ตอนที่ 1139
บทที่ 1143 รังงูและหนู
October 21, 2026
สถานการณ์ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว
ครั้งที่แล้วมีแต่ศิษย์ของสำนักหมิงเซียน เซียวเฉวียนยังสามารถฆ่าพวกเขาเพื่อปิดปากได้
แต่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่มีนักรบแท้ ยังมีบัณฑิตอยู่ด้วย คนพวกนี้ก็บอกไม่ได้
เรื่องมีตราจูเสินสิงอยู่ในตัว ให้คนมากมายขนาดนี้รู้ไม่ได้
ยิ่งมีคนรู้เรื่องนี้มากเท่าไหร่ ชีวิตของเซียวเฉวียวนก็ยิ่งมีหลักประกันน้อยลง
อันที่จริง ไม่ใช่ว่ามู่จิ่นไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียงแต่ว่ามู่จิ่นคิดเรื่องต่าง ๆ เผื่อยาวไกลกว่าโย่วควน ทั้งยึดประเด็นสำคัญได้
มู่จิ่นรู้สึกว่า นักฆ่าเหล่านี้กินยาไปแล้ว นอกจากต้องปล่อยตราจูเสินออกมาระเบิดพวกมัน เซียวเฉวียนก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เซียวเฉวียนตายก็นักฆ่าตาย
ถ้าเซียวเฉวียนตาย เก็บความลับนั้นไว้จะมีประโยชน์อะไร ?
ทุบหม้อข้าวจมเรือสู้ตายไปเลย อาจจะมีโอกาสเอาชีวิตรอด
ตราบใดที่มีชีวิตอยู่ ที่นั่นย่อมมีความหวัง
ขอให้รักษาชีวิตไว้ได้ ก็สามารถหาทางปกปิดเรื่องตราจูเสินสิงในตัวนี้ได้เสมอ
ในฐานะคนจีนฮวาเซี่ยทั้งคู่ เซียวเฉวียนมีความคิดเช่นเดียวกับมู่จิ่นในประเด็นนี้
แต่ว่า ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาว่าเซียวเฉวียนอยากจะปล่อยตราจูเสินออกมาหรือไม่ แต่ปัญหาคือตราจูเสินมีความสามารถออกมาได้หรือไม่
ดังนั้น เซียวเฉวียนก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
นักฆ่าพวกนั้นไม่มีทีท่าจะกลับเนื้อกลับตัว
พวกเขาพบว่าหลังจากที่พวกเขากินยาไปแล้ว เซียวเฉวียนก็ไม่กล้าทำอะไรกับพวกเขา
พวกเขาคาดว่าเซียวเฉวียนต้องรู้อะไรแล้วแน่ๆ จึงไม่กล้าลงมือทำอะไรพวกเขาอย่างบุ่มบ่าม
ฉะนั้น พวกเขาถือโอกาสเซียวเฉวียนไม่กล้าทำอะไรพวกเขา จึงเริ่มทำตามอำเภอใจ จะลงมือกับเถามันเทศสองกระถางนั้นก่อน
พวกเขาเดินไปที่เถามันเทศสองกระถางทีละก้าวด้วยใบหน้าที่ดุร้าย
”อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นข้าจะยิงแล้วนะ !” โย่วควนชี้ปืนไปที่นักฆ่า
อันที่จริง โย่วควนรู้ว่ามันช่วยอะไรไม่ได้ เมื่อเห็นนักฆ่าเหล่านี้มีสีหน้าอย่างทองไม่รู้ร้อน รู้ว่าพวกเขาเตรียมจะสละชีวิตร่วมกับพวกเซียวเฉวียนกันแล้ว
นักฆ่าดูจะไม่ฟังสิ่งที่โย่วควนพูด ยังคงเดินหน้ามาด้วยสีหน้าอย่างได้ใจ
เซียวเฉวียนยืนอยู่หน้าเถามันเทศ เขาสายตาเฉียบแหลมมองไปที่นักฆ่า ส่งเสียงในใจว่า "ตราจูเสิน มีวิธีอะไรที่จะฆ่าพวกมันได้หรือไม่ ?"
ตราจูเสินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ถ่วงเวลาจนพวกเขาตาย"
”จะถ่วงยังไง ?” เซียวเฉวียนถามอย่างสับสน
หากเซียวเฉวียนอยู่คนเดียว หลบหลีกนักฆ่าพวกนี้มันง่ายนิดเดียว
แต่ในนี้มีคนมากมายที่ไม่รู้วิชาการต่อสู้ ให้บัณฑิตพวกนี้เดินเพิ่มอีกสองก้าวก็แทบจะเอาชีวิตพวกเขาไปทิ้ง จะหลีกเลี่ยงจากมือโหดเหล่านี้ได้อย่างไง ?
เมื่อได้ยินเสียงในใจของเซียวเฉวียน ตราจูเสินก็พูดอย่างเหยียดหยาม "เจ้ามีวิชาเคลื่อนตัวในพริบตาอย่างข้ามิใช่หรือ ?"
เมื่อฟังน้ำเสียงนี้ ตราจูเสินดูรังเกียจต่อเซียวเฉวียนเป็นอย่างยิ่ง แค่ยังไม่ได้ถึงกับว่าเซียวเฉวียนโง่เท่านั้นเอง
ตราจูเสินคิดว่า เซียวเฉวียนก็เป็นจ้วงหยวนในราชวงศ์ต้าเว่ย เขาเคยได้อันดับหนึ่งมา จึงว่าเขาโง่ไม่ได้ เขาจึงอดกั้นที่จะไม่พูดคำว่าโง่ออกมา
เป็นเรื่องจริงที่เซียวเฉวียนมีวิชาเคลื่อนตัวในพริบตา แต่ปัญหาคือ วิชาเคลื่อนตัวในพริบตาของเซียวเฉวียนสามารถเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ในเวลาเดียวกันได้หรือ ?
ครั้งที่แล้วเซียวเฉวียนแค่พามู่จิ่นและโย่วควนสองคนเอง เซียวเฉวียนก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยแล้ว
ตอนนี้จะเคลื่อนคนจำนวนมากขนาดนี้พร้อมกัน
”เจ้าทำได้หน่า” ตราจูเสินกล่าวมาอย่างไม่คาดคิด
เซียวเฉวียนยังคงสงสัยเกี่ยวกับคำพูดของตราจูเสิน แต่มีอีกเสียงหนึ่งในใจของเซียวเฉวียนบอกว่าเชื่อตราจูเสินเถอะไม่พลาดแน่
สถานการณ์ฉุกละหุก ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงตายดูสักครั้ง
หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว เซียวเฉวียนก็ตัดสินใจลองดู จึงออกคำสั่ง "ทุกคน เข้ามาใกล้ๆ ตัวข้า"
พอทุกคนได้ยิน พวกเขาก็เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เซียวเฉวียนอย่างรวดเร็ว
พอทุกคนมารวมตัวกันแล้ว เซียวเฉวียนก็ส่งเสียงในใจ "ขึ้น !"
ไม่รอทุกคนจะพร้อมใจ เซียวเฉวียนและทีมของเขาพร้อมกับเถามันเทศสองกระถางก็เหินขึ้นไปบนอากาศ
"อา! อา! อา! อา! อา! "
ตามมาทันทีก็คือเสียงตกใจร้องของเหล่าบัณฑิต