ตอนที่ 278
บทที่278 แยกแยะได้ยาก
October 28, 2026
จางเยว่เดินตรงเข้ามา เขาไม่ได้สนใจหลินหยาง แต่กลับหันไปพูดกับส้งซูยี่ก่อนว่า “เกิดอะไรขึ้น คุณช่วยอธิบายให้ชัดเจนก่อนคะ”
ส้งซูยี่ยืนอยู่ที่หน้าบันได เธอยังคงโมโหอบย่างสุดขีด กัดฟันแล้วพูดด้วยสีหน้าที่โกรธเกลียดว่า “ฉันจะฟ้องเขา เขาฉวยโอกาสตอนที่ฉันหลับพรากความบริสุทธิ์ไปจากฉัน!”
ส้งซูยี่พูดออกมาอย่างกำกวม แต่ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อ ทันใดนั้น การตอบสนองของทุกคนก็แรงกว่าเมื่อกี้ แล้วพากันจ้องเขม็งไปที่หลินหยางด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
ตอนนี้หลินหยางรู้สึกไม่เหมือนโดนเข็มทิ่มแทงแล้ว แต่เหมือนกำลังถูกธนูนับหมื่นยิงใส่หัวใจต่างหาก
ไม่เสียแรงที่วันนี้จางเยว่ได้เป็นตำรวจ เธอคือคนแรกที่ตั้งสติได้ก่อน จากนั้นก็หรี่ตามองไปที่หลินหยาง แล้วถามไปว่า “ที่เธอพูดมาเป็นเรื่องจริงรึเปล่า?”
หลินหยางจะกล้ายอมรับไปยังไง อีกอย่างเขาเองก็ไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นมาก่อนจริงๆ นี่ เขาจึงรีบส่ายหน้า “ไม่จริงครับ ไม่จริง”
“เขากำลังโกหก เขาต้องทำเรื่องแบบนั้นกับฉันแล้วแน่ๆ ! ไม่อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นทำไมฉันถึง……”
เห็นได้ชัดว่าส้งซูยี่ลำบากใจที่จะพูดออกมา เดิมทีเธอตั้งจะจะพูดว่าตอนที่ตื่นขึ้นมา เสื้อผ้าบนร่างกายก็ได้หายไปแล้วและหลินหยางก็อยู่ในสภาพเดียวกัน นอนโป๊เปลือยอยู่ข้างๆ เธอ แล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยได้ยังไง!
เมื่อเด็กสาวมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องเข้าใจว่าตัวเองได้ถูกล่วงเกินไปแล้วแน่นอน การที่ส้งซูยี่จะเชื่อว่าหลินหยางได้ทำมิดีกับเธอไปแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดูมีเหตุผลดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เธอจำเรื่องที่สติปัญญาของตัวเองถดถอยไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากจะให้คิดไปทางนั้น เธอก็นึกถึงความเป็นไปได้อื่นไม่ออกเลย
“บอกมาเดี๋ยวนี้!” จางเยว่จ้องมาที่หลินหยางอีกครั้ง จิตสังหารพุ่งออกมาจากสายตาของเขาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเธอเชื่อส้งซูยี่มากกว่านิดหนึ่ง ยังไงซะ หลินหยางก็เป็นคนที่สามารถทำให้ผู้หญิงหลงใหลอย่างมากมาย ใครๆ ก็รู้ว่าเขาทำอะไรกับคนอื่นบ้าง
หลินหยางพูดดีวยสีหน้าที่ขมขื่นว่า “จะให้ผมพูดอะไรครับ? ผมไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอจริงๆ ถ้าไม่เชื่อคุณก็ลองตรวจดูได้เลย!”
พูดจบ หลินหยางก็หันไปพูดกับส้งเจียวว่า “นี่พี่เจียว คุณเป็นแม่ของเธอ คุณช่วยอธิบายแทนผมทีครับ”
พอส้งเจียวได้ยินแบบนั้น ถึงแม้จะมองหลินหยางด้วยสีหน้าที่ดูแปลกๆ แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชื่อใจเขายังไงเรื่องที่ส้งซูยี่ฟื้นคืนสติมาก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ จากจุดนี้ อย่างน้อยๆ หลินหยางก็ได้ช่วยรักษาให้ส้งซูยี่จริงๆ ส่วนเรื่องที่เขาได้ทำเรื่องอย่างอื่นรึเปล่านั้น ค่อยไปว่ากันทีหลังก็ได้
“ซูยี่ หลินหยางเขาเป็นหมอ แม่เชื่อว่าเขาแค่ช่วยรักษาให้ลูกเท่านั้น”
“แม่หุบปากไปเลย หนูไม่อยากฟังคำพูดของแม่!”
สิ่งที่ทุกคนคิดไม่ถึงก็คือ ทันทีที่ส้งเจียวพูดจบ ส้งซูยี่ก็ตวาดออกมาเสียงดัง ด้วยความรู้สึกโกรธซะยิ่งกว่าตอนที่กล่าวหาหลินหยางด้วยซ้ำ
หลินหยางรู้สึกตกใจ เขาขมวดคิ้ว ผู้หญิงสองคนนี้เป็นแม่ลูกกันไม่ใช่เหรอ ทำไมพอคนเป็นลูกตื่นขึ้นมาถึงได้พูดจาแบบนี้กับคนเป็นแม่นะ? หรือว่าสองคนนี้อาจจะมีเรื่องผิดใจกันอยู่แล้ว?
ต่อหน้าทุกคน การที่ถูกลูกสาวตะคอกใส่แบบนี้ ส้งเจียวก็ถึงกับหน้าเสีย เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังอับอายและเสียใจ เธอหัวเราะออกมาอย่างไม่มีเสียง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา นั่งนิ่งอยู่กับที่ ราวกับไม่มีแรงจะพูดอะไรอีกแล้ว
“ที่สำคัญคือ หนูไม่ได้ป่วยเลยด้วยซ้ำ!” ส้งซูยี่เหลือบมองส้งเจียว ด้วยสายตาที่ซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเธอก็พุ่งเป้ามาที่หลินหยางอีกครั้ง
ฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ถึงพวกเธอจะเห็นหลินหยางกับส้วซูยี่นอนอยู่บนเตียงด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าด้วยตาตัวเองจริงแต่พวกเธอก็ไม่ใช่ตัวอิจฉาที่ไม่มีสมอง แค่คิดดูก็รู้แล้วว่าหลินหยางทำอะไรไปบาง
แต่พวกเธอก็คาดว่าหลินหยางนั้นบริสุทธิ์ นอกจากสติปัญญาของส้งซูยี่จะกลับมาเป็นปกติแล้ว ยังมีอีกข้อสังเกตที่สำคัญคือ ตามหลักแล้ว ว่าด้วยเรื่องการออกกำลังกายบนเตียงของหลินหยางนั้น ต่อให้เขาทำอะไรส้งซูยี่ไปแล้วจริงๆ หลินหยางก็ไม่มีทางเหนื่อยจนมีสาระรูปแบบนั้นแน่นอน
“เสี่ยวชัยหง เราสองคนเป็นพยานได้ หลินหยางไม่ได้ทำเรื่องอย่างนั้นกับคุณจริงๆ ”
พอส้งซูยี่ได้ยินแบบนั้น เธอก็ขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ มองหน้าสองสาวแล้วพูดไปว่า “พวกคุณก็ต้องพูดเข้าข้างเขาอยู่แล้วสิ พวกคุณคิดว่าฉันไม่เห็นรึไง? ตอนที่พวกคุณยืนอยู่หน้าประตู พวกคุณเองก็โป๊เปลือยเหมือนกับเขาเหมือนกันพวกคุณต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติกับเขา ไม่แน่อาจจะเป็นพวกสมรู้ร่วมคิดกับเขาด้วยก็ได้!”
หลังคำพูดนี้จบลง หญิงสาวทั้งสองก็หน้าแดงขึ้นมาทันที จนอยากจะวิ่งหนีไป ณ ตรงนั้นเลย แต่หลินหยางกลับยิ้มมุมปาก รู้สึกเหมือนกับว่าจะแก้ตัวยังไงก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
จางเยว่ถลึงตาใส่หลินหยาง ในใจรู้สึกโกรธมาก แต่สาเหตุที่เธอโกรธคือ ทั้งๆ ที่หลินหยางบอกกับตัวเองว่าจะเก็บตัวหลายวัน แต่กลับไปสุขสมกับฉีเยนเอ๋อร์และซินเสี่ยวลื่อซะได้ หรือไอ้หมอนี่กำลังหลอกเธออยู่อย่างนั้นเหรอ รังเกียจที่ตัวเองแกแล้ว เลยเต็มใจที่จะไปสนุกกลับสาวๆ ที่เด็กกว่าสินะ? ถึงแม้ว่าจะกำลังโกรธ แต่เธอก็ยังมีสติอยู่ เธอรู้ดีว่าหลินหยางเป็นคนยังไง ผู้หญิงที่อยู่กับหลินหยางนั้นมีมากจนนับไม่ถ้วน ไม่จำเป็นที่ต้องบังคับคนอื่นให้ทำแบบนั้นเลย ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน
หลังคิดได้สักพัก จางเยว่ก็หันไปพูดกับส้งซูยี่ว่า “คุณมีอะไรมายืนยันว่าถูกเขาล่วงเกินรึเปล่าคะ?”
ส้งซูยี่เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกัดฟันพูดออกมาว่า “เขาถูกฉันจับได้คาหนังคาเขา ยังต้องการหลักฐานอะไรอีกเหรอคะ?”
จางเยว่ส่ายหน้า แล้วพูดไปว่า “มันเป็นแค่คำให้การเพียงฝ่ายเดียวของคุณเท่านั้น ที่สำคัญ เขาเองก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธและมีคนเป็นพยานให้เขาด้วย ถ้าคุณไม่มีหลักฐานมายืนยัน เกรงว่าฉันจะไม่สามารถจับเขาไปได้”
หลินหยางจ้องมองจางเยว่ด้วยความตื้นตัน เขาพูดในใจว่าคุณไม่ได้เป็นตำแต่ในนามจริงๆ อย่างน้อยก็ยังมีความเที่ยงธรรมอยู่บ้าง
“ฉะ ฉันนี่แหละคือหลักฐาน คุณสามารถตรวจดูได้ บนร่างกายของฉัน จะต้องมีหลักฐานหลงเหลืออยู่แน่นอน!” ส้งซูยี่ยังไม่ยอมแพ้
จางเยว่พูดด้วยสีหน้าที่ประหลาด “คุณแน่ใจนะว่าจะให้ตรวจ?”
“ถูกต้อง! ตรวจเลยค่ะ ฉันไม่มีทางปล่อยเขาลอยนวลไปได้แน่นอน!”
จางเยว่กลับขำออกมา จากนั้นก็ชี้ไปที่หลินหยาง “เขาเป็นหมอที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง ถ้าคุณคิดจะตรวจจริงๆ ละก็ เขามีความชำนาญมากกว่าฉัน คุณจะเห็นด้วยรึเปล่า?”
ส้วงซูเยี่อึ้งไปเลย อย่าว่าแต่เธอเลย แม้แต่หลินหยางเองยังไม่คิดว่าจางเยว่จะพูดแบบนั้นเลย
ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่มั้ย? ตอนนี้ส้งซูยี่กำลังกล่าวหาว่าฉันไปล่วงละเมิดทางเพศเธอนะ แต่เธอจางเยว่กลับให้ฉันที่เป็นผู้ต้องสงสัยไปตรวจร่างกายให้เธอเนี่ยนะ วิธีนี้มันเข้าท่ามั้ยเนี่ย?
หลินหยางยื่นอึ้ง แต่ก็ยังมองไปที่จางเยว่ แล้วก็ได้เห็นว่าเธอกำลังกะพริบตาให้ตัวเองอยู่ ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เป็นประกาย และเข้าใจความตั้งใจของจางเยว่สักที จากนั้นก็แอบยกนิ้วโป้งให้จางเยว่