ตอนที่ 217
บทที่ 217 ใสซื่อบริสุทธิ์
October 28, 2026
บทที่ 217 ใสซื่อบริสุทธิ์
หลินหยางมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างตะลึง ลำคอแห้งผาก นี่เป็นภาพในสิ่งที่เขาไม่ยากเห็นที่สุด เพราะว่าเธอสูญเสียความทรงจำ ไม่อาจจดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้เลย!
“ฉันคือหลินหยาง เป็นหมอ วันนี้คุณขับรถมาชนรถของผม ตอนนี้ยังจำอะไรบ้างไหม?” หลินหยางใช้คำพูดง่ายๆ เพื่อเป็นการถาม
“หลินหยาง? เป็นหมอเหรอ? ฉันกำลังอยู่ที่โรงพยาบาลใช่ไหม?” เสียงเด็กสาวอันอ่อนโยนเหมือนสาวน้อยแรกแย้มอันสดใส ทว่าในน้ำเสียงนั้นมีแต่ความมึนงง พร้อมทั้งความสงสัยกับบริเวณโดยรอบทั้งหมด จนทำให้หลินหยางยิ่งลำบากใจหนักกว่าเก่าหลายเท่า
หญิงสาวพยายามลุกขึ้น แต่ด้วยร่างกายที่ไม่มีแรงสักนิด ความรู้สึกไม่คุ้นเคยแปลกตาที่มีอยู่ทั้งหมดมันทำให้เธอรู้สึกไม่อาจสงบลงได้
อานเสี่ยวซิงนั่งยองๆ พลันกุมมือหญิงสาวแล้วพูด “สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออานเสี่ยวซิง ฉันก็เป็นหมอ คุณไม่ต้องรีบร้อน ควรนอนพักให้หายดีก่อนเถอะ! เดี๋ยวอาการค่อยดีขึ้นมาเอง!”
รอยยิ้มของอานเสี่ยวซิงที่มีแต่ความสนิทและให้กำลังใจนั้นมันทำให้หญิงสาวสงบลงเยอะ เธอใช้สายตาความสงสัยต่างๆ ประเมินหลินหยาง แล้วถามทันที “แล้วทำไมพวกคุณไม่ใส่ชุดสีขาว?”
เสื้อกาวน์สีขาวเหรอ? หลินหยางยิ้มตอบให้อย่างเก้อเขิน “เราไม่ใช่หมอที่โรงพยาบาลนี้ เธอเป็นหมอในวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนในยันจิง ส่วนฉันเป็นหมอที่มหาวิทยาลัยการแพทย์เจียงหลิง”
“เจียงหลิงเหรอ? เจียงหลิงคือที่ไหนกัน?” หญิงสาวย่นคิ้วถาม
พระเจ้าช่วย หลินหยางเริ่มบ้าคลั่งทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ว่าเจียงหลิงทำไมถึงอยู่ในเจียงหลิงได้? หลินหยางนิ่วขมวดคิ้วไปชั่วครู่ พลันถามกลับ “คุณไม่รู้จังเจียงหลิง งั้นทำไมถึงรู้จักยันจิงได้ล่ะ?”
“ยันจิง ...ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่ว่าฉันปวดหัวมาก จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น! พ่อแม่ฉันอยู่ที่ไหน?” หญิงสาวเริ่มลูบศีรษะของตนเอง
หลินหยางเริ่มท้อแท้ เพราะเรื่องของที่สูญเสียความทรงจำไปกับยันจิงทั้งหมด นั้นย่อมหมายความว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
อานเสี่ยงซินพูดราวกับว่าตนเองเป็นพี่สาวเช่นนั้น “พอแล้ว ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่นแล้ว บอกฉันมาก่อนว่าสุขภาพร่างกายของคุณตอนนี้มีตรงไหนไม่สบายบ้างไหม? หิวหรือเปล่า อยากจะกินอะไรสักหน่อยไหม?”
พลันลูบท้องตนเอง หญิงสาวพยักหน้าอย่างเขินอาย “ราวกับหิวขึ้นมาเล็กน้อย ร่างกายยังคงดีอยู่ แต่ว่าปวดหัวอย่างเดียว!”
ก่อนหน้านี้หอมได้ตรวจสอบแล้ว ว่าไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ระบบความปลอดภัยของรถสปอร์ตคนนั้นไม่เลวเลยทีเดียว ไม่งั้นก็คงไม่แค่ความจำเสื่อมหรอก
หลินหยางรีบพูดทันที “ฉันจะไปทำอาหารอร่อยมาให้คุณกิน!”
“ตอนนี้ให้อาหารอ่อนไปก่อน ทำพวกโจ๊กธัญพืชไปก่อน!” อานเสี่ยวซิงพูดแนะนำ
หญิงสาวคนนี้ช่างเป็นคนละเอียดรอบคอบเสียจริง หลินหยางซื้อโจ๊กธัญพืชมาสองกระป๋อง พลันไปหาพยาบาลเพื่อขอยืมเตาไมโครเวฟในการอุ่นให้แล้วเอาไปเสิร์ฟ
ทว่าเมื่อเอาโจ๊กไปเสิร์ฟแล้ว หญิงสาวไร้ที่มาที่ไปคนนี้กลับไม่ยอมแตะต้องลองชิมสักคำ หลินหยางถามกลับ “เป็นไรไป? ไม่อยากกินใช่ไหม?”
หญิงสาวพลันพูดออกมาคำหนึ่ง “ป้อน!”
หลินหยางผงะทันที ครุ่นคิดกับคำนี้ว่าหมายความว่ายังไง? เด็กกี่ขวบเนี่ย? ที่ต้องให้คนป้อน? แต่ว่าสาวสวยขอร้องนี่ หลินหยางถือชามอย่างไม่ลังเล จากนั้นก็ตักใส่ช้อนแล้วป้อนให้
“ร้อน!” หญิงสาวขมวดคิ้วตอนพูด
อานเสี่ยวซิงเกือบหลุดขำ หลินหยางรีบเป่าอยู่หลายครั้งแล้วลองป้อนใหม่อย่างเขินอาย หญิงสาวถึงได้กินจนยิ้มอย่างหน้าบาน
หลินหยางเข้าใจในทันที นี่เป็นอาการของคุณหนูใหญ่ที่อยู่ในร่างของคุณหนูเลย! หรือว่าโตป่านนี้แล้วที่บ้านยังมีคนป้อนอยู่เหรอ?
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ลูบท้อง แล้วพูดอย่างไม่มีความสุข “ตอนกลางคืนฉันต้องนอนที่นี่ไหม?”
“ใช่สิ รอจนกว่าที่อาการของคุณได้ฟื้นกลับมาถึงจะได้!” หลินหยางตอบ
“แต่ว่า ... ฉันกลัว! ฉันไม่อยากนอนที่นี่นี่หน่า!” หญิงสาวเบะปาก
อานเสี่ยวซิงพูดอย่างประหลาดใจ “หรือว่าตอนนี้ความทรงจำและสติปัญญาเหมือนเด็กไปแล้วเหรอ? คุณรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกไหม? รู้ถึงกฎเรื่องพีทาโกรัสไหม?”
หญิงสาวส่ายหน้าอย่างมึนงง หลินหยางถึงกลับตะลึงทันที นี่มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องความทรงจำแล้ว ขนาดไอคิวยังไปอยู่ในขั้นของเด็กเล็กอีก! มิน่าล่ะเมื่อครู่ถึงได้ให้ตนเองป้อนเธอกินข้าว สาวงามไร้ที่มาที่ไปนี้ตอนนี้ขนาดไอคิวก็ไม่มีจนไม่หลงเหลืออะไรสักอย่างเลย!
“ทำไงดี? มีการทำCTสแกนไว้หรือเปล่า?” อานเสี่ยวซิงถามกลับ
หลินหยางชี้ไปที่ถุงที่อยู่เหนือเตียงคนไข้ อานเสี่ยวซิงรีบคว้ามา พร้อมทั้งจ้องมองเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
“ประหลาดมาก การทำสแกนมาก็ไม่มีอาการที่หนักหนาอะไร แล้วทำไมตอนนี้สถานการณ์ไปเป็นแบบนี้ได้!” อานเสี่ยวซิงพูดอย่างไม่เข้าใจ
หลินหยางเองก็ไม่อาจเข้าใจได้ ว่าทำไมสถานการณ์ถึงเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ ตอนนี้มีวิธีเดียวนั่นก็คือรอให้เธอหายดีเอง
ท้องฟ้าเริ่มสลัวลงเรื่อย หลินหยางไปส่งอานเสี่ยวซิง แล้วกลับมายังที่ห้องพัก หญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนอนหันหลังให้เขาแถมไม่สนใจเขาเลย
“เป็นไรไป ทำไมถึงโกรธล่ะ?” หลินหยางถามกลับด้วยรอยยิ้ม
“คุณไม่มีมารยาท!” หญิงสาวจ้องตาของเขาตอนตอบ
ไม่มีมารยาท? หลินหยางยิ้มแฉ่ง “ฉันไม่มีมารยาทตรงไหนกัน?”
“คุณไม่ได้เคาะประตู ตอนคุณไปส่งคนอื่นก็ไม่ได้บอกฉัน แถมเอาฉันทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวถือว่าเป็นการแสดงออกว่าไม่มีมารยาทเอาซะเลย” หญิงสาวพูดอย่างเชิดหน้า
หลินหยางอดกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ พลางตอบว่า ฉันยอมแพ้แล้ว ฉันไม่ควรทิ้งคุณเอาไว้ที่นี่คนเดียว!
“ยอมรับผิดถือว่าเป็นเด็กดี เรายังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม! งั้นคุณก็ไม่อาจทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวอีกแล้ว! ยังมีอีกเรื่อง คืนนี้ฉันไม่อยากนอนที่นี่ เปลี่ยนที่นอนได้ไหม?” หญิงสาวถามกลับ