ตอนที่ 281
บทที่281ติดพิษ
October 28, 2026
หลังออกจากบ้าน หลินหยางก็ขับรถแลนด์โรเวอร์ออกจากชุมชนไป แล้วเริ่มท่องไปตาท้องถนน
ที่เขาออกมาก็ไม่ได้มีธุระอะไร แค่อยากจะหลบออกจากส้งซูยี่เท่านั้น ถ้ายังอยู่ในบ้านเดียวกับเธอทุกคนต่างก็อึดอัดเขาจึงตัดสินใจหลบออกมาดีกว่า
ตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว หลินหยางขับรถเข้าไปที่ไนท์มาร์เก็ต เอารถไปจอด จากนั้นก็หาร้านอาหารร้านหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปข้างใน
“เถ้าแก่ ขอเมนูขึ้นชื่อของร้านสองอย่าง กับเครื่องดื่มอีกขวดหนึ่งครับ”
หลินหยางสั่งอาหารอย่างลวกๆ ไม่นาน อาหารก็มาเสิร์ฟ เป็นอาหารที่ธรรมดามาก แต่หลังจากที่ยุ่งมาทั้งวัน แถมเมื่อกี้ก็เพิ่งผ่านศึกใหญ่กับฉีเยนเอ๋อร์และซินเสี่ยวลื่อมา หลินหยางก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน ว่าแล้วเขาก็หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วเริ่มกันทันที
แต่ในตอนที่หลินหยางใช้ตะเกียบคีบหมูเส้นผัดเปรี้ยวหวานเข้าปากไปนั้น เขาก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแรง เขารีบคายหมูเส้นผัดพริกออกมา
หลินหยางหรี่ตาลง จ้องไปที่หมูเส้นชิ้นนั้น ดูภายนอกมันก็ดูปกติดี ความจริงทั้งรสกลิ่นสีก็ดูครบ แต่สำหรับหลินหยางแล้ว มันกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย!
ในตอนที่ลิ้นสัมผัสกับหมูเส้นนั้น หลินหยางก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ รสชาติมันผิดปกติ!
ถึงมันจะเป็นรสชาติของเนื้อหมู แต่ในรสชาตินั้นมันมีอย่างอื่นผสมอยู่ด้วย!
ของสิ่งนั้นคนอื่นไม่มีทางนึกถึง แต่หลินหยางกลับสามารถแยกแยะมันได้ทันที มันเป็นยาพิษที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง เรียกว่า เบญจพิษ!
ในหมูเส้นผัดพริกนี้ถึงคนผสม เบญจพิษลงไปด้วย!
เบญจพิษเป็นพิษชนิดหนึ่งที่น่ากลัวมาก แค่เพียงปริมาณอันน้อยนิดก็สามารถทำให้ติดพิษได้ ถ้าอาการไม่หนักก็แค่ท้องร่วงอ่อนแรง แต่ถ้าอาการหนักก็อาจถึงขั้นไตวาย ไม่ถึงชั่วโมงก็อาจถึงตายได้!
หลินหยางไม่ได้แสดงท่าทีออกมา ถึงแม้จะรู้ว่าตัวเองได้ติดพิษไปแล้วก็ตาม ในทางกลับกัน เขาได้หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วคีบอาหารอีกจานที่เป็นพริกชี้ฟ้าลายเสือขึ้นมา
เขาแค่คีบพริกชี้ฟ้าลายเสือขึ้นมาดม หลินหยางก็วางพริกชี้ฟ้าลายเสือกลับไปที่เดิม เขาได้ยืนยันแล้วว่าพริกชี้ฟ้าลายเสือจานนี้ก็มีพิษผสมอยู่ด้วยเหมือนกัน!
อาหารทั้งสองอย่างต่างก็ถูกคนใส่เบญจพิษเข้าไป นี่มันเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ ไม่มีทาง!
หรือจะเป็นความผิดพลาดของคนเตรียมวัตถุดิบงั้นเหรอ? หลินหยางเชื่อว่า ถ้าต้องการปรุงรสละก็ คนเตรียมก็มีตั้งหลายคน แต่ เบญจพิษนี่ จะมีพ่อครัวเอามาใช้ประกอบอาหารด้วยอย่างนั้นเหรอ? นี่ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
ดังนั้น นี่ไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญ ผิดพลาด ยิ่งไม่มีทางเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายเด็ดขาด!
หลินหยางจึงเข้าใจได้ทันทีว่า มีคนต้องการทำร้ายเขา
เข้าลุกพรวดขึ้นมา มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นมีใครที่น่าสงสัยทั้งในและนอกร้านอาหารเลย
เขาหันไปเปิดม่าน แล้วเดินเข้าห้องครัวไป
“คุณจะทำอะไร?”
พ่อครัวคนหนึ่งที่กำลังผัดอาหารอยู่ในกระทะใบใหญ่ถามขึ้นด้วยความสงสัยหลินหยางแค่กวาดตามองที่เดียวก็สามารถจดจำทุกอย่างในห้องครัวมาไว้ในสายตาหมดแล้ว ในนี้มีคนอยู่แค่ไม่กี่คน ทุกคนต่างกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร โดยไม่มีใครที่ดูผิดปกติเลย
หลินหยางลองคิดๆ ดู แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอาจารย์ครับ เมื่อกี้ผมสั่งอาหารไปสองจาน จานหนึ่งคือหมูเส้นผัดพริก และอีกจานคือพริกชี้ฟ้าลายเสือ รสชาติของมันโดดเด่นมากเลยครับ! ไม่ทราบว่าเชฟคนไหนเป็นคนทำเหรอครับ?”
สำหรับคนที่เป็นพ่อครัวนั้น สิ่งที่มีความสุขที่สุดก็คือการถูกลูกค้าชมนี่แหละ แล้วพ่อครัวคนนั้นก็ยิ้มออกมาทันที เขาพูดไปยิ้มไปว่า “ขอบคุณครับ ผมเป็นคนทำเอง ถ้ามันถูกปากละก็ คุณก็กินให้เยอะๆ เลยครับ!”
หลินหยางยิ้มแล้วพยักหน้า จ้องมองพ่อครัวคนนี้ และไม่ได้รู้สึกว่าเขามีอะไรที่ผิดปกติเลย เขาแอบไตร่ตรอง จากนั้นก็พูดไปว่า “ท่านอาจารย์ครับ เมื่อกี้คุณใช้กระทะใบไหนทำอาหารสองจานนั้นเหรอครับ?”
“ใบนี้นี่แหละ! ทำไมเหรอครับ? คุณสนใจแม้แต่เรื่องนี้เลยเหรอ คุณคงไม่ใช่นักข่าวหรอกใช่มั้ยครับ? ฮ่าฮ่า!”
หลินหยางไม่อยากมากความ เขารีบพูดไปว่า “แล้วหลังจากที่คุณทำอาหารสองจานนั้นให้ผมเสร็จ คุณได้ทำอะไรต่ออีกรึเปล่าครับ?”
“มีสิ! คุณไม่เห็นรึไงว่าผมยุ่งจะตายอยู่แล้ว? หลังจากนั้น ผมก็ได้ทำอาหารเสิร์ฟไปข้างหน้าสี่จานแล้ว!”
“แย่แล้ว!” หลินหยางได้ยินแบบนั้น ก็ต้องตกใจทันที เขาไม่สนใจที่จะพูดอะไรกับพ่อครัวคนนั้นต่อ และรีบพุ่งออกจากห้องครัวไป
“หยุดกินเดี๋ยวนี้!” หลินหยางตะโกนออกไป
เนื่องจากร้านอาหารร้านนี้ไม่ได้ใหญ่มาก พอหลินหยางตะโกนออกไป มันก็สามารถดึงความสนใจของทุกคนได้ทันทีบรรดาตะเกียบของพวกลูกค้าตามโต๊ะได้หยุดชะงักลง แล้วหันมามองหลินหยางด้วยความสงสัย และไม่รู้จะพูดอะไรดี
“นี่พ่อหนุ่ม จะตะโกนทำไมเหรอ?” ชายท่าทางเหมือนเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ได้เดินเข้ามา แล้วกล่าวทักทายหลินหยาง” มีคนวางยาในอาหารครับ รีบบอกให้พวกเขาหยุดกินเดียวนี้!”
“ว่าไงนะ!? นี่คุณอย่ามาพูดบ้าๆ นะ! ที่นี่มันร้ายเป็นร้านอาหารนะ อาหารก็อร่อยจะตาย จะไปวางยาทำไม!?”
พอเจ้าของร้านได้ยินแบบนั้น เข้าก็ตกใจทันที แต่หลินหยางพูดได้ไม่ชัดเจนนัก ส่วนเจ้าของร้านก็ไม่เข้าใจสิ่งที่หลินหยางต้องการจะสื่อ
“อ้า! ท้องของฉัน มันปวดมากเลย!”
“ปวดมาก อาหารนี่มันปัญหาใช่มั้ย?”
ทันทีที่คำพูดของเจ้าของร้านสิ้นสุดลง ก็ได้มีลูกคนจากสองโต๊ะจำนวนห้าคน ล้มลงกับพื้นพร้อมกัน เอามือกุมท้องกลิ้งอยู่ตรงพื้น
เมื่อลูกค้าคนอื่นภายในร้านเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสี กรีดร้องแล้วเขวี้ยงตะเกียบทิ้ง จากนั้นก็วิ่งออกไปตามสัญชาตญาณ
“นี่! ห้ามไปนะ ยังไม่ได้เช็กบิลเลย!” ในเวลาแบบนี้ เจ้าของร้านยังมีกะจิตกะใจมาคิดถึงเรื่องแบบนี้อีก เขารีบวิ่งไปขวางประตูไว้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าออกไปได้
“คุณคิดจะทำอะไร? อาหารของคุณมีปัญหา ยังคิดจะให้เรากินต่ออีกรึไง?” ลูกค้าคนหนึ่งตะโกนออกมา เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตกใจมาก
หลินหยางก้าวไปข้างหน้า ตบๆ ไปที่ไหล่ของคนคนนั้น แล้วพูดขึ้นว่า “ทุกท่านครับ ที่ไม่ให้พวกคุณไป ไม่ใช่จะบังคับพวกคุณกินอาหารต่อสักหน่อย แต่มีคนวางยาในอาหาร เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน พวกคุณจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจทันทีครับ!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องให้พวกเราออกไปสิ เราจะได้ไปโรงพยาบาลไง!” ลูกค้าอีกคนพูดขึ้น
“ถ้าไปถึงโรงพยาบาลก็คงไม่ทันแล้ว ให้ผมมาตรวจให้พวกคุณเถอะครับ”
หลินหยางไม่มีอารมณ์พูดกับพวกเขาต่อ ข้างเขามีลูกค้าที่ติดพิษพอดี เขานั่งลงไปแล้วพูดไปว่า “ผมเป็นหมอ แลบลิ้นออกมาให้ผมดูหน่อยครับ”