ตอนที่ 267
บทที่ 267 การรักษา
October 28, 2026
หลินหยางยื่นนิ้วก้อยตัวเองออกมา และครั้งนี้ส้งซูยี่จะไม่หลงกล ส่ายตัวไปไม่มองเขา
หลินหยางเกาหัวยิกๆ จากนั้นก็พูดประจบว่า “เอาล่ะ เด็กดีต้องเชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ฉันพูดไปจะเป็นโมฆะนะ!”
หลังจากเล่นลูกไม้ออกมา ส้งซูยี่จึงค่อยยื่นนิ้วก้อยตัวเองออกมาแล้วเกี่ยว
“เด็กดี เราไปกันเถอะ ต้องส่งหนูกลับไปรักษาแล้วนะ!” หลินหยางดีดนิ้วพูด
หลังจากหลอกไอ้เด็กซุกซนนี้อย่างยากลำบากได้แล้ว เขาก็ส่งเธอกลับไปที่เซียนเฉ่าเก๋อ แต่หลินหยางกลับได้รับข่าวร้ายว่า ฉีเยนเอ๋อร์ผู้ซึ่งคอยเพิ่มเติมความรู้หลังจากการท่องเที่ยวก็ตกอยู่ในอาการโคม่าอีกครั้ง และร่างกายของคุณหนูคนนี้ก็อ่อนแอเกินไป
ฉีหวนโทรหาหลินหยาง โดยให้เขารีบไปที่นั่นโดยเร็ว
ดังนั้นเขาจึงรีบไปอย่างเร่งด่วนทันที ซึ่งในขณะนี้คุณหนูที่สวยหยาดเยิ้มคนนี้ก็หน้าซีด และหมดสติไปแล้ว
“หลินหยาง สาวน้อยคนนี้อยู่ในอาการโคม่ามาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว ตอนแรกฉันคิดว่าเธอขี้เกียจและยังอยากนอนอยู่ แต่พอเพื่อนร่วมชั้นของเธอมาหาคิดไม่ถึงเลยว่าเธอก็ยังไม่ตื่น” คุณปู่ฉีพูดด้วยความกังวล
หลินหยางเหลือบมองไปยังหญิงสาวที่รู้สึกอึดอัดไปแวบหนึ่ง ซึ่งเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉีเยนเอ๋อร์ที่มีชื่อว่าซินเสี่ยวลื่อ หญิงสาวไว้ผมหน้าม้า ดวงตากลมโตของเธอนั้นสวยมาก แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้เธอกำลังเศร้าสลด เธอเข้าไปในห้องส่วนตัวของฉีเยนเอ๋อร์ เธอร้องเรียกมาทั้งเช้าแล้วฉีเยนเอ๋อร์ก็ไม่ยอมลุกขึ้นมาตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเลย
หลินหยางพูดปลอบโยนว่า "ไม่ต้องกังวลไปหรอก ผมจะช่วยดูเธอให้ ว่าที่จริงเธอเป็นอะไรกันแน่"
หลินหยางลูบหัวของฉีเยนเอ๋อร์เบาๆ หัวของเธอร้อน ส่อให้เห็นว่ามีไข้ เขาจับชีพจร ก็เหมือนว่าชีพจรก็คงที่ แต่อาการโคม่านี้มันคืออะไรกัน?
เขาเปิดเปลือกตาของฉีเยนเอ๋อร์เบาๆ รูม่านตาภายใต้แสงไฟหดตัวลงเล็กน้อย แต่โชคดีที่ปัญหายังไม่ได้ใหญ่มาก
หลินหยางหันหน้ากลับมาพูดว่า "งั้นเอาอย่างนี้ ให้ผมลองฝังเข็มให้!"
"ได้ครับ หลินหยาง งั้นฝากสาวน้อยคนนี้ด้วยนะ!" ฉีหวนพูดจบก็ออกไป
ซินเสี่ยวลื่อโน้มตัวเข้าใกล้พร้อมกับพูดอย่างเสียงเบาว่า "คุณเป็นแฟนของเยนเอ๋อร์ ที่ชื่อว่าหลินหยางใช่ไหม? ฉันสามารถอยู่ช่วยคุณได้ไหม?"
หญิงสาวถูมุมเสื้อตัวเองเหมือนกับกำลังประหม่าเล็กน้อย ราวกับว่าอาการโคม่าของฉีเยนเอ๋อร์นั้นเป็นเพราะเธอ
“ได้ครับ งั้นคุณช่วยกดข้อเท้าของเยนเอ๋อร์หน่อยนะ เธออาจชักหลังจากได้รับการกระตุ้นของร่างกาย” หลินหยางพูดเตือน
ซินเสี่ยวลื่อพยักหน้า พร้อมกับนั่งลงที่ปลายเตียงและกดข้อเท้าของฉีเยนเอ๋อร์ตามที่หลินหยางสั่ง
หลินหยางปลดกระดุมเสื้อของฉีเยนเอ๋อร์อย่างช้าๆ โดยไม่แตะต้องร่างกายของเธอเลย ซินเสี่ยวลื่อดูจนตกตะลึงตาค้าง เธอคิดว่าต่อให้ผู้ชายคนนี้จะกังวลยังไงมันก็ยังไม่ใช่เวลาแบบนี้? นอกจากนี้เธอยังอยู่ข้างๆอีกด้วย เป็นไปได้ว่าเขายังอยากเล่นอะไรที่มันตื่นเต้นเร้าใจ?
มือทั้งสองข้างของหลินหยางกำลังเตรียมการอย่างเต็มที่ จากนั้นก็คลำไปตามร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์ และเขาก็ไม่ได้ถือโอกาสนี้เอาเปรียบเธอ แต่แค่กระตุ้นร่างกายเธอเท่านั้น
ในที่สุดร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์ก็เริ่มสั่น และเริ่มชมพูขึ้นเล็กน้อย ซินเสี่ยวลื่อถึงได้เข้าใจขึ้นมา คนอื่นเขากำลังรักษาอยู่นี่นา เธอคิดเลอะเทอะไปหมดแล้ว
หลินหยางดึงเข็มเพื่อระบุจุดฝังเข็ม จากนั้นก็ค่อยๆ ปักเข้าไป หลินหยางเหมือนขมวดคิ้วเข้าหากัน ซึ่งในตอนนี้เขากำลังพยายามกระตุ้นฉีเยนเอ๋อร์ผ่านการรักษาที่คล้ายกับส้งซูยี่ เป้าหมายก็เพื่อฟื้นคืนความรู้สึกตัวของตัวเธอ
แต่หลินหยางก็พบว่าร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์ที่นอกจากปฏิกิริยาตอบสนองของระบบประสาท แล้ว ไม่มีคลื่นใดๆในจิตสำนึกเลย สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกกังวล เขาเงยหน้าขึ้นและถามว่า "คุณเห็นเยนเอ๋อร์เป็นแบบนี้เมื่อไหร่แล้ว?"
"เมื่อเช้านี้ คุณปู่ของเธอบอกว่าเธอนอนอยู่บนเตียงมาทั้งวันแล้ว! หลังจากที่เธอกลับมาจากการท่องเที่ยวก่อนหน้านี้ เธอก็สะลึมสะลือ และช่วงนี้เธอมักจะลืมเรื่องต่างๆอยู่บ่อยๆ” ซินเสี่ยวลื่อพูด
หลินหยางตกอยู่ในห้วงความครุ่นคิด ตั้งแต่ที่เขารักษาร่างกายของฉีเยนเอ๋อร์แล้ว เธอก็ค่อยๆฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น แต่อาการโคม่าในตอนนี้มันจะน่าแปลกเกินไปแล้ว
“เยนเอ๋อร์ ตอนนี้คุณได้ยินผมไหม? คุณรู้สึกถึงแรงกระตุ้นแล้วใช่ไหม? ถ้าคุณไม่สามารถแสดงออกมาได้ คุณสามารถบอกผมจากการเต้นของหัวใจคุณได้นะ!” หลินหยางกระซิบที่ข้างหูของเธอ
นิ้วมือวางอยู่บนชีพจรของเธอ ในที่สุด การเต้นของหัวใจฉีเยนเอ๋อร์ก็มีคลื่น!
หลินหยางดีใจ ถือว่านี่ยังมีร่องรอย เธอได้ยินเสียงจากภายนอกแล้ว แค่เธอยังไม่สามารถฟื้นได้ในขณะนี้เท่านั้นเอง
“เจ้าเด็กงี่เง่าเอ๊ย คุณต้องได้รับการกระตุ้นแล้วแน่ ผมจะต้องช่วยคุณให้ฟื้นได้อย่างแน่นอน!” หลินหยางพูดอย่างหนักแน่น
หลินหยางคุยกับฉีเยนเอ๋อร์ต่อ เขาเริ่มพูดถึงการรู้จักของคนสองคน ตั้งแต่ขั้นตอนการรักษาที่มีเสน่ห์ไปจนถึงอารมณ์อันเร่าร้อนของคนสองคนในสระว่ายน้ำเขาเล่าออกมาทั้งหมดเลย โดยเป้าหมายของเขาคือกระตุ้นจิตใจของฉีเยนเอ๋อร์ ให้เธอสามารถฟื้นคืนการควบคุมร่างกายของตัวเองได้
ซินเสี่ยวลื่อมองไปที่หลินหยางอย่างโง่เขลา ไอ้หมอแปลกประหลาดคนนี้ระบายความในใจข้างหูของฉีเยนเอ๋อร์ ในฐานะผู้ยืนดูคนเดียวที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกอิจฉาฉีเยนเอ๋อร์ และในฐานะเพื่อนร่วมชั้น ประสบการณ์ชีวิตและรูปลักษณ์ของฉีเยนเอ๋อร์ก็เพียงพอที่จะบดขยี้ทุกคนอยู่แล้ว แต่ซินเสี่ยวลื่อก็มีความมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองเช่นกัน แค่มีความแตกต่างกับฉีเยนเอ๋อร์ในแง่อื่นๆเท่านั้น
เมื่อเห็นฉีเยนเอ๋อร์ที่มีชายผู้ซึ่งน่าหลงใหลขนาดนี้อีก ในใจเธอก็มีการเปรียบเทียบขึ้นมาทันที
ซินเสี่ยวลื่อพูดด้วยความอิจฉาว่า "คิดไม่ถึงเลยว่าพวกคุณทั้งสองจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายขนาดนี้ คุณให้การรักษาเธอก็ล้วนต้องให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกันอย่างนี้ตลอดเลยเหรอ?"
“ใช่ครับ ผมต้องการให้ร่างกายของเธอสัมผัสกับบรรยากาศการรักษาของผม!” หลินหยางพูดอธิบาย