ตอนที่ 1630
บทที่ 1672 เรื่องน่าเหลือเชื่อ
October 21, 2026
ในสมัยที่เว่ยเชียนชิวปกครองโลกด้วยมือข้างเดียว ประชาชนในต้าเว่ยก็มีแต่ความทุกข์ระทมขื่นขมจากการถูกกดขี่และปิดปากมามากพอแล้ว
และในตอนนี้เว่ยเชียนชิวก็ได้มาสิ้นลง ถือว่าต้าเว่ยประสบความสำเร็จในการจัดการโครงสร้างการปกครองภายใน ประชาชนเองก็เหมือนเห็นแสงแห่งความหวังกำลังกวักมือเรียกอยู่รำไร
แต่ในตอนนี้ซินเจียงได้ก้าวขาเข้าไปเหยียบเท้าของพวกเขา จะไม่ให้พวกเขาโกรธได้อย่างไร?
เหมือนคนที่ยอมตรากตรำทำงานหนักมานานเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ตอนนี้กำลังจะถูกใครบางคนขโมยไปอย่างหน้าตาเฉย ใครยังใจเย็นอยู่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ!
แรงโกรธและแรงอาฆาตของประชาชนมีนับไม่ถ้วน
เพราะงั้นซินเจียงอย่าได้คิดว่าการกบฎของกษัตริย์รุ่นหลังในต้าเว่ยนั้นเป็นโอกาสที่ดีของซินเจียง
เสนาบดีทั้งหลายเห็นพ้องต้องกันว่าการที่ซินเจียงยืนกรานเช่นนั้นถือเป็นการเดินเข้าไปในกองไฟ ซึ่งมันอันตรายมากจริงๆหากไม่ใช่เพียงคำขู่
แต่ไม่ว่าเสนาบดีจะพูดกล่อมอย่างไร กษัตริย์รุ่นหลังก็หาได้มีท่าทีเปลี่ยนไปไม่
เปรียบเหมือนลมฝนห่าใหญ่ที่มิอาจพัดทลายภูเขาลูกใหญ่ได้
เธอมีความแน่วแน่มากว่า “หากสงครานี้จบลง ประชากรที่รักทั้งหลายก็จะไม่พูดอะไรแล้ว”
พูดให้ถูกก็คือตอนนี้กษัตริย์รุ่นหลังได้ทำการปิดกั้นลมฝนพวกนั้นด้วยวิธีการที่แข็งแกร่งและทรงพลัง
“ที่รักทั้งหลาย อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าพวกเจ้าเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องสงคราม”
“เรื่องนี้อาจจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ แต่หากมันเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา พวกเจ้าก็ถือว่าเผยแพร่ความลับของราชวังจะต้องถูกสังหารเจ็ดชั่วโคตร!”
“แต่เห็นแก่บุญคุณที่พวกเจ้ามีต่อประเทศ ข้าก็ยินดีจักยอมความให้”
ความหมายก็คือ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่
หากบังคับให้ข้าร้ายอย่างนี้ ก็อย่าได้หวังว่าข้าจะปรานี (พร้อมหันไปทำหน้าโหดเหี้ยมใส่)
หรือบางทีอาจต้องใช้ไม้แข็งเพื่อกำราบตาแก่งี่เง่าพวกนี้
เห็นได้ชัดว่ากษัตริย์ไม่ต้องการจะฟังคำพูดของเสนาบดีเหล่านี้แล้ว
หากพวกเขายังไม่คิดจะยับยั้งตนเองและยังเกลี้ยกล่อมกษัตริย์แล้วสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ท่าน
ก็ต้องคิดให้ดีว่าผลกรรมหลังจากนี้ที่จะได้รับคุ้มค่ากับชีวิตหรือไม่!
และแน่นอนว่าหลังจากที่กษัตริย์ได้แสดงความโกรธระดับสายฟ้าแรงสูงออกไป เหล่าเสนาบดีก็เงียบปากลง
เพียงแต่ก้มหน้าด้วยความหดหู่ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากกษัตริย์ยังยืนกรานจะทำเช่นนั้นจะนำพามหันตภัยมาสู่ซินเจียงเป็นแน่
กษัตริย์ไม่ได้คิดจะเชื่อคำพูดของเสนาบดีแม้แต่น้อย ในสายตาของเธอ การที่องค์ชายแห่งต้าเว่ยต้องการกบฎ นี่ถือเป็นโอกาสดีที่จะดำเนินการ ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถขยายอาณาเขตของซินเจียงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถล้างแค้นแทนหมิงเจ๋ออีกด้วย โอกาสดีๆแบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร?
เสนาบดียังคงสนทนากันเรื่องนี้ต่อหน้าเธอ จนเธออดรนทนไม่ไหว
เธอพูดถึงขนาดนี้แล้วแต่ทำไมเสนาบดีเหล่านี้ยังคงมีคำพูด
กษัตริย์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด”
คณะเสนาบดีมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนก่อนจะยอมแพ้กับคำพูดของเธอ และออกไปในที่สุด
ก็เท่านั้นแหละ ในฐานะเสนาบดี พวกเขาได้ทำสิ่งที่สมควรจะทำอย่างสุดความสามารถแล้ว งานของพวกเขาจบลงแล้ว หากกษัติรย์ยังไม่เชื่อและยืนกรานต่อไป พวกเขาก็ไม่เหลือทางเลือกใดๆแล้ว
หากกษัตริย์ยังอยู่ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่สามารถล้มล้างความตั้งใจของเธอได้ ซึ่งตอนนี้เหมือนชะตาของซินเจียงกำลังจะตกลงเหว
ตั้งแต่กษัตริย์คนก่อนสิ้นไป เธอก็เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ความอ่อนโยนและความมีคุณธรรมในอดีตไม่มีอีกต่อไปแล้ว
และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทหมิงเจ๋อไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่รีบปรากฎตัวออกมา
เสนาบดีไม่คิดไม่ถึงเลยว่า เพราะหมิงเจ๋อที่ทำให้กษัตริย์รุ่นหลังเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้
และก็ยิ่งคิดไม่ถึงเลยว่าสงครามครั้งนี้จะมีจุดเริ่มต้นมาจากรัชทายาทหมิงเจ๋อที่พวกเขารอคอยให้ปรากฎตัวมาโดยตลอด
และในตอนนี้คนต้นคิดก็ได้ไปยืนอยู่บนยอดภูเขาหมิงเซียนด้วยใบหน้าที่ภาคภูมิใจแล้ว