ตอนที่ 168
บทที่168เฉินหยวนหยวน
October 28, 2026
บทที่168เฉินหยวนหยวน
กั่วเหมิงที่เพิ่งส่งเสียงออกมา ก็ตระหนักได้ตัวเองร้องแบบนี้ไม่เหมาะสม พอเงยหน้าก็เห็นหลินหยางมองตัวเองและยิ้มอย่างร้ายๆ ทันใดนั้นบนใบหน้าสะสวยแดงก่ำขึ้นมา
“มองๆๆๆอะไร!” กั่วเหมิงพูดอย่างกระหืดกระหอบ
“ไม่มีอะไร แหะๆ ขาคุณหายดีแล้วก็กลับไปเถอะ” หลินหยางหัวเราะเซ่อๆทีนึงแล้วพูด
“อืม งั้นผมกลับไป” กั่วเหมิงลุกขึ้นกำลังจะไป ต่อมาก็ได้นั่งลงมาอีก มองหลินหยางอย่างต่ำช้าและถาม: “หลินหยาง ถามอะไรคุณหน่อยสิ”
“เรื่องอะไร?” หลินหยางถามด้วยความแปลกใจ
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก คุณกับจ้าวจินฟ่ง เคยทำเรื่องแบบนั้นมั้ย?” กั่วเหมิงกัดฟันถามความสงสัยของในใจออกมา
หลินหยางได้ยินแล้วโซเซไปมา เกือบจะล้มลงพื้น หันหน้ามองกั่วเหมิงอย่างหมดคำพูด: “พูดมั่วอะไร ไม่มีสักหน่อย”
“ไม่มีจริงๆอ่ะ?” กั่วเหมิงเบิกตากว้างพร้อมถาม
“ไม่มี จะมีได้ยังไง”
“คุณกับจินฟ่งอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยมีเรื่องอย่างว่ากับเธอ?” เหมือนกับว่าได้พบแผ่นดินใหม่ กั่วเหมิงสำรวจหลินหยางแล้วพูดเสียงเบา สุดท้ายสายตาได้จ้องอยู่ที่ระหว่างขาของเขา: “คงไม่ใช่ใช้งานไม่ได้มั้ง?”
หลังจากหลินหยางได้ยินแล้วกลอกตาขาวทีนึง มองกั่วเหมิงแล้วพูด: “ใช้งานได้หรือเปล่า คุณลองดูก็จะรู้เอง”
เดิมทีแค่ล้อเล่นคำนึงเฉยๆ ต่อมาร่างกายของหลินหยางได้นิ่งไว้ ของที่ยาวเหมือนลานั้น ถูกกั่วเหมิงกำไว้ในมือจนแน่น ขยับเบาๆไปหลายที ความรู้สึกเสียวสบายได้ส่งมาที่ทั่วร่างของหลินหยาง
“อ๊า!” รับรู้ได้ถึงท่าทีที่โกรธขึ้นมาอย่างเร็วของหลินหยาง กั่วเหมิงที่เดิมทีแฝงด้วยใจกลั่นแกล้ง ทันใดนั้นพูดด้วยเสียงเหมือนจะร้องไห้: “ทำไม.....เหมือนของลาขนาดนี้!”
ตอนนี้อากาศยังค่อนข้างร้อน กางเกงของหลินหยางบางมาก มีผ้าบางๆกั้นอยู่ อาวุธถูกกั่วเหมิงกุมไว้ ลมหายใจของหลินหยางก็ค่อนข้างที่จะเร่งรีบ
“เร็ว ให้ฉันดูหน่อย!” กั่วเหมิงหน้าแดงไว้ และเงยหน้ามองหลินหยางไว้
หลินหยางลังเลไปครู่นึง ก็ได้ปลดเข็มขัดของตัวเองออก ตอนที่สัตว์ใหญ่มหึมาเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา ดวงตาของกั่วเหมิงมีความเซอร์ไพรส์แว๊บผ่าน
“เป็นของล้ำค่าจริงๆ!” กั่วเหมิงถอนหายใจ ถึงแม้เธอไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายจริงๆ แต่หนังอย่างนั้นเคยดูมาไม่น้อย ของหลินหยางแบบนี้ สามารถพูดได้ว่าทุนหนาจริงๆ
ตามท่าทางมือของกั่วเหมิงที่ยิ่งอยู่เร็ว ลมหายใจของหลินหยางก็ค่อยๆเร่งรีบขึ้นมา ไม่คำนึงว่ากั่วเหมิงรับปากหรือไม่ ฝ่ามือใหญ่ก็ไต่ไปที่ภูเขาลูกใหญ่แล้ว
มือของหลินหยางเหมือนมีมนต์สะกด กั่วเหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขวางอะไร
คอยสัมผัสความนุ่มนวลที่อยู่ในมือ ไฟชั่วร้ายภายในร่างกายของหลินหยางปะทุขึ้นมาอย่างช้าๆ
ภายใต้การกลั่นแกล้งของหลินหยาง แก้มของทั้งของกั่วเหมิงแดงเหมือนพระอาทิตย์ ริมฝีปากอ้าเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆคายออกมาจากปาก ทำให้หลินหยางจิตใจเลื่อนลอยไปครู่นึง
“หลินหยาง ฉัน.....ฉันอยาก” ในความสับสน กั่วเหมิงพูดเสียงเบาคำนึง
เหมือนทะเลสาบที่เงียบสงบได้มีก้อนหินโยนลงไปก้อนนึง หลินหยางทนไม่ไหวอีกต่อไป ทำเสียงฮึ่มทีนึงก็ได้กระโจนเข้าไป
หลังจากเจออุปสรรคอย่างนึง หลินหยางคิดอะไรได้ พูดอย่างลับๆผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะครั้งแรก แต่ว่ามองดูสายตาของกั่วเหมิงพร่ามัวสุดๆแล้ว หลินหยางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายขยับไปด้านหน้า เข้าสู่ดินแดนแห่งพระเจ้าผืนนึง
เวลาผ่านไปทุกวินาที เสียงของกั่วเหมิงที่เดิมทียังควบคุมเอาไว้ได้ค่อยๆคลายออก ไม่นาน ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงสะท้อนที่ยั่วยวนคน
หูของหนานกงหยูนดีที่สุด แรกเริ่มตอนที่กั่วเหมิงเข้าห้องของหลินหยางเธอยังไม่ได้ใส่ใจ แต่ว่าเสียงสลายวิญญาณที่เหมือนร้องไห้กับเหมือนพูด และขึ้นๆลงๆแบบนั้นก้องมา เธอก็เข้าใจในทันทีเลยว่าทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินหยางเข้าห้อง ไม่ได้ปิดประตู จ้าวจินฟ่งที่ขึ้นมาชั้นบน กำลังจะเข้าห้องนอนตัวเอง นาทีนี้ก็ได้ยินห้องของหลินหยางมีเสียงสับสนก้องมา เชอะไปคำนึง ก็หันหลังเข้าห้องตัวเอง และปิดประตูเสียงดังปัง
แต่ไม่นาน ประตูห้องของจ้าวจินฟ่งก็ได้เปิดช่องโหว่เล็กๆออกมาช่องนึง หูของจ้าวจินฟ่งแนบกับประตู คอยฟังเสียงที่ดังมาจากด้านใน มือได้ค่อยๆยื่นลงไปที่ด้านล่างของตัวเอง
ยังไงซะก็เป็นครั้งแรก แรงทำศึกของกั่วเหมิงก็ยังอ่อนมาก แค่ไม่กี่นาทีก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง กั่วเหมิงก็อ่อนระทวยอยู่บนเตียง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีก
หลินหยางสงสารกั่วเหมิง ก็ไม่ได้กระแทกให้มาก หลังจากได้ปล่อยน้ำอสุจิออกมา ทั้งสองก็ได้กอดอยู่บนเตียงแล้วนอนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น บนโต๊ะทานข้าว บรรยากาศค่อนข้างสวยงาม
แววตาที่จ้าวจินฟ่งกับหนานกงหยูน มองหลินหยางเต็มไปด้วยความคลุมเครือ
“หลินหยาง เมื่อคืนเสียงที่ดังมาจากห้องคุณคือเสียงอะไรเหรอ?” จ้าวจินฟ่งแกล้งถามอย่างไม่รู้
“พู!” ทันใดนั้นกั่วเหมิงที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างๆ ได้พ่นโจ๊กที่อยู่ในปากออกมา
“เหมิงเหมิง เธอเป็นอะไร?” หนานกงหยูนที่อยู่ข้างๆทำท่าทางแล้วถาม
“ไม่มีอะไรจ้า ไม่มีอะไร” กั่วเหมิงก้มหน้ากินข้าว ใบหน้าสะสวยแดงก่ำ
ในที่สุดท่ามกลางความอึดอัดของกั่วเหมิง ข้าวมื้อนี้ก็ได้จบสิ้นลง วันนี้เป็นวันศุกร์พอดี ช่วงเช้าหลินหยางมีเรียน เดิมทีกะว่าจะไม่ไปแล้ว แต่กั่วเหมิงเป็นตายร้ายดียังก็ไม่เห็นด้วย สุดท้ายก็ได้ดึงหลินหยางไปด้วย
เรียนมหาลับก็อย่างนี้แหละ เพื่อนๆมากมาย บางทีในหนึ่งสัปดาห์ได้เจอหน้ากันก็ไม่เกินสามครั้งหรอก ดังนั้นการที่จู่ๆหลินหยางโผล่มาเรียนไม่มีใครใส่ใจเลย
“เฮ้! หลินหยาง หลายวันมานี้คุณหายไปไหนมาคะ?” สิ่งที่ศาสตราจารย์สอนล้วนแต่เป็นทฤษฎีมาก หลินหยางฟังแล้วเบื่อมาก ในขณะที่เขาเตรียมหนีออกไป จู่ๆข้างกายได้มีคนๆนึงนั่งลงมา