ตอนที่ 1469
บทที่ 1502 เด็กตะกละสองคน
October 21, 2026
จะว่าไปแล้ว เซียวเฉวียนก็ไม่ได้อยากศึกษาวิธีค่ายกลสักเท่าไหร่
ทันทีที่เสวียนอวี๋ได้ยิน ใบหน้าของเขาก็เหยียดยิ้ม พลางเอ่ย “ใช่ มีเสวียนอวี๋อยู่ นายท่านยังต้องศึกษาอะไรอีก?”
ขอแค่เซียวเฉวียนออกคำสั่ง เสวียนอวี๋ก็พร้อมทำโดยไม่พูดไม่จา ทำไมเซียวเฉวียนต้องศึกษาด้วยตัวเอง
เซียวเฉวียนไม่ศึกษา ใคร ๆ ต่างดีอกดีใจ
นัยน์ตาของเซียวเฉวียนแฝงด้วยรอยยิ้มราบเรียบ “ใช่ เสวียนอวี๋พูดถูก มีเสวียนอวี๋อยู่ ค่ายกลก็แค่เรื่องปะติ๋ว”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เสวียนอวี๋ก็ดีใจ เขากำลังชื่นชมเซียวเฉวียน
ดังนั้นเขาจึงเหยียดยิ้มกว้าง “นายท่าน มีรางวัลไหม?”
ตั้งแต่มาถึงต้าเว่ย ได้กินอาหารของหอปี๋เซิ่ง เซียวเฉวียนก็รักในรสชาติของหอปี๋เซิ่งอยู่ลึก ๆ
คนที่ชอบอาหารรสชาติของหอปี๋เซิ่งเหมือนเสวียนอวี๋ก็คือเว่ยเป่ย
เนื่องจากเหตุนี้ ตั้งแต่ตัวเองติดตามเว่ยเป่ยไปยังจวนเจียนกั๋ว ทั้งสองคนจึงได้รับประทานอาหารวันละสามมื้อ บ้างก็คดห่อกลับบ้าน บ้างก็กินที่หอปี๋เซิ่ง”
ก่อนหน้านั้นเว่ยเป้ยแบกเว่ยเชียนชิวมาตลอด ถึงขั้นส่งคนออกไปสั่งอาหารจากหอปี๋เซิ่งมาให้
ตอนนี้เว่ยเชียนชิวตายไปแล้ว เขาแสดงความป่าเถื่อนได้อย่างเปิดเผย เขาไม่มีทางพลาดโอกาสนี้ไปแน่นอน
เมื่อรู้ว่าเสวียนอวี๋ชื่นชอบอาหารของหอปี๋เซิ่ง ทั้งสองคนก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของหอปี๋เซิ่ง
อาหารของหอปี๋เซิ่งเลี้ยงปากของสองคนนี้ได้ดีจริง ๆ
หลังจากกลับมาถึงจวนเซียว เสวียนอวี๋มีความปรารถนาเล็ก ๆ หวังว่าตัวเองจะได้กินอาหารเลิศรสของปี๋เซิ่งทุกวันเหมือนกับจวนเจียนกั๋ว
กล่าวจบ เสวียนอวี๋ชำเลืองมองเซียวเฉวียนด้วยสายตาเปล่งประกาย
นั้นเป็นประกายที่แวววาวเป็นพิเศษ
เซียวเฉวียนที่ได้ยินเสียงในใจของเสวียนอวี๋ก็อดขบขันไม่ได้ เสวียนอวี๋เด็กตะกละเอ๊ย
ปัญหาเรื่องอาหารการกินได้รับการแก้ไขแล้วไม่มีปัญหา
แต่ถึงอย่างไรเซียวเฉวียนก็ไม่ได้เปิดเผยความคิดนี้กับเสวียนอวี๋ จึงเสแสร้งแกล้งเอ่ยด้วยความอยากรู้ว่า “เจ้าอยากได้รางวัลอะไร?”
เสวียนอวี๋รอประโยคนั้นของเซียวเฉวียน
เขากลัวว่าเซียวเฉวียนจะปฏิเสธ นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าประจบประแจงว่า “นายท่าน รางวัลที่เสวียนอวี๋ปรารถนาไม่ยาก เสวียนอวี๋อปรารถนาจะได้กินอาหารของหอปี๋เซิ่งทุกวัน”
เซียวเฉวียนแกล้งทำเป็นมองเสวียนอวี๋ด้วยสีหน้านิ่งสงบ ไม่พูดไม่จา
เมื่อเห็นท่าทางนี้ เสวียนอวี๋คิดว่าเซียวเฉวียนจะปฏิเสธ จึงเอ่ยเสริมทันทีว่า “ม่ต้องสามมื้อก็ได้ ขอแค่วันละมือก็พอ”
ความปรารถนานี้ไม่มากเกินไปหรอก?
กล่าวจบ นัยน์ตาของเสวียนอวี๋ก็มองเซียวเฉวียนอย่างแวววาว
เซียวเฉวียนคลี่ยิ้มบาง ๆ “ไม่มีปัญหา เจ้าอยากกินก็ไปที่หอปี๋เซิ่งได้เลย”
ความหมายก็คือ ตราบใดที่เสวียนอวี๋อยากกิน ก็กินได้เท่าที่ต้องการ
ประโยคนี้ทำให้เสวียนอวี๋ดีใจมาก เขาเลิกคิ้วสูงแย้มยิ้ม “คิ ๆ นายท่านช่างใจดียิ่งนัก”
เจินฮ่าวที่เพิ่งกลับมาจาก สถานศึกษาชิงหยวนได้ยินคำพูดสองคำหลังของเสวียนอวี๋พอดี เจินฮ่าวมองเสวียนอวี๋ด้วยสีหน้าอยากรู้ ครั้งเห็นตุ๊กตาน่ารักอย่างเสวียนอวี๋ ใบหน้าเรียบเฉยของเจิ่นฮ่าวก็อ่อนโยนลงไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “นี่มันเด็กน้อยของผู้ใด? ดูน่ารักเชียว”
เสวียนอวี๋สนใจแค่หมากรุกที่กำลังเล่นกับเซียวเฉวียน และนึกถึงแต่อาหารเลิศรสของหอปี๋เซิ่ง จึงไม่สังเกตเห็นถึงการกลับมาของเจินฮ่าว
เสวียนอวี๋ไม่ชอบให้คนอื่นชมเขาว่าน่ารัก เพราะเขารู้สึกว่าคำเหล่านี้ควรใช้ชมสตรี แต่เขาเป็นชายฉกรรจ์ ชายฉกรรจ์ตัวน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ยินใครบางคนชมเขาว่าน่ารักด้วยสายตาเหน็บแนม พอฟังแล้วรู้สึกไม่เข้าหูอย่างบอกไม่ถูก
ใบหน้าของเสวียนอวี๋ฉายแววโกรธเคืองในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองว่าใครกันแน่ที่เยาะเย้ยเขา
เสวียนอวี๋ที่อยากเห็นเจินฮ่าว เสี้ยววินาทีที่เห็นเจินฮ่าว ก็อดตะลึงไม่ได้
สายตาของเจ้าจ้องเขม็งไปทางเจินฮ่าว ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าชื่นชมอย่างอดไม่ได้ “พี่สาว ช่างงดงามยิ่งนัก”