ตอนที่ 1492
บทที่ 1525 เป็นคนมีพรสวรรค์
October 21, 2026
น่าเสียดายที่อู๋จี้สมองอัดอั้นไปด้วยความแค้นเคือง สูญเสียการรับรู้ในตัวเอง
แบบอย่างของเว่ยเชียนชิวถูกตั้งไว้อยู่ตรงหน้า และมันก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ ทำไมยังไม่อาจชักจูงให้อู๋จี้ได้ฉุดคิดไตร่ตรองและสำนึกในตัวเองอีก
ถ้าเซียวเฉวียนเป็นอู๋จี้ เมื่อความสามารถของตัวเองไม่อาจเทียบเท่ากับเว่ยเชียนชิว ก็จะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน
กำลังเทียบสู้เว่ยเชียนชิวไม่ได้ แต่วันๆ คิดแต่จะลงไม้ลงมือกับเซียวเฉวียน คิดแต่จะหาวิธีกำจัดเซียวเฉวียน นี่ไม่ใช่ฝันกลางวันหรือ ?
ในบ้าน หลินฟ่างเหลือบมองอู๋จี้ด้วยความผิดหวังที่ลูกหลานไม่เอาถ่านและพูดว่า "ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วยัง ?"
หากไม่ใช่อู๋จี้อดกลั้นไม่อยู่ ยืนกรานที่จะขอให้หลินฟ่างช่วยเขาแก้แค้น จวนหลินก็คงไม่ตกเป็นเป้าหมายของเซียวเฉวียน
ตอนนี้ดีแล้ว ลักไก่ไม่สำเร็จ แถมเสียข้าวสารไปให้หนึ่งกำมือ
โดนหลินฟ่างย้อนถามมาแค่นี้ อู๋จี้ละอายจนก้มหน้าลง เขารู้ตัวว่าผิดและพาให้ลุงของเขาต้องเดือดร้อนด้วย
เมื่อเห็นท่าทางสำนึกผิดของอู๋จี้ หลินฟ่างก็ใจอ่อนลงในที่สุด
น้องสาวของเขา แม่ของอู๋จี้ เสียชีวิตเร็วไปหน่อย เหลือเพียงอู๋จี้ไว้เพียงคนเดียว หลินฟ่างก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกคนเดียวของน้องสาวมาเดือดร้อนโดยไม่เหลียวไม่แล
เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า "ไหนลองบอกว่าเจ้าคิดยังไงตอนนี้"
ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคืออู๋จี้คิดจะทำอะไร
หากอู๋จี้รู้จักกาลเทศะ รู้สถานการณ์ในปัจจุบันอย่างชัดเจนว่า เขาทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง ก็ยังพอจะตกลงใจได้
แต่ถ้าเขายังมุทะลุงอหัวไม่ขึ้น มุ่งยันสู่ทางตัน ไม่ว่าหลินฟ่างจะปากเปียกปากแฉะยังไง มันก็ไร้ประโยชน์
แต่ว่า เขาไม่อาจเฝ้าดูอู๋จี้ดิ้นไปหาความตายได้ เขาต้องรักษาอู๋จี้เอาไว้
ดังนั้น หากอู๋จี้ไม่เห็นด้วยกับหลินฟ่าง ยังคงต้องการจัดการกับเซียวเฉวียนต่อไป ไม่ยอมหยุดพักชั่วคราว หลินฟ่างก็จำเป็นต้องกักขังอู๋จี้ไว้อยู่ในจวนหลิน
ถึงแม้อู๋จี้จะต้องทิ้งตำแหน่งราชการ ก็ยังดีกว่าเอาชีวิตไปทิ้ง
ที่ใดมีชีวิต ที่นั่นย่อมมีความหวัง
ลูกผู้ชายแก้แค้นรอสิบปีก็ไม่สายเกินไป
หลินฟ่างมองอู๋จี้ด้วยสายตาที่สับสนซับซ้อน พลางรอคำตอบจากเขา
อู๋จี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดช้าๆ "ท่านลุง ครั้งนี้ หลานจะเชื่อฟังท่าน"
ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นอู๋ฟานหรืออู๋จี้ ล้วนไม่เชื่อฟังคำพูดของหลินฟ่าง สุดท้ายลงเอยชักไฟมาเผาถึงตัว
อู๋จี้ยังนำความเดือดร้อนมาให้จวนหลินด้วย
ลุงของเขาเอ็นดูเขามากตั้งแต่ยังเล็ก ถึงเขาจะกระเสือกกระสนคิดที่จะล้างแค้นให้กับพ่อของเขา แต่เขาจะทำให้ลุงตกอยู่ในอันตรายไม่ได้
ครั้งนี้ เขาเลือกที่จะเชื่อฟังลุงของเขา
หลังจากได้รับคำตอบดังกล่าว หลินฟ่างก็รู้สึกโล่งใจได้ในที่สุด
พูดตามตรง หลินฟ่างก็ไม่อยากที่จะใช้วิธีสุดโต่งเอาอู๋จี้กักขังไว้ในจวนหลิน
เขายอมที่จะเชื่อฟังหลินฟ่าง ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
หลินฟ่างกล่าวหนักแน่นอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "หลานจี้ ไม่ใช่ลุงจะห้ามเจ้าไม่ให้แก้แค้น แต่ฟังคำพูดของลุงก่อน พักเรื่องนี้ไว้ชั่วคราวและรอโอกาส"
คำพูดลักษณะนี้ หลินฟ่างบอกกับอู๋จี้ไม่เคยขาด อู๋จี้เข้าใจความหมายของหลินฟ่าง และเจตนาของเขา เขาพยักหน้าและพูดว่า "ขอรับ หลานเชื่อฟังท่านลุง"
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวเฉวียนจริงๆ หากเขายังคงยุ่งเกี่ยวกับเซียวเฉวียน ชีวิตเขาจะต้องจบสิ้นในไม่ช้า
ชีวิตยังไม่เหลือ ยังจะล้างแค้นให้พ่อกับผีอะไรเล่า ?
ดังนั้น สำหรับแผนเฉพาะหน้านี้ การรักษาชีวิตไว้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
แต่ว่า ตอนนี้มาระงับความตั้งใจที่จะแก้แค้นไว้ชั่วคราว อู๋จี้ถามด้วยความวิตก "แล้วมันสายเกินไปหรือเปล่า ?"
เซียวเฉวียนเป็นที่รู้กันดีว่ามีเคืองต้องสะสาง จวนอู๋ได้ยั่วยุเซียวเฉวียนมาหลายครั้ง และเซียวเฉวียนจดจำไว้อย่างแม่นจำ ไม่มีใครหนีพ้นได้
สำหรับจวนตระกูลหลิน เนื่องจากหลี่ซื่อและคนของสำนักเจวี๋ยซาไปก่อกวนที่หน้าประตูของจวนเซียวมาซะยกใหญ่ ในเมื่อเซียวเฉวียนรับรู้เรื่องนี้ เขาจะไม่ปล่อยไว้ เขาจะต้องมาทวงเอาคืนอย่างแน่นอน