ตอนที่ 1526
บทที่ 1561 มีจำนวนมากกว่า
October 21, 2026
เขาต้องการให้หลินฟ่างมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว
การฆ่าเขาให้ตายทันทีมันง่ายเกินไป!
เมื่อหลินฟ่างได้ยินคำพูดของเซียวเฉวียน เขาก็อดไม่ได้ที่จะโมโห แต่เขาก็ต้องอดกลั้นมันเอาไว้ไม่สามารถแสดงออกมาได้
การแสดงออกเช่นนี้ทำให้เซียวเฉวียนภูมิใจยิ่งนัก
ซึ่งมันทำให้หลินฟ่างต้องระงับความโกรธไว้ภายในใจ จนกระทั่งใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเเดง เพียงแค่เซียวเฉวียนมองไปยังใบหน้าของเขายังรู้สึกอึดอัดแทน
อย่างไรก็ตาม หลินฟ่างทำตัวปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาแสร้งฝืนยิ้มออกมาและพูดว่า "ใต้เท้าเซียว ข้าเกรงว่านี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด จู่ๆ ใต้เท้าก็มายังที่พักอันแสนต่ำต้อยของข้าอย่างกะทันหัน หลินดีใจมาก จนลืมเรื่องมารยาทไปเสียเลย”
“หากข้าน้อยทำการใดผิดพลาด โปรดใต้เท้าเซียวอย่าถือโทษโกรธเคือง”
ภายนอกของเขา พูดราวกับว่าเขามีความสุขมากที่เซียวเฉวียนมาปรากฏตัวที่จวนของเขา
แต่ในความเป็นจริง เซียวเฉวียนต่างหากที่ไม่มีมารยาท บุกมาจวนหลินโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือแม้แต่ส่งคำทักทายมาก่อน
ดูเอาเถิด ว่าศิลปะการพูดการจาของคนโบราณเหล่านี้น่าทึ่งเพียงใด
คำพูดไม่กี่คำ แม้แต่เส้นเหล็กที่โค้งงอก็สามารถยืดดัดให้ตรงได้
หลินฟู่รีบก้าวลงมาเมื่อได้ยินดังนั้น เขาก้มหน้าลงถอนหายใจออก ทำตัวราวกับว่าเป็นคนที่สุภาพ “เป็นอย่างที่ใต้เท้าพูดจริงๆขอรับ ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใต้เท้าเซียวขุ่นเคือง ข้าน้อยเห็นใต้เท้ามากะทันหันจนไม่ทันได้ตั้งตัว จึงเผลอเสียมารยาทไป”
คำพูดเช่นเดียวกับคนเป็นนาย ทั้งคู่เน้นคำว่า "กะทันหัน" ซึ่งนั่นหมายความว่าเซียวเฉวียนเป็นคนไร้มารยาทเองสินะ
ไม่เป็นไร เซียวเฉวียนยังคงทำหน้านิ่งเฉย แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดพวกนั้น ดวงตาของเสวียนอวี๋มองไปราวกับหาเรื่องและพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น มันเป็นความผิดของใต้เท้าเซียวอย่างนั้นหรือ?"
คำพูดนั้นช่างคลุมเคลือเสียจริง
เจ้านายและข้ารับใช้หลินฟ่าง ไม่รู้ว่าเซียวเฉวียนเข้าใจคำพูดของเสวียนอวี๋หรือไม่
ตามความเข้าใจของหลินฟ่างแล้ว เซียวเฉวียนเป็นคนฉลาด เขาจึงไม่มีทางที่จะไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเซียวเฉวียนจะเข้าใจหรือไม่ เขาก็ไม่ควรพูดตรงขนาดนี้ แล้วหลินฟ่างจะตอบคำถามอย่างไร?
เห็นได้ชัดว่าหลินฟ่างถูกต้อนจนมุมด้วยประโยคเดียว เขายังสามารถพูดอะไรได้อีกเล่า?
หากเป็นคนอื่น คงรู้อยู่แก่ใจ หากต้องการรักษาหน้า ก็จะต้องเลี่ยงมันไป
พฤติกรรมของเซียวเฉวียนคาดเดาไม่ได้เช่นเคย
ใบหน้าของหลินฟ่างกระตุกเล็กน้อย แสดงถึงความกังวล ตัวเขาไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองคำพูดนั้นอย่างไร
หากบอกเซียวเฉวียนว่าเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แต่ใบหน้าเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา ไม่มีแววของการล้อเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว
และมันยิ่งทำให้ตอบยากกว่าเดิม
แต่การเงียบเช่นนี้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดกว่าเดิม หลินฟ่างไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา เขายิ้มและพูดว่า "ใต้เท้าเซียวล้อข้าเล่นเก่งจริงๆเลย คำพูดเช่นนี้ อย่าถือสากัน"
หลินฟ่างเป็นขุนนางมาหลายปีแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้วิธีไร้ยางอายเพื่อหาทางออก
หากคนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เซียวเฉวียน เขาคงสั่งให้คนของเขาส่งแขกออกไปด้วยซ้ำ
แต่เซียวเฉวียนไม่ใช่คนที่ควรยุ่ง และหลินฟ่างก็ไม่กล้าที่จะอวดดีต่อหน้าเขา
การกระทำทั่วไปและการกระทำต่อเซียวเฉวียนนั้นแตกต่างกัน การกระทำต่อเซียวเฉวียน หากไม่มีคำตอบที่ดีล่ะก็ เซียวเฉวียนจะสามารถหาข้ออ้างมาเล่นงานได้
ไม่มีใครสามารถรุกรานเซียวเฉวียนแล้วรอดไปได้ เซียวเฉวียนเป็นคนที่อาฆาตรเเค้น หากตกเป็นเป้าของเขาแล้วล่ะก็ ถือว่าเวลาของชีวิตก็ได้จบลงแล้วเช่นกัน
เขาคิดว่าคำพูดนั้นอาจจะช่วยให้บรรยากาศหายตรึงเครียดได้บ้าง แต่เมื่อเซียวเฉวียนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ หลินฟ่างไม่คาดคิดว่าคำพูดของเซียวเฉวียนจะเย็นชาราวกับต้องการแย่เเข็งอากาศ
ท่าทีของเซียวเฉวียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง "คนอย่างข้าไม่เคยพูดเล่น"
ได้ยินไหม เขาไม่ได้ล้อเล่น
นี้มันอะไรกัน
ความโกรธที่อยู่ภายในใจของหลินฟ่างแทบจะระเบิดออกมาทันที เขาเกือบจะพลั้งปากถามเซียวเฉวียนออกไปว่า เจ้าต้องการอะไรกันแน่?
แต่เมื่อคำนั้นเดินทางมาถึงลำคอของเขา หลินฟ่างก็ต้องกลั้นมันไว้และกลืนมันกลับลงไป
เขารู้ดีว่าเซียวเฉวียนมาที่นี้เพียงเพื่อต้องการหาเรื่องเขา แต่เขาไม่คิดว่าเซียวเฉวียนจะทำเช่นนี้ หลินฟ่างโกรธมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดคำใดออกมา
อันที่จริงเขาไม่กล้าแสดงความโกรธออกมาด้วยซ้ำ