ตอนที่ 1031
บทที่ 1034 ดับไฟต่อหน้า
October 21, 2026
สิ่งที่เรียกว่าการเปิดหูเปิดตา ในหูของนักปราชญ์ กลายเป็นฉินซูโหรวกำลังหว่านล้อมชิงหลงให้หยิบเชื้อเพลิงของเพลิงชุ้ยเจี้ยนออกมา
ความจริงแล้ว ความตั้งใจเดิมของฉินซูโหรว นั่นก็คือการรอให้ชิงหลงหยิบเชื้อเพลิงของเพลิงชุ้ยเจี้ยนออกมา ฉินซูโหรวต้องการจะทำลายเชื้อเพลิงต่อหน้านักปราชญ์
ความจริงแล้ว หากว่าก่อนหน้านี้นักปราชญ์ไม่ได้ตื่นเต้นเกินไป จนทำให้เสวียนอวี๋ตกใจร้องไห้ เสวียนอวี๋ก็จะสามารถอ่านใจของฉินซูโหรวได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว นักปราชญ์จึงไม่อาจคิดเพ้อฝันว่าฉินซูโหรวกำลังช่วยเขาอยู่
น่าเสียดายเหลือเกิน เสวียนอวี๋ร้องไห้แล้ว และเมื่อเสวียนอวี๋ร้องไห้ เสวียนอวี๋จะต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนานในการฟื้นคืนความสามารถในการอ่านใจ นี่ก็คือหนึ่งในเหตุผลที่นักปราชญ์บอกว่าเสวียนอวี๋ไม่ควรร้องไห้ เมื่อเสวียนอวี๋ร้องไห้ ก็มักจะเป็นปัญหาเสมอ
ตอนนี้ นักปราชญ์ไม่สามารถเข้าในจวนเซียวได้ จึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับฉินซูโหรว นักปราชญ์เข้าใจว่าที่ฉินซูโหรวพูดนั้น หมายจะเอนเอียงไปทางของเขา ใบหน้าที่แก่ชราของนักปราชญ์แสดงความพึงพอใจออกมา หมิงเจ๋อปลูกฝังลูกน้องได้ดีทีเดียว มีประสิทธิภาพมาก
ทางด้านนักปราชญ์กระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่ามีฉินซูโหรวช่วยเหลือ การชิงเพลิงชุ้ยเจี้ยนกลับมาก็จะง่ายมากขึ้น
และชิงหลงที่อ่านใจของสองฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างฉินซูโหรวและนักปราชญ์ได้นั้น ยิ้มเล็กน้อย ให้นักปราชญ์ได้เปิดโลกมาเล่นสนุกเสียหน่อย แน่ทีเดียวว่าชิงหลงลงเล่นด้วยอย่างแน่นอน ชิงหลงรับปากอย่างสะใจ “ไม่มีปัญหา”
ทันทีที่สิ้นเสียง ชิงหลงก็ตะโกนต่อจวนเซียวว่า “อันเอ๋อร์ วางเชื้อเพลิงแห่งเพลิงชุ้ยเจี้ยน”
เมื่อชิงหลงพูดจบ ร่างที่มีเสน่ห์ก็แวบขึ้นมาและปรากฏตัวข้างกายชิงหลง อันเอ๋อร์ออกมาพร้อมผ้าคลุมหน้า หลังจากที่นางหันไปทำความเคารพชิงหลงแล้ว นางก็ยื่นเชื้อเพลิงของเพลิงชุ้ยเจี้ยนให้แก่ชิงหลง
ในขณะเดียวกันนั้นเอง นักปราชญ์แอบขยิบตาส่งสัญญาณให้เสวียนอวี๋ เพื่อให้เสวียนอวี๋บุกพร้อมกันกับนักปราชญ์ รวมพลังเพื่อฉวยโอกาสชิงเชื้อเพลิงกลับคืนมา
อาจารย์และศิษย์สองคนรู้ใจกันดีเสียจริง เมื่อรับสัญญาณจากนักปราชญ์แล้ว เสวียนอวี๋และนักปราชญ์ก็ลงมือพร้อมกัน และโจมตีไปยังชิงหลงด้วยกัน...
ความว่องไวของร่างทั้งสอง รวดเร็วราวกับพายุลมแรง พวกเขาแวบหายตัวปิ้วพร้อมพัวพันชิงหลงไว้
การโจมตีของชายทั้งสองนั้นรุนแรงมากและพลังอันทรงอำนาจของพวกเขาแข็งแกร่งเสียจนฉินซูโหรวและคนอื่น ๆ ในขยับถอยกว่าสิบเมตรโดยสัญชาตญาณ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำร้ายจากอำนาจที่ทรงพลังนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม พัดของชิงหลงกระพือเบา ๆ และลมที่อำมหิตก็พัดขึ้นมา นักปราชญ์และเสวียนอวี๋ต่างก็ถูกพัดกระเด็นออกไป หลังจากล้มลงบนพื้นอย่างรุนแรง พวกเขาก็ถอยกลับไปหลายก้าวเพื่อพยุงร่างกายให้มั่นคง
นักปราชญ์รู้สึกเพียงว่าในคอมีกลิ่นคาวเลือดตามมาภายหลัง... นักปราชญ์ใช้กำลังภายในไล่ความดันโลหิตที่กําลังจะพุ่งออกมา ในใจอดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้
ชิงหลงผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป จักชิงเพลิงชุ้ยเจี้ยนในมือของเขามาได้อย่างไร?
ครั้งนี้ นักปราชญ์มีความรู้สึกเหมือนขุดหลุมฝังตัวเอง เขาถึงขั้นที่เสียใจเล็กน้อยที่มายังต้าเว่ย เสียใจที่ลงมือจัดการเซียวเฉวียนด้วยตัวเอง...
ตอนนี้ภูเขาหมิงเซียนถูกทำลายแล้ว เซียวเฉวียนไม่ถูกฆ่า เชื้อเพลิงของเพลิงชุ้ยเจี้ยนที่นักปราชญ์นำมายังต้าเว่ยถูกคนของเซียวเฉวียนเอาไป และตัวของนักปราชญ์ยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
ครั้งนี้ฉวยโอกาสไม่สำเร็จยังขาดทุนอีกต่างหาก!
นักปราชญ์มองชิงหลงที่น่าเกรงขามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พลางคิดในใจว่า เหตุใดชิงหลงจึงเกรียงไกรได้ถึงขั้นนี้?
ในขณะเดียวกันนั้นเอง นักปราชญ์เห็นในมือของฉินซูโหรวถือขวดเล็ก ๆ ที่บรรจุน้ําอยู่ไม่กี่หยด เขาไม่รู้ว่าในขวดเล็ก ๆ บรรจุน้ำตาขององค์หญิงไว้อยู่ และคิดว่าเป็นเพียงน้ำธรรมดา จึงมองฉินซูโหรวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย พลางรุดเดินไปหาชิงหลงอย่างว่องไว
นักปราชญ์ไม่รู้ว่าฉินซูโหรวต้องการจะทำอะไร ทว่านักปราชญ์กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เขาอดทนต่อการบาดเจ็บภายในและฝืนใช้กําลังภายในเพื่อส่งเสียงให้ฉินซูโหรว “อาจื่อ เจ้ากำลังจะทำสิ่งใด?”