ตอนที่ 280
บทที่280 กำที่จับไว้สุดชีวิต
October 28, 2026
“ฮิฮิ!”
ฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อทำหน้าเจ้าเล่ห์ เอามือปิดปากแล้วก็ขำคริคริ
สมองของหลินหยางยังมึนงงอยู่ เขานั่งมองสองสาวจากบนพื้น เขาเห็นฉีเยนเอ๋อร์กำยกทรงตัวหนึ่งไว้ในมือ ที่แท้เมื่อกี้ที่เขาคันจมูกนั้น ฉีเยนเอ๋อร์นี่เองที่มาแหย่มัน!
“นี่แค่ไม่ได้สั่งสอนพวกคุณแค่ไม่นานเองไม่ใช่เหรอ? มีแรงมากแล้วใช่มั้ย? ได้!”
หลินหยางพุ่งเข้าไปทันที เข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของสองสาว ไม่พูดพร่ำทำเพลงยื่นมือออกไปอุ้มสองสาวขึ้นมา
“ว้าย! ช่วยด้วย!”
“โรคจิตมาแล้ว มันกำลังจะข่มขืนฉันแล้ว!” ฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อกำลังกรีดร้อง พร้อมกับทุบตีหลินหยางไปด้วยแต่พวกเธอกลับดูสนุกสนานมาก
หลังจากที่สองสาวถูกหลินหยางบุกเบิกแล้ว พวกเธอก็มีจุดหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือไม่รู้จักพอ จนอยากจะพัวพันอยู่กับหลินหยางไปทุกวัน
ส่วนหลินหยางนั้น หลังจากที่ได้ฝึกพลังมังกรและหงส์ไป เขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงสมรรถนะของร่างกายได้ บวกกับการที่เขาบรรลุได้แล้ว จึงทำให้การที่จะเติมเต็มความต้องการของสองสาวนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
เขาไม่ได้สนใจการขัดขืนของสองสาวเลยแม้แต่น้อย หลินหยางได้เอาสองสาวพาดไว้บนบ่า แล้วเดินดุ่มๆ ไปชั้นบน
“เกิดอะไรกันขึ้น!?”
พอขึ้นถึงชั้นสอง ส้งซูยี่ก็วิ่งออกมาด้วยสีหน้าที่แตกตื่น
แล้วพบกับภาพที่หลินหยางแบกสองสาวไว้ที่บ่าพอดี มือแต่ละข้างกำลังบีบเคล้นอยู่ที่สะโพกของสองสาว แล้วเธอก็ตกใจจนต้องเบิ่งตากว้าง จากนั้นเปลวไฟแห่งความโมโหก็ปรากฏขึ้นที่ดวงตาของเธอทันที เหมือนจะเข้าใจแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
พอหลินหยางได้เห็นแบบนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกละอายใจแต่อย่างใด
นับตั้งแต่ที่สติปัญญาของส้งซูยี่ฟื้นคืนกลับมา หลินหยางก็รู้สึกว่าส้งซูยี่ไม่น่ารักเลยแม้แต่นิดเดียว อาจเป็นเพราะเสี่ยวชัยหงก่อนหน้านี้น่ารักมากเกินไปก็ได้ ดังนั้น ตอนนี้เมื่อส้งซูยี่กลับมาเป็นปกติแล้ว เขายังปรับตัวไม่ได้ในทันที
และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ถึงหลินหยางจะพิสูจน์ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ล่วงเกินส้งซูยี่เลย แต่ส้งซูยี่ก็ยังไม่ยอมทำหน้าดีๆ ให้เขาเลยสักนิด ด้วยเหตุนี้ หลินหยางจึงได้สูญเสียความรู้สึกดีๆ ที่มีกับเธอไป
“อ้า! รีบปล่อยฉันลงไปนะ!”
“มันน่าขายหน้าจะตาย ไอ้คนชั่ว!”
ตอนที่ไม่มีคน ไม่ว่าจะมาไม้ไหนกับฉีเยนเอ๋อร์กับซินเสี่ยวลื่อพวกเธอก็เล่นด้วยหมด แต่พอมีคนอื่นอยู่ด้วย พวกเธอสองคนก็ยังรู้จักยางอายอยู่เหมือนกัน ตอนนี้พอเห็นส้งซูยี่ พวกเธอก็อยากให้หลินหยางปล่อยตัวเองลงไปทันที
แต่หลินหยางกลับไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เขาแค่พูดกับส้งซูยี่ด้วยน้ำเสียงที่เรีบเฉยว่า “ไม่ใช่เรื่องของคุณ ไม่ต้องตามมา มันไม่เหมาะกับเด็ก”
พูดจบ หลินหยางก็ไม่สนใจว่าส้งซูยี่จะตอบสนองยังไง เขาเตะประตูห้องนอนออก ไม่แม้แต่จะปิดประตูเลยด้วยซ้ำ
เขาวางสองสาวไว้บนเตียง หลินหยางไม่รอช้า รีบถอดเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายของตัวเองออกจนหมด
เมื่อสองสาวได้เห็นพลังการทำลายล้างที่ส่งออกมาจากร่างกายที่เปลือยเปล่าของเขา พวกเธอก็ไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว จนต้องตกไปอยู่ในสภาพที่ลุ่มหลงในทันที
หลินหยางไม่รอช้า เขารีบถลกเสื้อผ้าของสองสาวออก ไม่นาน เสียงครางและเสียงครวญครางและเสียงหายใจอันคลุมเครือ โอ้ว อ้า แผ่วออกมาจากห้อง
ส้งซูยี่ยืนพิงอยู่ที่ประตู จ้องมองไปยังห้องนอนของหลินหยาง ตอนแรกแววตาของเธอยังโกรธเกรี้ยวอยู่เลย แต่ไม่นานในตอนที่เสียงในห้องดังออกมานั้น ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“กลางวันแสดๆ ยังทำเรื่องแบบนี้ได้ หน้าด้านสิ้นดี!”
ส้งซูยี่กัดฟันแน่น จากนั้นก็ปิดประตูอย่างแรง
ตอนแรกเธอก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ซินเสี่ยวลื่อที่กำลังถูกหลินหยางเฆี่ยนตีอย่างแรงนั้น ก็ไม่สามารถอดทนต่อความเจ็บและความเร้าใจของตัวเองได้ เสียงร้องครวญครางดังลั่นไปทั่วห้อง จนถึงขั้นดังทะลุกำแพงมาเข้าหูของส้งซูยี่เลยทีเดียว
ส้งซูยี่รู้สึกร้อนขึ้นมาที่ใบหูเธอใช้แรงปิดหูเอาไว้ แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องที่ดังมาเป็นพักๆ อยู่ดี มันยิ่งทำให้ผลกระทบที่มีต่อจิตใจของเธอมันหนักมากขึ้นไปอีก
“บัดซบ! ไอ้บ้านั้นมันเป็นสัตว์ป่ารึไงเนี่ย!”
ส้งซูยี่กระทืบเท้า โกรธจนถึงขีดสุด แล้วพุ่งไปที่หัวเตียงม้วนตัวเข้าไปในผ้าห่มอย่างมิดชิด
ทว่า มันก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรเลย เสียงจากห้องข้างๆ เหมือนเงาตามตัว ที่ดังเข้ามาในหูเธออย่างไม่หยุดหย่อน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะห่มผ้าห่มไว้ หรือเป็นเพราะเสียงจากห้องข้างๆ กันแน่ ส้งซูยี่รู้สึกร่างกายของตัวเองเกิดร้อนรุ่มขึ้นมารู้สึกเหมือนมีตัวอะไรไม่รู้ขยับอยู่ภายใน ส่วนตรงกลางของขาทั้งสองข้างนั้น กับคันขึ้นมาอย่างน่าอับอาย
ส้งซูยี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก กัดริมฝีปากล่างไว้แน่นๆ หลังลังเลไปแป๊บหนึ่ง เธอก็ค่อยๆ ยื่นมือลงไปใต้หว่างขาของตัวเอง
เสียงลมหายใจที่พยายามควบคุมอย่างสุดชีวิตดังออกมาจากใต้ผ้าห่ม……
หลังผ่านไปกว่าสองชั่วโมงเต็ม หลินหยางก็ค่อยๆ เคลื่อนออกจากมือไม้เหมือนปลาหมึกที่อยู่บนร่างกายตัวเองของสองสาวอย่างระมัดระวัง เขาลงจากเตียงแล้วไปล้างเนื้อล้างตัว
มองดูสองสาวที่นอนหลับสนิท หลินหยางก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
ในตอนที่กำลังทำศึกกับสองสาวอยู่นั้น หลินหยางก็ได้เปลี่ยนไปใช้พลังมังกรและหงส์ เขาบรรเลงบทรักไป ฝึกวิชาไปการทำแบบนี้ไม่เพียงไม่สูญเสียกำลัง แต่มันยังสามารถฟื้นฟูกำลังได้ด้วย แถมยังได้ฝึกวิชาไปในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นตอนนี้ หลินหยางเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังถึงแม้จะเพิ่งปลดปล่อยไป แต่สิ่งที่อยู่ตรงหว่างขานั้น ยังพร้อมที่จะสู้รบอยู่
อย่างไรก็ตาม สองสาวก็ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปแล้ว หลินหยางจึงไม่จำเป็นต้องสนใจถึงความอดทนที่พวกเธอรับได้อีก สามารถจัดได้ตลอด
หลังอาบน้ำเย็นเสร็จ ในที่สุดหลินหยางก็สามารถทำให้น้องชายของตัวเองสงบลงอย่างว่าง่ายได้ เขาใส่เสื้อผ้า เดินออกจากห้อง และไม่ลืมที่จะปิดประตูด้วย
เขามองไปยังห้องข้างๆ จากนั้นก็หลับตาลง และไม่รู้ว่าส้งซูยี่กำลังทำอะไรอยู่ในห้อง
หลินหยางไม่มีทางไปหาเรื่องเธอก่อนอยู่แล้ว ตอนที่เขากำลังจะลงไปข้างล่างนั้น เขาก็ได้ยินเสียงที่แปลกประหลาดขึ้นออกมาจากห้องของส้งซูยี่
หลินหยางรู้สึกแปลกใจ แนบหูเข้ากับประตู ตั้งใจฟังดู เขาได้ยินแค่เสียงหายใจดังออกมาจากในห้อง ที่สำคัญคือมันฟังดูอ่อนแอมาก มันค่อนข้างต่ำแต่ก็เร่งรีบ