ตอนที่ 1432
บทที่ 1461 อาสาสมัครผู้กล้าหาญ
October 21, 2026
แต่ว่า เซี่ยวเฟิงมีพฤติกรรมที่เอาแต่ใจอย่างนี้ เซียวเฉวียนจะไม่คิดบัญชีแค้นย้อนหลังได้อย่างไร?
จะปล่อยให้มันผ่านไปได้ง่ายๆแบบนี้งั้นเหรอ แล้วหลังจากนี้ก็จะไม่มีกฏระเบียบแล้วหรือ?
สายตาเยือกเย็นของเซียวเฉวียนมองไปที่เซียวเฟิง เซียวเฟิงตกใจกลัวจนตัวสั่น เดินถอยหลังไปสองก้าว
ท่าทางที่เย็นชาน่ากลัวของเซียวเฉวียน เขาตกใจกลัวอย่างมากจริงๆ
ก่อนหน้านี้ทำไมไม่เคยรู้มาก่อน?
ถ้ารู้มาก่อนหน้านี้ เซียวเฟิงจะไม่กล้ามาทำอย่างนี้
เขามีท่าทางระมัดระวังและน่าสงสารมองเซียวเฉวียน หวังว่าเซียวเฉวียนจะไม่โกรธโมโห
ที่จริงแล้ว เซียวเฉวียนก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเซียวเฟิง เพียงแค่ต้องการขู่ให้กลัวเท่านั้น
เมื่อเห็นสัตว์เทพหมดสิ้นความโอหังลง สิ่งที่เซียวเฉวียนต้องการก็บรรลุเป้าหมายแล้ว เขาก็ไม่อยากจะหาเรื่องกับสัตว์เทพอีกต่อไปแล้ว เขาพูดขึ้นว่า:“ครั้งนี้จะยอมไว้ชีวิตเจ้า หลังจากนี้ถ้ายังเอาแต่ใจอย่างนี้อีก ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าอีกแล้ว”
พูดจบ เซียวเฟิงก็เงียบลงและตามสวีซูผิงกลับไปที่ต้าเว่ย เขาเห็นแน่ชัดแล้วว่าองค์หญิงต้าถงปลอดภัยดี ไม่มีผลกระทบใดๆ
แต่ทำให้เซียวเฉวียนคิดจินตนาการไปไกล
อดทนพยายามให้อภัย
คำพูดของเซียวเฉวียน ทำให้เซียวเฟิงที่รู้สึกเคร่งเครียดผ่อนคลายลง สายตาของเขามองจ้องไปที่เซียวเฉวียน มีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้า
ค่อยๆเดินเข้าไป เอนหัวเข้าไปในอ้อมอกของเซียวเฉวียน เป็นการแสดงความขอบคุณต่อเซียวเฉวียน
หลังจากนี้เขาไม่กล้าอีกแล้ว เขาจะฟังคำสั่งของเซียวเฉวียน
ภาพตรงหน้านี้ ทุกคนมองดูอย่างตกตะลึง
ไอ้โย่ว สัตว์เทพยอมรับเซียวเฉวียนเป็นเจ้านายก็แล้วไป ยังจะทำท่าทางออดอ้อนอีก
เซียวเฉวียนเก่งจริงๆ แม้แต่สัตว์เทพก็ยังยอมนอบน้อมต่อเขา
ถ้ามีโอกาสกลับไปในยุคปัจจุบัน แบบนี้มันสุดยอดไปเลย พอที่จะให้เอาไปคุยโม้โอ้อวดกับคนฮว๋าเซี่ยได้ตลอดชีวิตเลย
แต่ว่า เซียวเฉวียนรู้สึกรังเกียจเซียวเฟิงเล็กน้อย เป็นถึงสัตว์เทพ มาทำออดอ้อนกับลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเซียวเฉวียน เขาไม่รู้สึกอับอาย แต่เซียวเฉวียนรู้สึกอับอาย
เซียวเฉวียนพูดว่า:“เอาละ เจ้ากับกิเลนออกไปได้แล้ว”
เมื่อได้รับการยกโทษจากเซียวเฉวียนแล้ว คำสั่งของเซียวเฉวียน เซียวเฟิงไม่กล้าขัดขืนอีก
พูดจริงๆว่า พวกเขาเป็นสัตว์เทพที่สง่างามน่าเกรงขาม ยืนอยู่รายล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่จับจ้องมองดู เซียวเฟิงกับกิเลนก็แทบจะทนต่อไปไม่ได้แล้ว
ดังนั้น เซียวเฟิงพากิเลนแวบหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน ทำให้พวกเขาที่ล้อมรอบดูอยู่รู้สึกเหงาหงอย
เรื่องของเซียวเฟิง ก็จบลงแค่นั้น
เซียวเฉวียนพึ่งจะเห็นเจี้ยนจงกับมู่จิ่น กำลังจะถามพวกเขาว่าทำไมถึงมาอยู่ที่จวนเซียวได้
ในตอนนี้ พวกเขาควรจะอยู่ที่ห้องหนังสือชิงหยวนถึงจะถูก
มู่จิ่นเข้าใจความหมายที่เซียวเฉวียนต้องการจะสื่อออกมา เขาพูดว่า:“เรื่องห้องหนังสือชิงหยวน จัดการเรียบร้อบแล้ว เหลือแค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าได้วางแผนจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว”
ช่วงเวลานี้ เจี้ยนจงและมู่จิ่นกำลังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องห้องหนังสือชิงหยวน เป็นเรื่องไม่ยาก แต่มีรายละเอียดมาก จะต้องค่อยๆจัดการด้วยตนเองทีละเรื่อง ยุ่งวุ่นวายอย่างมาก
ทำงานตลอดจนถึงตอนนี้ ทำเสร็จไปเกือบทั้งหมดแล้ว
เรื่องการรับสมัคร ก็ใกล้จะจบสิ้นถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
พร้อมประกาศไปทั่วทุกที่ นักเรียนของเมืองหลวงเกือบทั้งหมดก็มาลงสมัคร นอกจากนักเรียนของเมืองหลวงแล้ว ก็มีคนอื่นมาลงสมัครมากมาย
หรือจะพูดได้ว่า จนถึงตอนนี้ ครบเต็มจำนวนแล้ว
เพื่อที่จะสามารถแบ่งระดับชั้นเรียนให้ดียิ่งขึ้น มู่จิ่นไปหาเว่ยเป้ยผู้ที่มีความรู้การศึกษาให้มาช่วยเหลือ
แต่ว่า ไม่สามารถให้คนนอกรู้ได้ว่าเว่ยเป้ยมีความแตกต่าง ดังนั้น เรื่องนี้จะต้องดำเนินการอย่างลับๆ
แม้แต่เว่ยเป้ยจะเข้ามาที่ห้องหนังสือชิงหยวน เจี้ยนจงก็ต้องเป็นคนไปรับไปส่ง
ได้ยินอย่างนั้นแล้ว เซียวเฉวียนรู้สึกพอใจพยักหน้า และพูดว่า:“ทำได้ดี”
สำหรับห้องหนังสือชิงหยวนแล้ว เว่ยเป้ยเป็นคนที่มีความสามารถที่หาได้ยาก
ดังนั้น เซียวเฉวียนคิดว่า ควรจะต้องหาเหตุผล ทำให้เว่ยเป้ยสามารถเข้าออกห้องหนังสือชิงหยวนได้อย่างเปิดเผย ให้เขาได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่?
เว่ยเป้ยมีความตั้งใจ การสอนหนังสือเหมาะสมกับเขามากกว่าการเข้าไปเป็นขุนในราชสำนัก
แต่ว่า เว่ยเป้ยเป็นจอหงวน จอหงวนคนหนึ่งจะละทิ้งอนาคตการเป็นขุนที่ดี มาเป็นอาจารย์สอนที่ห้องหนังสือชิงหยวน ก็อาจจะทำให้คนอื่นสงสัยได้