ตอนที่ 279
บทที่279 ช่างไม่น่ารักเลย
October 28, 2026
หลินหยางขึ้นไปชั้นบน เดินไปทางห้องของฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อ
เดิมทีผู้หญิงสองคนนี้ก็เป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกันมากอยู่แล้ว นับตั้งแต่ที่ได้เข้ามารับใช้หลินหยางพร้อมกัน ก็รู้สึกเหมือนสองคนนั้นกลายเป็นแฝดที่มีร่างกายติดกันไปเลย ตัวติดกันตลอด ตอนนี้พวกเธอกำลังนอนคุยเรื่อยเปื่อยกันอยู่บนที่นอน
หลินหยางเดินเข้าไป จากนั้นเขาก็จงใจพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจออกมา “เมื่อกี้พวกคุณสองคนก่อเรื่องไว้ดีเลยนะ!”
ฉีเยนเอ๋อร์แสร้งทำเป็นงง “เราทำอะไรเหรอคะ?”
หลินหยางเดินถึงข้างเตียง “ไม่ช่วยผมอธิบายไม่พอ ยังทำให้ผมดูแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก ถ้าผมเกิดถูกจับเป็นคนร้ายจริงผมก็จะลากพวกคุณสองคนตามเข้าไปด้วย!”
ซินเสี่ยวลื่อพูดไปยิ้มไป “ถูกจับยังลืมเราสองคนไม่ได้ นี่คุณอยากให้เราตามไปบำเรอคุณถึงในคุกเลยรึไงคะ?”
เด็กสาวคนนี้ไม่เพียงร้อนแรง แต่การพูดการจาหรือการกระทำก็ยังกล้ามากอีกด้วย ตอนแรกที่หลินหยางกับฉีเยนเอ๋อร์กำลังมีอะไรกันอยู่นั้น เธอก็เข้ามาร่วมวงด้วยตัวเองเลย
หลินหยางหรี่ตาลง แสร้งยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย “ถ้าอยากให้พวกคุณบำเรอผม ต้องรอให้ถึงตอนนั้นด้วยเหรอ?”
พูดจบ หลินหยางก็กางแขนออก แล้วพุ่งเข้าใส่หญิงสาวทั้งสอง
หญิงสาวทั้งสองกรีดก๊าดออกมา แล้วมั่วกับหลินหยางจนเป็นก้อนเดียวกัน
“ไม่ได้นะคะ เมื่อกี้คนเขาเพิ่งถูกคุณกระทำจนเกือบตายแล้ว ตอนนี้ยังไม่หายเหนื่อยเลย ถ้าคุณอยากก็ไปหาเสี่ยวลื่อไป!”
ฉีเยนเอ๋อร์ร้องขอความเมตตา เพราะตอนนี้หลินหยางกำลังทำตัวเป็นหมาป่าในร่างคนที่ปลดเสื้อผ้าของเธออยู่
“ฮ่าฮ่า! ฉันคนเดียวก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน เยนเอ๋อร์ เธอเอาก่อนดีกว่า รอเธอไม่ไหวแล้วฉันค่อยตามไปสมทบ!” ซินเสี่ยวลื่อนั้นกลับไม่ปฏิเสธหลินหยางเลย สาวน้อยคนนี้ก็ถูกหลินหยางกระทำจนหมดแรงเหมือนกัน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่หนำใจอยู่ดี
“พวกคุณสองคนจะขาดใครไม่ได้เด็ดขาด!” หลินหยางเกิดอารมณ์ และได้กดหญิงสาวทั้งสองไว้ใต้ร่างกายของตัวเอง
“คึกคักกันจริงๆ เลยนะคะ!” ในขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่นั้น เสียงของจางเยว่ก็ดังเข้ามาจากตรงประตู
“ว้าย!”
พอฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกอับอายขึ้นมา แล้วยื่นขาออกมาคนละข้างถีบหลินหยางจนตกเตียงไป แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังตัวเองไว้อย่างมิดชิด แม้แต่หัวยังไม่กล้าโผล่ออกมาเลย
หลินหยางค่อยๆ ลุกขึ้นมา ตบๆ ตูด ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหันไปพูดกับจางเยว่ว่า “ทำไมถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้ครับ?”
จางเยว่มองบนใส่เขา แล้วพูดไปว่า “คุณไม่ชอบใจที่ฉันมาขัดจังหวะพวกคุณใช่มั้ยคะ? เดี๋ยวฉันค่อยมาทีหลังก็ได้เชิญพวกคุณสนุกกันต่อเลย!”
พูดจบ จางเยว่ก็ทำท่าจะไป
หลินหยางรีบเดินเข้าไปดึงตัวเธอไว้ และไม่มีอารมณ์จะพูดเล่นอีก เขาถามไปว่า “เสี่ยวชัยหงล่ะครับ?”
จางเยว่ตอบ “อยู่ข้างล่างค่ะ ฉันละสงสัยจริงๆ ว่าคุณนี่มันเป็นสัตว์รึไง? ทางนั้นยังมีปัญหาเรื่องทำร้ายความบริสุทธิ์ของคนอื่นต้องเคลียร์อยู่เลย ยังมีอารมณ์มาก่อปัญหาทางนี้อีกนะ?”
หลินหยางพูดไปขำไป “ผมก็แค่เบื่อ เลยหาอะไรทำเท่านั้น?”
พอเห็นจางเยว่สีหน้าไม่ดี หลินหยางจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที และถามไปว่า “ผลตรวจเป็นยังไงบ้างครับ?”
จางเยว่พูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม “คุณจบแล้ว หลักฐานชัดเจน ไม่นานคุณก็จะถูกจับไปยิงหัว ไม่สิ ต้องถูกจับไปทำหมันต่างหาก”
หลินหยางได้ยินอย่างนั้น ก็รู้ทันทีว่าจางเยว่กำลังหยอกเขาเล่น เขาจึงพูดไปว่า “คุณยอมได้เหรอครับ?”
จางเยว่เหลือบมองเขาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกนับหมื่น “ถ้าจะยอมให้คุณไปไล่ทำร้ายหญิงสาวมากมาย สู้ให้คุณล้มเลิกความคิดแบบนั้นไปอย่างสมบูรณ์เลยดีกว่า!”
“แล้วคุณจะทำยังยังกับความสุขของชั่วชีวิตที่เหลือล่ะครับ?”
“ฉันก็แค่ไปแต่งงานกับใครสักคนก็ได้ แล้วจะแคร์คุณไปทำไมอีก?”
หลินหยางพูดไปขำไป “ถ้าอย่างนั้นแต่งกับผมดูจะเข้าท่ากว่านะ! ในโลกใบนี้ยังมีผู้ชายคนไหนที่สามารถให้ความสุขกับคุณได้มากเท่าผมอีกเหรอครับ?”
จางเยว่จ้องเขม็งมาที่เขา ด้วยสายตาที่ซับซ้อน แต่สุดท้าย เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วพูดไปว่า “ไม่ล้อเล่นแล้ว ผลออกมาแล้ว เธอยังบริสุทธิ์อยู่ ส่วนคุณก็บริสุทธิ์เหมือนกันค่ะ”
ตอนนี้เธออยู่ข้างล่าง ไปดูเธอหน่อยเถอะค่ะ”
“เธอไม่โกรธแล้วเหรอครับ?” หลินหยางเดินลงบันไดไป กระซิบถามไป
จางเยว่ตอบอย่างเหวี่ยงๆ ว่า “คุณคิดง่ายเกินไปแล้ว เธอไม่ยอมเชื่อหรอกว่าคุณตั้งใจจะรักษาให้เธอจริงๆ จึงได้ถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด ดังนั้น ถึงผลตรวจจะบอกว่าพวกคุณทั้งสองบริสุทธิ์ก็จริง แต่แค่การที่คุณถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด แถมยังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับเธอ เธอก็ไม่มีทางปล่อยคุณไว้แน่นอน” หลินหยางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น” เธอคงไม่ได้คิดที่จะให้คุณลงโทษผมอีกใช่มั้ย?”
“คุณไปคุยกับเธอเอาเองแล้วกัน ดูว่าคุณจะสามารถแก้ปมที่ผูกไว้ในใจออกได้รึเปล่า”
ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกัน ก็ลงมาถึงชั้นล่างแล้ว ส้งซูยี่กำลังนั่งอยู่ที่โซฟา เหมือนเธอกำลังเหม่ออยู่ จางเยว่เองก็พูดอะไรต่อไม่ได้แล้ว
“ส้งซูเยว่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ พวกคุณสงบคนก็ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ คุยกันให้เข้าใจนะคะ ถ้ามีใครรังแกคุณจริงๆ คุณก็บอกฉันได้เลย ฉันจะช่วยคุณแน่นอนค่ะ”
จางเยว่เดินไปแนะนำส้งซูยี่ แต่พอพูดได้ครึ่งหนึ่ง เธอก็หันไปถลึงตาใส่หลินหยาง การกระทำนั้นแสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเตือนให้หลินหยางทำตัวดีๆ หน่อย
หลินหยางลูบๆ จมูก และไม่กล้ารับปากเท่าไหร่
“ขอบคุณค่ะ พี่จางเยว่ รบกวนพี่แล้วนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอตัวก่อน แล้วฉันจะมาหาคุณอีกนะคะ”