ตอนที่ 1368
บทที่ 1392 ไม่มีร่องรอย
October 21, 2026
เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับของพ่อค้า ชายชุดดำก็เอ่ยอย่างพอใจ “อื้ม ไปเถอะ จำเอาไว้ สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพูดก็อย่าได้พูด”
เดิมที ชายชุดดำให้พวกพ่อค้าเหล่านี้หาอูฐมาให้ทุกๆ วันส่งมอบให้เขา หลังจากนั้นก็ให้พวกพ่อค้าไปหาอูฐต่อ
ทว่า คนที่มาส่งอูฐในที่นี่ทุกครั้ง ล้วนไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน
และนี่ก็หมายความว่า พวกคนที่ดูเหมือนพ่อค้าเหล่านี้ จริงๆ แล้วกลับไม่ใช่พ่อค้า
ทว่า น้ำเสียงของคนชุดดำรายนี้ ฟังออกมาแล้วแปลกแปร่งพิกล
กลับกันเซียวเฉวียนรู้สึกว่า ตามปรกติ ไม่มีน้ำเสียงของใครที่จะพูดออกมาได้ไม่เป็นธรรมชาติปานนั้น
แต่ว่า ตอนนี้เองก็ไม่ใช่เวลามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
พวกเซียวเฉวียนทั้งสามคนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดนั้นมองพวกพ่อค้าทั้งสามคนไปๆ มาๆ คนชุดดำกับพวกเขาต่างไปทิศทางสวนกัน รอจนกระทั่งหลังจากเงาร่างของพวกเขาหายไปแล้ว ทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังทิศที่คนชุดดำมุ่งไป
ในส่วนของการติดตามระยะสั้นนั้น เซียวเฉวียนกับชิงหลงไม่ได้ใช้วิชาหายตัวในพริบตา
หลังจากที่ทั้งสามคนติดตามหลังชายชุดดำล้ว ก็ไม่รู้ว่าชายชุดดำจะรู้สึกตัวหรือไม่ ทันใดนั้นเขาก็พลันหันหัวมองสักครู่หนึ่ง
ยังดีที่ทั้งสามคนรู้ตัวทัน พวกเขาหลบอย่างรวดเร็วและไม่ทันถูกคนชุดดำสังเกตเห็น
เมื่อไม่เห็นว่ามีใคร คนชุดดำถึงค่อยหันศีรษะมาพลางรีบเร่งเดินทาง
อย่างไรก็ตาม อูฐนั้นวิ่งได้ช้ายิ่ง ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็ได้เห็นอูฐหลายตัวตรงนั้น
ส่วนที่ชายชุดดำที่เดินอยู่ข้างหน้า ไม่รู้ว่ากระซิบกับคนงานชั่วคราวไม่กี่คนตรงนั้นอย่างไร พวกเขาถึงกับชะงักฝีเท้ากะทันหัน
เหมิงเอ้าเห็นเหตุการณ์แล้วก็อดพูดอย่างประหลาดใจไม่ได้ “นายท่าน ท่านเพิ่งจะพูดกับคนพวกนั้นเช่นไร?”
เซียวเฉวียนส่ายหัวพูด “ข้าเองก็ไม่รู้”
ชายชุดดำรายนี้ช่างระมัดระวังตัวอย่างประหลาด ทั้งสามคนไม่กล้าเข้ามาใกล้เกินไป อีกทั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เซียวเฉวียนเองอ่านใจของพวกเขาไม่ได้ ดังนั้น เซียวเฉวียนเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไร
คำพูดนี้ ทำเอาเหมิงเอ้าผงะไป นี่นายท่านไม่อาจอ่านความในใจได้แล้วหรือ?
เหตุใดเขาจึงไม่รู้ว่าชายชุดดำพูดอะไรกันล่ะ?
หรือว่า ชายชุดดำแข็งแกร่งปานนั้นเลยหรือ?
ในเวลานี้ เหมิงเอ้าคิดอยู่ในใจ ไม่สู้เขาบุกเข้าไปจากนั้นจัดการคว้าตัวคนผู้นั้นมาถามๆ ดูซิว่าพวกนั้นต้องการอูฐไปทำอะไร
ไม่คาดคิดเลย เขายังไม่ทันพูดแผนการอะไรออกมา เซียวเฉวียนก็ทำลายความคิดของเขาสิ้น “ดูไปแล้ว เขาคงจะรู้ตัวแล้วว่ามีคนติดตามเขาอยู่ พวกเราไปกันเถอะ”
ไม่อย่างนั้น เขาคงจะไม่หยุดเสียเวลาอยู่ตรงนี้หรอก
อีกทั้งการที่เขาสามารถหยุดเสียเวลาอยู่ตรงนี้ได้ ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้อูฐพวกนี้
ในเมื่อพูดเช่นนี้แล้ว หากไม่กำจัดความระแวงในใจของคนชุดดำ การที่คนชุดดำจะเสียเวลาไปสักหลายวันก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้
พอได้ยินเซียวเฉวียนเรียกให้ไป เหมิงเอ้าก็พลันตัวแข็งขึ้นมา “ไปอย่างนั้นหรือ? นายท่าน พวกเราจะกลับโรงเตี๊ยมกันเช่นนี้หรือ?”
เซียวเฉวียนยกรอยยิ้มขึ้นมาเป็นรอยยิ้มได้ใจพลางเอ่ย “ไม่ พวกเราจะล่วงไปอีกก้าวหนึ่ง”
เส้นทางที่อูฐจำนวนมากเดินผ่านแบบนี้ จะอย่างไรก็ต้องเหลือร่องรอยอยู่บ้าง
หากอยากจะรู้ความจริง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้บนตัวคนชุดดำ พวกเขาสามารถติดตามรอยเท้าอูฐเหล่านี้ไป และเป็นไปได้ว่าจะหาจุดหมายสุดท้ายของอูฐพวกนี้พบ
เมื่อได้ยินเซียวเฉวียนพูดเช่นนี้ เหมิงเอ้าก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที เขาเอ่ย “ถูกแล้ว!”
การที่เหมิงเอ้าตื่นเต้นเช่นนี้ ทำเอาชิงหลงหันมามอง ชิงหลงมองเหมิงเอ้าอย่างเรียบเฉยครั้งหนึ่ง ภายในใจของเขาคิด การที่เหมิงเอ้าไม่อาจจะเก็บอารมณ์ของตัวเองลงไปได้เช่นนี้ นับว่าไม่ได้การแล้ว
เมื่อสังเกตเห็นสายตาที่ชิงหลงมองมา เหมิงเอ้าที่ถูกเซียวเฉวียนตำหนิอยู่หลายครั้ง ก็คล้ายจะเข้าใจขึ้นมาเอง เขาเกาๆ ศีรษะ ก่อนจะเอ่ยอย่างลุแก่โทษว่า “ใต้เท้าชิงหลง ตัวข้าก็แค่ตื่นเต้นขึ้นมากะทันหันเท่านั้น อย่าได้มองข้าเช่นนี้ อีกหน่อยข้าจะแก้ ข้าจะต้องแก้แน่ๆ”
เมื่อถูกชิงหลงเหลือบมองแบบนี้ หากว่าเหมิงเอ้าไม่แก้ไข เช่นนั้นก็คงทำเซียวเฉวียนเสียหน้าแล้ว
หรือว่าไม่ใช่ ในฐานะเป็นผู้อารักขาของเซียวเฉวียน ในเวลาเดียวกับที่ต้องปกป้องเซียวเฉวียนให้ดี ก็ต้องรักษาหน้าเซียวเฉวียนด้วย จะเอาแต่ตกใจอย่างเดียวไม่ได้ อาจจะทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะที่ผู้อารักขาของเซียวเฉวียนไม่รู้จักรักษาท่าที
เซียวเฉวียนพอได้ยินความในใจของเหมิงเอ้าแล้ว เขาก็อดถอนหายใจเสียงเบาครั้งหนึ่งไม่ได้ เซียวเฉวียนพูดปากเปื่อยปากแฮะ ยังไม่สู้การมองครั้งหนึ่งของชิงหลงเลย
ก่อนหน้านี้ จะมากน้อย เซียวเฉวียนก็มักจะห้ามไม่ให้เหมิงเอ้าพูดจาตะโกน เขาก็ไม่สนอกสนใจ ในตอนนี้เพียงเพราะชิงหลงเหลือบตามองเขาครั้งเดียว ก็พูดว่าจะแก้ซะแล้ว