ตอนที่ 1471
บทที่ 1504 พวกเกาะพ่อเกาะแม่กิน
October 21, 2026
ดังนั้นผู้คนจึงค่อยๆ ไม่พูดถึงอัคคีภัยในครั้งนั้นเป็นที่รู้กันอีกต่อไป เมื่อกาลเวลาผ่านไปนับพันปี คนในหมู่ชนที่รู้เรื่องนี้น้อยลงไปทุกที
ในบรรดาผู้มีอำนาจ มีเพียงกษัตริย์และผู้เฒ่าในแต่ละรัชสมัยเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
แต่เซียวเฉวียน ชาวต้าเว่ยซึ่งเกิดภายหลังพันปีมาแล้ว กลับรู้รายละเอียดมากมาย
สันนิษฐานว่า เจี้ยนจงเป็นคนบอกต่อให้กับเซียวเฉวียน
ใช่ ผู้เฒ่าไม่คิดว่าเซียวเฉวียนจะสามารถรู้เรื่องราวของเขาคุนหลุนมากมายขนาดนี้จากช่องทางอื่น ต้องเป็นเจี้ยนจงซึ่งหลังฟื้นชีพแล้วมาบอกกับเซียวเฉวียน
พวกเขากระทั่งรู้สึกด้วยว่าเซียวเฉวียนช่วยเหลือคุนหลุนขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะสาเหตุของเจี้ยนจง
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ พวกเขาก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเล็กน้อย
ในที่สุด บรรพบุรุษผู้อาวุโสก็คือบรรพบุรุษผู้อาวุโส ถึงแม้จะหลับใหลไปนับพันปี ถึงแม้ว่าจะยอมรับเซียวเฉวียน ซึ่งเป็นชาวต้าเว่ยเป็นนาย แต่หัวใจของเขาก็ยังฝักใฝ่เขาคุนหลุน
ด้วยบารมีของบรรพบุรุษผู้อาวุโส เขาคุนหลุนจะต้องผงาดขึ้นอย่างแน่นอน !
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้เฒ่าได้เปลี่ยนทัศนะวิสัยที่มีต่อเซียวเฉวียน ก็เพราะเห็นแก่เจี้ยนจง ไม่ใช่เพราะตัวของเซียวเฉวียนเอง
เซียวเฉวียนฟังคำพูดของชิงหลงและพูดด้วยอารมณ์นิ่งเฉย "ชิงหลง ถ้าวันหนึ่งต้าเว่ยต้องทำสงครามกับคุนหลุนจริงๆ เจ้าจะคิดยังไง ?"
คำถามในลักษณะนี้ เซียวเฉวียนก็เคยถามชิงหลงมาแล้ว ตอนนี้ เซียวเฉวียนอยากจะฟังว่าชิงหลงจะคิดอย่างไร
เห็นได้ชัดว่าชิงหลงอึ้งไปที เขาจ้องมองเซียวเฉวียนด้วยสายตาที่ซับซ้อน จากนั้นจึงกล่าวด้วยเสียงหนักแน่นแฝงความหมายที่ลึกซึ้ง "ท่านเซียว ข้าไม่อยากให้คุนหลุนกับต้าเว่ยต้องมารบกันเลย"
เมื่อรบกันขึ้นมา ประชาชนก็ต้องเดือดร้องลำบาก
ในฐานะผู้มีอำนาจ หากไม่สามารถทำให้พสกนิกรของเขาอยู่เย็นเป็นสุข ชิงหลงรู้สึกว่านั่งในตำแหน่งรัชทายาทแห่งคุนหลุนก็ไม่มีความหมายอะไร
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากใครสามารถทำให้ชาวคุนหลุนอยู่เย็นเป็นสุขได้ ชิงหลงจะยกให้เขาเป็นรัชทายาทแห่งคุนหลุน เปิดทางให้กับผู้มีคุณธรรมมีสติปัญญาได้
พอได้ยินเช่นนี้ เซียวเฉวียนส่งสายตาแสดงความชื่นชมต่อชิงหลง
ตั้งแต่บรรพกาล กษัตริย์ไม่น้อย ยอมเสียสละชาวประชายกทัพจับศึกไปทั่วเพื่อเกียรติยศของตัวเอง เพื่อราชวงศ์โดยรวม ทำให้ชาวประชาไม่อาจอยู่เย็นเป็นสุข บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
เซียวเฉวียนก็รู้ถึงความจนใจของชิงหลง แม้ว่าเขาจะไม่ชอบก่อสงคราม แต่พวกผู้เฒ่าชอบยกทัพจับศึกไปทั่ว ชิงหลงคนเดียวไม่อาจฝืนใจพวกเขาได้ จำต้องตามใจให้พวกเขาไปก่อสงคราม
เซียวเฉวียนพูดเบา ๆ "เจ้ายอมจะสละตำแหน่งรัชทายาทจริงๆ หรือ ?"
การสละตำแหน่งรัชทายาทก็เท่ากับสละอำนาจสูงสุดและความมั่งคั่งรุ่งเรืองที่เสพสุขไม่มีวันหมด
ในสายตาของชาวคุนหลุน ตอนนี้พวกเขาไร้ซึ่งความผูกมัดของตราจูเสินแล้ว ด้วยความกล้าหาญและความสามารถในการสู้รบ พวกเขาชาวคุนหลุนจะกลายเป็นเจ้าเหนือหัวของโลกไม่ช้าก็เร็ว
เมื่อถึงเวลานั้น ชิงหลงจะเป็นบุคคลที่ทรงเกียรติภูมิสูงสุดในโลก
เกียรติภูมิดังกล่าวเป็นที่ใฝ่ฝันของทุกๆ คน
ไม่ว่าจิตสำนึกทางอุดมการณ์ของชิงหลงจะสูงแค่ไหน เขาก็ไม่น่าจะเอาชนะสิ่งล่อใจเช่นนั้นได้ใช่ไหม ?
ชิงหลงไม่ได้ตอบคำถามของเซียวเฉวียนโดยตรง เขามองเซียวเฉวียนด้วยสายตาแน่วแน่แล้วพูดว่า "บังอาจขอถามท่านเซียว ถ้าท่านเป็นข้า ท่านจะยอมสละตำแหน่งรัชทายาทไหม ?"
เซียวเฉวียนไม่แม้แต่จะลังเลและตอบอย่างเด็ดขาด "ยอม"
ผู้คนในโลกนี้โง่เขลา มักคิดว่าราชบัลลังก์ที่อยู่สูงสุดนั้นน่านั่งนัก
ชอบคิดอยู่เสมอว่าตราบใดที่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์นั้น ก็จะไปถึงจุดสูงสุดของชีวิต ด้วยอำนาจ เงินทอง สาวงาม ทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่พวกเขาไม่รู้หรอก ผู้อยู่ในตำแหน่งสูง คิดจะเป็นกษัตริย์ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ต้องตื่นเช้ากว่าไก่โห่ นอนช้ากว่าสุนัข มีฎีกาที่ต้องตรวจอ่านไม่จบไม่สิ้น กิจของรัฐที่ต้องกังวลอย่างไม่มีวันหมด มาตรการรับมือที่ต้องพิจารณาไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะกล่าวว่าเมื่อขึ้นนั่งบนบัลลังก์สูงสุดนั้นแล้ว ก็จะไม่มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไป