ตอนที่ 1552
บทที่ 1587 ทำผิดอย่างมหันต์
October 21, 2026
เพื่อความสะดวกในการติดต่อ เขายังสอนวิชาสื่อเสียงทางไกลให้กับสือหลิ่วด้วย
สือหลิ่วเป็นคนฉลาด เซียวเฉวียนเชื่อว่าหากเธอฝึกฝนตามคำแนะนำของเซียวเฉวียน เธอสามารถเรียนรู้ที่จะสื่อเสียงระยะพันลี้ได้ในอีกไม่นาน
ที่เมืองหลวงแห่งต้าเว่ย
ที่ตำหนักรองในตำหนักของเม่ยซี
ตั้งแต่กลับมาจากภูมิภาคตะวันตก องค์หญิงก็อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจมาตลอด
ทั้งคนดูอิดโรยไปไม่น้อย ดูไม่มีชีวิตชีวา
เฉพาะเวลาที่มีเซียวหมิงชิวอยู่ต่อหน้า เธอถึงจะมีรอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไม่ต้องพูดถึงเสวี่ยเยี่ยน แม้แต่เด็กน้อยๆ อย่างเซียวหมิงชิวก็สามารถมองออกว่า องค์หญิงจมปักอยู่ในความเศร้าสลดจากการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์และไม่อาจถอนตัวออกมาได้
แต่ในสองคนนี้ คนหนึ่งยังเด็กน้อยเกินไปที่จะปลอบใจคน อีกคนหนึ่งก็เข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้ ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไงก็ไร้ประโยชน์ เธอต้องถอนตัวออกมาด้วยตัวเธอเองเท่านั้น
แต่พอเห็นสภาพองค์หญิงเศร้าโศกมากยิ่งขนาดนี้ เสวี่ยเยี่ยนเป็นห่วงว่า เป็นเช่นนี้ต่อไป องค์หญิงจะทรุดหนัก จะล้มป่วย
เป็นห่วงอะไรสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจริง
ในวันที่สิบ เสวี่ยเยี่ยนไปปลุกองค์หญิงเพื่อรับประทานอาหารเช้าตามปกติ เรียกเท่าไรก็ไม่มีเสียงรับ เสวี่ยเยี่ยนใจคอไม่ดี เอะใจว่าแย่แล้ว
เห็นว่ามีบางอย่างไม่ปกติ เสวี่ยเยี่ยนจึงไม่คิดมาก เธอกระทืบประตูให้เปิดออก
ทันทีที่เข้าไปก็เห็นองค์หญิงนอนอยู่บนเตียง สีหน้าแดงก่ำราวกับถูกไฟเผา
เสวี่ยเยี่ยนต้องเอื้อมมือไปแตะหน้าผากขององค์หญิง พบว่าหน้าผากของเธอร้อนมาก ปากยังคงพึมพำว่า "ท่านพ่อ ท่านพ่อ"
เห็นสภาพนี้ เสวี่ยเยี่ยนอดที่จะรู้สึกเศร้าตามไม่ได้ น้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
องค์หญิงพักอาศัยอยู่ในวังเป็นความลับ จึงไม่สามารถตามหมอหลวงในวังได้ หมอจากภายนอกก็เชิญมาไม่ได้เช่นกัน
ทำยังไงดี ?
เสวี่ยเยี่ยนร้อนใจจนดั่งมดปีนขึ้นบนหม้อต้ม เวียนหัวไปหมด
ทันใดนั้นเสวี่ยเยี่ยนนึกขึ้นได้ มู่จิ่นที่พักอยู่ในจวนเซียว ก็เป็นหมอไม่ใช่หรือ ?
ดังนั้น เสวี่ยเยี่ยนจึงเตรียมตัวไปโรงเรียนชิงหยวน เพื่อแอบพามู่จิ่นมาเงียบๆ
ในเวลานี้เอง เซียวหมิงชิววิ่งเข้ามาจากข้างนอก บอกว่าอยากเล่นกับแม่ เห็นแม่ยังคงนอนอยู่บนเตียง หน้าตาเบลอๆ พร่ำเรียกแต่ "ท่านพ่อ ท่านพ่อ"
และเสวี่ยเยี่ยนก็ดูตาเปียกๆ เหมือนจะร้องไห้ เซียวหมิงชิวก็รู้ทันทีว่ามีอะไรไม่ดีแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นมองดูเสวี่ยเยี่ยนแล้วถามว่า “พี่เสวี่ยเยี่ยน แม่เป็นอะไรไป ?”
เสวี่ยเยียนปาดน้ำตาออก ย่อตัวลงแล้วพูดเบา ๆ “หนูหมิงน้อย องค์หญิงไม่สบาย ผู้น้อยจะออกไปตามหมอมาให้องค์หญิงตอนนี้ เจ้ามาเฝ้าดูแลองค์หญิงที่นี่หน่อย ตกลงไหม ?”
เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเซียนชิวน้อยและเซียวหมิงชิว เสวี่ยเยี่ยนจึงเพิ่มคำว่า “เซียน” และ “หมิง” ที่ชื่อของนายน้อย
เซียวหมิงชิวพยักหน้าและพูดว่า "ตกลง"
ดังนั้น เสวี่ยเยี่ยนก็ลุกขึ้นและเคลื่อนตัวหายไป
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งถ้วยชา เสวี่ยเยี่ยนก็กลับมาพร้อมกับมู่จิ่น
กระทั่งมาถึงพระราชวัง มู่จิ่นยังดูงงๆ อยู่
ตอนนั้นตัวเองกำลังเตรียมจะไปสอนหนังสือ กำลังเดินออกจากประตูห้องธุรการ ก็โดน “ลมกระโชกแรง” พัดพามาถึงนี่โดยไม่รู้อะไรเลย
มู่จิ่นไม่เห็นแม้แต่การปรากฏตัวของเสวี่ยเยี่ยนให้ชัดเจน
ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น มู่จิ่นก็เตรียมจะชักปืนออกมาด้วยสัญชาตญาณ
แต่ว่าปืนยังไม่ทันจะชักออกมา ก็ได้ยินเสียงที่พูดอย่างกังวลของเสวี่ยเยี่ยน "คุณชายมู่จิ่น ขอร้องท่านช่วยดูองค์หญิงเร็วๆ เธอเป็นไข้สูงมาก"
มู่จิ่นมองใกล้ๆ และเห็นเสวี่ยเยี่ยน จึงระงับการชักปืนและไอแห้ง ๆ เพื่ออำพรางอาการเคอะเขิน
ในเวลานี้ มีเสียงในลำคอดังมาจากด้านหลังเขา "ท่านพ่อ ท่านพ่อ"
มู่จิ่นหันกลับไป เห็นใบหน้าขององค์หญิงแดงก่ำ นึกสะดุ้งในใจ “ทำไมถึงได้ป่วยหนักขนาดนี้ ?”
เขาเป็นหมอที่เก่ง เห็นปั๊บก็รู้ทันทีว่าองค์หญิงป่วยไม่ใช่เบา
ป่วยหนักถึงขนาดนี้ องค์หญิงยังไม่ลืมร้องเรียกท่านพ่อ ช่างเป็นพ่อลูกที่รับกันมากอย่างแท้จริง
เนื่องจากเมืองหลวงต้าเว่ยอยู่ห่างไกลจากภูมิภาคตะวันตก ข่าวสวรรค์คดของกษัตริย์แห่งภูมิภาคตะวันตกยังมาไม่ถึงเมืองหลวง
ดังนั้น จึงไม่มีใครรู้ข่าวนี้ยกเว้นชิงหลง เซียวเฉวียน เจี้ยนจง เซียวหมิงชิว และองค์หญิง