ตอนที่ 1611
บทที่ 1651 วางยาพิษในอาหาร
October 21, 2026
ทำไมถึงไปดึงหมิงเจ๋อมาเกี่ยวข้องด้วย?
ความบาดหมางระหว่างเซียวเฉวียนและหมิงเจ๋อ เจ้าครองนครอื่นๆไม่ได้รู้เรื่องราวนี้มากนัก
รู้แค่ว่าหมิงเจ๋อสังหารตระกูลเซียว และเซียวเฉวียนก็ตัดแขนข้างหนึ่งของหมิงเจ๋อ
เพราะฉะนั้นในมุมมองของเว่ยหงเห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้หมิงเจ๋อได้ผลประโยชน์มากกว่า
เขาได้สังหารตระกูลเซียว มีชีวิตผู้คนมากมายอยู่ในมือของเขาแต่เขากลับเสียแขนไปเพียงข้างเดียวถือว่าหมิงเจ๋อไม่ได้เสียเปรียบ
เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลัง เจ้าครองนครคนอื่นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวอีก ดังนั้นเว่ยหงเลยอดรู้สึกสงสัยไม่ได้ ถึงแม้หมิงเจ๋อจะระงับความโกรธที่ต้องสูญเสียแขนไปไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ถึงกับต้องส่งกองกำลังทหารไปโจมตีราชวงศ์ต้าเว่ยเพื่อแก้แค้นเซียวเฉวียน
เมื่อคิด ๆ ดูแล้ว จู่ๆ ก็มีความคิดแวบขึ้นมาในหัวของเว่ยหง ตั้งแต่ที่ฮองเฮาสำเร็จราชการและคำพูดที่ว่าทำลายอย่างน่าเวทนาของนักปราชญ์แล้ว เว่ยหงเดาว่าเซียวเฉวียนจะต้องทำอะไรหมิงเจ๋อหลังจากนั้นแน่ๆ เลยทำให้หมิงเจ๋อไม่ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งซินเจียง
นอกจากหมิงเจ๋อแล้วก็ยังมีองค์ชายองค์อื่น ๆในซินเจียง มันไม่ใช่หน้าที่ของฮองเฮาที่จะมาปกครอง
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือฮองเฮาได้วางแผนยึดอำนาจการปกครอง
คำเลื่องลือที่ว่าฮองเฮาแห่งซินเจียงนั้นเป็นคนอ่อนโยน สุภาพ และไม่แยแสต่อชื่อเสียงและความมั่งคั่ง แต่พระนางกลับตัดสินใจยึดอำนาจเช่นนี้ดูเป็นการกระทำที่ไม่ปกติ
อะไรที่ทำให้พระนางไม่ลังเลที่จะฝ่าฝืนกฎแม้ว่ามันผิดก็ยังตัดสินใจทำเช่นนี้ได้?
จากคำพูดของนักปราชญ์ เว่ยหงก็พอจะเดาสาเหตุได้ เขาจึงหรี่ตาลงแล้วถามว่า "ถ้าอย่างนั้น การแต่งตั้งฮองเฮาสำเร็จราชการก็เพื่อองค์ชายหมิงเจ๋องั้นเหรอ?"
นักปราชญ์พนักหน้าตอบรับ “ใช่แล้ว”
ด้วยเหตุนี้ทุกอย่างก็ได้คลี่คลาย
นักปราชญ์ไม่อยากจะเชื่อว่าที่เว่ยหงเปลี่ยนมาแสวงหาพันธมิตร เพียงเพราะต้องการตัวเซียวเฉวียนจริงๆ หรือ
แบบนี้ค่อยพูดง่ายๆหน่อย
เว่ยหงพูดอย่างใจเย็น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นท่านอาวุโสกลับไปเตรียมการเถิด”
ในเวลาเดียวกัน เว่ยหงบอกนักปราชญ์ว่าพวกเขากำลังเตรียมส่งทหารเพื่อไปโจมตีราชสำนักต้าเว่ยโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
พวกเขาร่วมมือกันทั้งภายในและภายนอก เมื่อทำการสำเร็จแล้วเว่ยหงจะจับเซียวเฉวียนส่งมอบให้กับนักปราชญ์ด้วยมือของเขาเอง
อย่างไรก็ตามเว่ยหงไม่ได้บอกกับนักปราชญ์เรื่องที่เซียวเฉวียนจะมาที่มู่อวิ๋น
เนื่องจากเวลาเร่งด่วน และนักปราชญ์ก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นาน จึงได้กล่าวคำอำลาเจ้าครองนครอื่นๆ แล้วเขาก็ออกเดินทางกลับไปยังซินเจียง
วันนี้เป็นวันที่สี่ที่ไป๋ฉี่พำนักอยู่ที่จวนอ๋องไทโจว ไป๋ฉี่แกล้งถามพ่อบ้านว่า” พ่อบ้าน ท่านอ๋องยังไม่กลับมาเหรอ?”
พ่อบ้านยิ้มอย่างประจบประแจงแล้วพูดว่า”นายพลไป๋ ท่านอ๋องเป็นคนตรงต่อเวลาเสมอ เขาบอกว่าเขาจะกลับมาวันนี้ เขาจะกลับมาแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าจะมีอะไรบางอย่างทำให้เขาเสียเวลาระหว่างทาง”
ในเวลานี้ มีเด็กรับใช้เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเดินโซชัดโซเซจากข้างนอกเข้ามาแล้วพูดว่า "แย่แล้ว พ่อบ้านแย่แล้ว"
พ่อบ้านขมวดคิ้ว จ้องไปที่เด็กรับใช้ และพูดด้วยความโกรธว่า "อะไร! พ่อบ้านแย่แล้ว? ข้าสุขสบายดี!"
“เจ้าพูดจาอะไร!
“พูดสิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เมื่อเด็กรับใช้วิ่งเข้ามาก็เห็นว่าขาและเท้าของเขาคล่องแคล้วมาก
เห็นได้ชัดว่าเลือดบนตัวเขาไม่ใช่ของเขา
เด็กรับใช้กลืนน้ำลายในลำคอ แล้วพูดว่า "ท่านอ๋องถูกลอบสังหารระหว่างเดินทางกลับมา ไม่ทันระวังตัวถูกนักฆ่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่บาดแผลไม่ได้ร้ายแรงแต่ต้องทำแผลก่อนจึงทำให้กลับมาล่าช้า"
“ท่านอ๋องรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ทำให้นายพลไป๋ต้องรอ จึงส่งข้าน้อยมารายงานให้ทราบก่อน”
หลังจากฟังคำเด็กรับใช้จบ ไป๋ฉี่ก็เข้าใจว่าพวกเขากำลังแสดงละครกันอยู่
ไม่ใช่เพราะเว่ยอี้หรานหาข้ออ้างไม่อยากมาปรากฎตัวมากกว่า
เพื่อรั้งตัวไป๋ฉี่ให้อยู่ที่จวนแห่งนี้ แม้แต่กลอุบายที่เงอะงะก็ถูกนำมาใช้
ทันทีที่เด็กรับใช้เข้ามา ไป๋ฉี่ก็เห็นว่าเลือดบนร่างกายของเขาไม่ใช่เลือดของเขา มันไม่ใช่แม้แต่เลือดมนุษย์
ไป๋ฉี่ยังสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเลือดมนุษย์กับเลือดสัตว์ได้
ไป๋ฉี่กล่าวอย่างสงบว่า "เมื่อเป็นเช่นนี้ คิดว่าท่านอ๋องคงจะไม่สามารถกลับมาได้อีกสักพักหนึ่ง พ่อบ้านเจ้าไปรายงานท่านอ๋องให้เขาพักผ่อนรักษาร่างกายให้หายก่อน ข้าจะกลับไปที่รัฐมู่อวิ๋นก่อน "
“หลังจากออกมาหลายวัน เอกสารทางการของมู่อวิ๋นคงกองพะเนินเทินทึกเหมือนภูเขาแล้ว”
เกี่ยวกับฉากละครที่พ่อบ้านและเด็กรับใช้แสดงไปเมื่อสักครู่นี้ ไป๋ฉี่มองออกแต่ไม่อยากถือสา
พ่อบ้านก็มีสีหน้าลำบากใจ เขามองดูเด็กรับใช้แล้วพูดว่า “ท่านอ๋องมีแจ้งหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”