ตอนที่ 1299
บทที่ 1310 สังหารเว่ยเชียนชิว
October 21, 2026
พวกเขาตื่นแต่เช้าตรากตรำงานยันค่ำ ชีวิตยังไม่มีหลักประกันดั่งเดิม อาหารเครื่องนุ่งห่มไม่ได้รับการแก้ไข หลักประกันของสิทธิประโยชน์ไม่ต้องพูดถึง หนทางสู่การรักษาผลประโยชน์ของตนเองนั้นลำบากยิ่งกว่าบุกน้ำลุยไฟเสียอีก !
กลับมาดูในยุคปัจจุบัน ชาวไร่ชาวนาพลิกตัวมาร้องเพลง ประชาเป็นนายของประเทศ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารเครื่องนุ่งห่ม ทุกคนมีโอกาสเรียนหนังสือ ชีวิตเหมือนอยู่ในแดนสวรรค์
อย่างไรก็ตาม ระบบกษัตริย์แบบรวมศูนย์ของราชวงศ์ต้าเว่ยนั้นหยั่งรากลึก ปรากฏการณ์ของผู้มีอำนาจกดขี่ประชาชนเป็นเรื่องปกติ ชีวิตของประชาดูน่าสังเวชอย่างยิ่ง
ถ้าจะแก้ไขความขัดแย้งและความแตกต่างระหว่างสังคมชั้นล่างและชนชั้นสูงโดยพื้นฐานแล้ว ก็ต้องกระทบกระทั่งผลประโยชน์ของชนชั้นสูง จึงถูกลิขิตว่าต้องสู้รบอย่างดุเดือดกับบรรดาข้าราชการและผู้มีอำนาจ
กระบวนการนี้อาจเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
แต่เพื่อความคาดหวังของปีศาจกวี เหวินฮั่น เฉาสิงจือ เซียวเทียน และคนอื่นๆ ไม่ว่าหนทางสายนี้จะยากลำบากแค่ไหน เซียวเฉวียนก็จะเดินหน้าลุยต่อไปโดยไม่หันหลัง
เพื่อชีวิตชาวประชา ให้ทุกคนในต้าเว่ยได้เรียนหนังสือ ร่วมกันสร้างราชวงศ์ต้าเว่ยที่เจริญรุ่งเรืองด้วยกัน !
ขั้นตอนนี้ เซียวเฉวียนตัดสินใจจะเริ่มต้นจากเมืองมู่อวิ๋น !
ก่อนที่เซียวเฉวียนจะมาเมืองมู่อวิ๋น องค์จักรพรรดิได้ทรงสั่งว่า เรื่องของเมืองมู่อวิ๋น อำนาจเบ็ดเสร็จมอบให้กับเซียวเฉวียนเป็นผู้ตัดสินใจ รวมถึงอำนาจการกำหนดนโยบายการบริหารของเมืองมู่อวิ๋นหลังจากความวุ่นวายสิ้นสุดลงแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เซียวเฉวียนสามารถคัดเลือกสมัครรับบุคลากรได้ทันที หรือเอ่ยปากขอเอากับองค์จักรพรรดิโดยตรง และจัดการเมืองมู่อวิ๋นในแบบที่เซียวเฉวียนปรารถนา
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เซียวเฉวียนสามารถใช้เจตจำนงอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อดำเนินการปฏิรูปครั้งใหญ่ในเมืองมู่อวิ๋น โดยใช้เมืองมู่อวิ๋นเป็นโครงการนำร่องแห่งแรก
......
......
ระหว่างทางไปมู่อวิ๋น
เพิ่งได้พักแป๊บเดียว พื้นก็ยังไม่ทันนั่งให้อุ่น หวังหลินก็ถูกเรียกขึ้นมาให้เดินทางต่อ
หวังหลินอดไม่ได้ที่จะแอบบ่นในใจ เขาไม่เข้าใจจริงๆ เว่ยเชียนชิวจะมาเมืองมู่อวิ๋น เขามาเองก็หมดเรื่อง ทำไมถึงต้องให้หวังหลินมาด้วย ?
เร่งเอา เร่งเอา นี่จะไม่มาเอาชีวิตของหวังหลินไปทิ้งหรือ ?
หวังหลินแสดงให้เห็นว่าร่างกายของเขาสู้ไม่ไหว เขาพูดอย่างอ่อนแรง "ท่านเจียนกั๋ว ผู้น้อยเหนื่อยจริงๆ ขี่ม้าจนก้นชาไปหมดแล้ว ขอให้ผู้น้อยพักอีกสักเดี๋ยว ขออีกสักเดี๋ยว"
เว่ยเชียนชิวคิดยังไง หวังหลินไม่รู้ไม่เข้าใจแน่นอน
ที่เขาพาหวังหลินมาเมืองมู่อวิ๋น เขาอยากจะพิสูจน์ว่า เซียวเฉวียนมีความหวั่นเกรงอะไรต่อหวังหลินตรงไหน
เพราะเว่ยเชียนชิวรู้สึกว่า ที่ผ่านมาติดต่อกันสองครั้ง เป็นเพราะหวังหลินปรากฏตัว เซียวเฉวียนก็ปล่อยตัวเว่ยเชียนชิว เขาไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ มันต้องมีอะไรพิลึกอยู่ในนั้น
ไม่แน่หวังหลินอาจเป็นอาวุธวิเศษในการเอาชนะเซียวเฉวียนได้
พอคิดว่าหวังหลินอาจใช้เป็นประโยชน์ได้ เว่ยเชียนชิวซึ่งเดิมไม่พอใจคำขอของหวังหลิน สุ่มนิ้วชี้ไปที่นักรบแท้คนหนึ่งแล้วพูดอย่างเฉื่อยชา "เจ้าอยู่นี่คอยคุ้มครองหวังหลิน คนอื่น ๆ ออกเดินทางไปกับข้าเจียนกั๋วเดี๋ยวนี้เลย”
นักรบแท้ขานรับด้วยความเคารพ "ขอรับ ! ผู้น้อยรับทราบ !"
ความหมายก็คือ อนุญาตให้หวังหลินพักได้อีกประเดี๋ยว
ไป !
ในที่สุด ก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
หวังหลินยิ้มหน้าเบิกบานและพูดว่า "ขอบคุณท่านเจียนกั๋ว !"
เว่ยเชียนชิวเหลือบมองหวังหลินด้วยสายตาจืดชืด จากนั้นหันศีรษะและควบม้าออกไป ทำให้เกิดฝุ่นควันฟุ้นขึ้นเป็นโขมง
“แคก ๆ ! แคก ๆ !”
ลมกระโชกพัดมา หวังหลินและนักรบแท้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นถูกฝุ่นเคลือบเต็มตัวทันที ยามหายใจก็สูดดมเข้าไปโดยไม่ทันระวัง แสบจมูกจนน้ำตาโผล่เต็มเบ้าตาของพวกเขา
ไปตายซะ ! เว่ยเชียนชิวทำไมต้องเร่งรีบอะไรถึงขนาดนี้ฮ่ะ !
เขารีบของเขา ข้าก็พักของข้า
คิดได้ปั๊บ หวังหลินก็นั่งลงพัก