ตอนที่ 2.3
บทที่ 2 รับน้อง4
November 3, 2026
บทที่ 2 รับน้อง4
“พี่กลับมาแล้ว” ซูเม่ยดึงน้องสาวน้องชายมากอดลูบไหล่ลูบหลังอย่างปลอบโยน ยิ่งกอดอย่างนี้นางกลับยิ่งรับรู้ว่าเด็กน้อยของนางผอมบางลงเพียงใด หนังหุ้มกระดูกคงไม่เกินจริงนัก นางลูบใบหน้าซูบตอบดวงตาโหลลึกอย่างปวดใจ
“ไปกันเถอะ พี่ใหญ่มารับพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน” นางปาดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นจูงมือเสี่ยวเหวิน และเจียวเอ๋อคนละข้าง เพื่อพาออกไปจากที่นี่
“พี่ใหญ่ เอาผ้าห่มผืนนั้นไปด้วยเจ้าค่ะ มันอุ่นมาก” ซูเจียวกระตุกแขนของพี่สาวเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่ผ้าห่มผืนนั้น
“พี่ใหญ่ ท่านปู่ท่านย่าปล่อยพวกเราไปแล้วเหรอขอรับ” ไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดแขนอีกข้างก็กระตุกเบาๆเช่นกัน ซูเหวินถามขึ้นอย่างเป็นกังวล เขาเกรงว่าหากชายหญิงชราคู่นั้นไม่ยินยอมจะสร้างปัญหาขึ้นอีก จนพี่สาวจะต้องเดือดร้อน
ซูเม่ยสบตาคู่สวยทั้งสองที่เฝ้ารอคำตอบ คนหนึ่งเอียงคอรอคอยคำตอบอย่างน่ารัก อีกคนรอคอยด้วยความวิตกกังวลเกินกว่าจะเป็นเด็กในวัย 5 หนาว
“ผ้าห่มหนาๆ พี่ใหญ่มีให้เจียวเอ๋ออีกเยอะ พวกเราจะไม่เหน็บหนาวอีก ส่วนท่านปู่กับท่านย่าพี่ไปพูดคุยกับพวกท่านจนเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้พวกท่านจะไม่มายุ่งกับครอบครัวเราอีก” เพราะไม่อาจยุ่งได้อีก นางพูดอธิบายกับเด็กน้อยอย่างใจเย็น ให้ทั้งสองคลายกังวล ตอนนี้น้องของนางยังเด็กนักไม่ควรรับรู้เรื่องราวดำมืดที่นางทำลงไป รอให้พวกเขาโตอีกหน่อย นางจะสั่งสอนให้พวกเขาไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก
เด็กทั้งสองยิ้มออกมา ซูเหวินแม้ยังมีความสงสัยแต่เขาก็ไม่เอ่ยถามอีก ได้แต่เดินตามพี่สาวที่จูงมือพวกเขาไว้ ความอบอุ่นที่พวกเขารอคอยทุกยามกลับมาแล้ว แม้จะไม่รู้ชะตากรรมของบิดามารดา แค่มียังมีพี่สาวอยู่ตรงนี้พวกเขาก็อุ่นใจล้นเหลือแล้ว แต่หากอยู่กันพร้อมหน้าคงจะมีความสุขที่สุดเลย
‘ข้า พี่ใหญ่ น้องเล็กรอท่านพ่อท่านแม่อยู่นะขอรับ’
กลางยามอิ๋น (3.00-5.00) ซูเม่ยจูงมือน้องๆ เดินออกจากหมู่บ้านหายไปกับความมืด นางไม่กลัวใครจะตื่นมาเห็น คนทั้งหมู่บ้านโดนผงนิทราของนางทุกหลังคาเรือนไม่มีใครได้เห็นพวกนางแน่นอน หลังจากออกจากหมู่บ้านนางก็ตรงเข้าเมือง แม้ต้องเดินไกลถึง 10 ลี้ก็ตาม นางอุ้มเจียวเอ๋อตั้งแต่ 2 ลี้แรก และแบกเสี่ยวเหวินตอน 4 ลี้ สำหรับอดีตมือสังหารอย่างนางร่างเด็กแค่ไม่กี่หนาวนับเป็นอะไรได้
เมื่อถึงตัวเมืองเจียงนางก็หารถม้าทันทีเพื่อไปยังเมืองหยางซึ่งอยู่ติดกับเมืองหลวงของแคว้นซ่ง อยู่ห่างจากเมืองเจียงถึง 3 เมืองด้วยกันซึ่งต้องเดินทางนานถึง 1 เดือน หลังจากหารถม้าได้แล้วก็ต้องรอเวลาจัดเตรียมสิ่งของสำหรับขบวนเดินทาง เนื่องจากเมืองหยางห่างไกลจากเมืองเจียงไม่น้อยจึงต้องจ้างผู้คุมกันจากสำนักคุ้มภัยประจำเมืองเจียงด้วย สรุปแล้วขบวนเดินทางของนางมีคนถึง 13 คนด้วยกัน ระหว่างรอนางจึงพาน้องๆ ไปเปิดห้องโรงเตี๊ยมสำหรับอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกินอาหารเสียก่อน
“พี่ใหญ่เจ้าคะ เสื้อผ้าพวกนี้ เป็นของเจียวเอ๋อจริงๆเหรอ” ซูเจียวที่ยังไม่เชื่อว่าของสวยงามเหล่านี้จะเป็นของนางจึงเอ่ยถามพี่สาวอีกครั้ง พร้อมยกมือขึ้นดึงแก้มตัวเองเบาๆ เพราะเกรงว่านางจะฝันไป จริงๆแล้วอาจจะยังนอนหนาวอยู่ในห้องเก็บฟืน
“ล้วนเป็นของน้องสาวที่น่ารักของพี่ และกองนั้นก็ล้วนเป็นของเสี่ยวเหวินเช่นเดียวกัน” ซูเม่ยจับมือเล็กที่ยังดึงแก้มตอบๆคล้ายไม่เชื่อว่าเป็นความจริงอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซูเม่ยเดินไปที่โต๊ะน้ำชากลางห้องก่อนจะหยิบถ้วยน้ำชาที่นางแอบใส่ยาบำรุงร่างกาย ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กทั้งสองที่ยังลูบชุดเนื้อผ้านิ่มลื่นราคาแพงที่พี่สาวซื้อให้อย่างชื่นชม
“ดื่มน้ำก่อน จะได้ไปอาบน้ำแล้วมาแต่งชุดสวยๆกัน” ซูเม่ยพูดพร้อมยื่นถ้วยชาทั้งสองถ้วยให้กับน้องของนาง
“เจ้าค่ะ/ขอรับ” ซูเหวินและซูเจียวขานรับอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่มจนหมดถ้วย แล้ววิ่งไปยังถังอาบน้ำที่เสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมเตรียมไว้ให้ทันที เพราะพวกเขาอยากใส่ชุดใหม่เต็มทีแล้ว
ซูเม่ยมองดูเด็กทั้งสองก่อนจะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินตามไปอาบน้ำให้เด็กทั้งสอง แม้ซูเหวินจะทั้งโกรธทั้งอายมากก็ตาม