความกังวลออกมา พร้อมกับพุ่งเข้ามาหาเขา
เข้าล้มลงกับพื้น
ดูเหมือนสลบไปแล้ว แต่เขายังรู้สึกตัว
เขารู้ว่าเขาถูกคนส่งไปรถพยาบาล แล้วส่งไปโรงพยาบาล
เขายังรู้ว่าตนเองถูกพาเข้าห้องผ่าตัด จากนั้นหมอก็ฉีดยาสลบให้เขาเข็มหนึ่ง ภายหลังเขาถึงสูญเสียการรู้สึกตัวไปในที่สุด
......
หมอของโรงพยาบาลโว่หลงที่ทำหน้าที่รักษาไป๋ยี่เฟย เขากล่าวขึ้นด้วยความร้อนใจเต็มใบหน้า “ตอนนี้อวัยวะทั่วร่างของเถ้าแก่กำลังเสื่อมสภาพ หาไม่เจอวิธีที่จะยับยั้งได้ นี่เป็นสภาวะที่พวกเราไม่เคยพบเจอมาก่อน”
ไป๋หยุนเผิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ ก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว กำลังพยายามสกัดกั้นอารมณ์ของตัวเองไว้
หมอกล่าวอีกว่า “สภาวะเช่นนี้พบเห็นได้น้อยมาก โรคอื่นๆ ขั้นตอนในการเสื่อมสภาพของอวัยวะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่ขั้นตอนของเขาเชื่องช้ามาก ช้าจนถึงขนาดที่ว่าค้นพบไม่ง่าย”
“แต่ว่า......ช้าแค่ไหนก็เป็นการเสื่อมสภาพเช่นกัน”
ไป๋หยุนเผิงขอบตาแดง ถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “งั้นเขา......ยังอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”
“นี่......ผมเองก็ไม่แน่ใจ” หมอส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
ไป๋หยุนเผิงไม่สงสัยในคำพูดของหมอเลยสักนิด เพราะเขารู้ชัดเจนดี
นี่คือความพิเศษของสายเลือดตระกูลไป๋ แม้จะเข้าสู่สภาวะระเบิดพลัง สามารถกระตุ้นศักยภาพในร่างกายออกมาได้ในเวลาสั้นๆ จากนั้นความสามารถจะสูงเกินกว่าปกติ
แต่ในความเป็นจริง นี่เป็นการใช้งานร่างกายมากเกินไปรูปแบบหนึ่ง
ไป๋ยี่เฟยเดิมทีควรจะเข้าสู่สภาวะแปรสภาพแล้ว จากนั้นก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง เท่ากับเกินขีดจำกัดมาสองครั้งแล้ว
ไป๋หยุนเผิงไม่กล้าคิดต่อ ไป๋ยี่เฟยฆ่าผู้แข็งแกร่งแห่งแดนเทพยุทธ์คนหนึ่งตาย ท้ายที่สุดแล้วเกินขีดจำกัดไปเท่าไหร่กันแน่?
แต่เขายังคงถามขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างไม่เต็มใจ “ไม่มีหนทางสักนิดแล้วจริงๆ เหรอ?”
“ขอโทษด้วย คุณไป๋” หมอส่ายหน้า มีความโศกเศร้าเต็มใบหน้า “หมอรักษาโรคได้ แต่ยับยั้งการแก่ชราไม่ได้”
“ร่างกายของเถ้าแก่เหมือนร่างกายของคนวัยชราคนหนึ่ง เขากำลังแก่ลงอย่างช้าๆ”
......
นอกห้องคนไข้ของไป๋ยี่เฟย บนระเบียงทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาล้วนอยากมาดูว่าไป๋ยี่เฟยเป็นอย่างไรบ้าง แต่ยังคงไม่มีใครเข้าไป แล้วก็ไม่มีใครคิดจะจากไป
เห็นช่นนี้ เฝิงจั๋วก็ออกมาไกล่เกลี่ยว่า “ผมรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกังวลกันมาก แต่พวกเราคนมากขนาดนี้มาออกันอยู่ที่นี่ พี่ใหญ่เองก็ไม่แน่ว่าจะฟื้นได้ทันที กลับยังจะกระทบถึงเขาแทน”
“ทุกคนกลับไปกันก่อนเถอะ รอพี่ใหญ่ฟื้นแล้ว อยากมาเยี่ยมพี่ใหญ่ก็สามารถแบ่งกลุ่มมาเยี่ยมได้ จะได้ไม่กระทบการพักฟื้นของพี่ใหญ่”
ได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็ค่อยๆ แยกย้ายกันไปในที่สุด
......
ไป๋ยี่เฟยฟื้นแล้ว
ตอนเขาฟื้นคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องคนไข้ คนที่ทำให้ไป๋ยี่เฟยคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง
คนนั้นก็คือพ่อของหลิวเสี่ยวอิง หลิวโก๋จง
หลิวโก๋จงนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย เขานั่งหลังเหยียดตรง สีหน้าเองก็เคร่งขรึมมาก
หลังเห็นไป๋ยี่เฟยฟื้นแล้วก็กล่าวขึ้นอย่างราบเรียบว่า “ฟื้นแล้ว?”
ไป๋ยี่เฟยเห็นเช่นนี้ก็คิดจะลุกขึ้นนั่ง แต่พอแขนเขาขยับนิดเดียว ก็เจ็บจนเหงื่อผุดตรงขมับ
หลิวโก๋จงรีบกดเขาไว้พลางพูดว่า “บาดเจ็บหนักขนาดนี้ นอนลงเถอะ”
ไป๋ยี่เฟยเห็นเรื่องราวในใจซับซ้อนเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแปลกใจที่หลิวโก๋จงมาเยี่ยมเขา ที่มากกว่านั้นคือความละอายใจ
“ผมขอโทษ”
หลิวโก๋จงกลัวชะงักไปเล็กน้อย “คุณขอโทษฉันทำไม?”
ไป๋ยี่เฟยมองเขาอย่างละอายใจไม่เอ่ยวาจา