ตอนที่ 1801
บทที่ 1850 หลบหนีได้ไปได้
October 21, 2026
เสี่ยวเซียนชิวสงสัยว่าที่กระรอกพูดถึงคนสองคนนั้นก็คือนักปราชญ์และเสวียนจิ้ง
เมื่อได้ฟังเสี่ยวเซียนชิวพูดเช่นนี้ เซียวเฉวียนและเจี้ยนจงก็คิดว่าน่าจะเป็นพวกเขาแน่ ๆ
ดังนั้นทั้งสามคนจึงเริ่มค้นหาที่อยู่ของนักปราชญ์และลูกศิษย์ของเขา
เสี่ยวเซียนเชิวใช้พลังวิเศษของเธอเพื่อพูดคุยกับต้นไม้ที่อยู่รอบตัวเธอ
แต่ต้นไม้ต่างก็พูดว่าพวกเขาไม่เคยเห็นคนผ่านมาแถวนี้เลย
นั่นแสดงว่าทั้งสามคนยังค้นหาไม่ถูกที่
。
นักปราชญ์และเสวียนจิ้งที่ซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลกระบี่ ในเวลานี้ พวกเขาอยู่ห่างจากเซียวเฉวียนและคนอื่นๆ ประมาณหนึ่งพันเมตร
ดังนั้นนักปราชญ์จึงไม่ได้ยินการสนทนาของพวกเขาทั้งสามคน
แต่นับตั้งแต่ที่เขาได้ยินเสียงนกเคลื่อนไหวท เปลือกตาของเขาก็กระตุกตลอด และตอนนี้ก็ยิ่งกระตุกมากขึ้นเรื่อยๆ
นักปราชญ์จึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เขาจึงตัดสินใจออกจากที่นี่
เขากลัวว่าเซียวเฉวียนและคนของเขาจะตามมา
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย มิอาจรอช้าได้
นักปราชญ์วางค่ายกลและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ห่างไกลมากขึ้น
ระหว่างทาง เสวียนจิ้งไม่กล้าพูดอะไรสักคำ แต่นักปราชญ์ก็พูดขึ้นก่อนว่า "เสวียนจิ้ง เจ้าคิดว่าถ้าเราออกจากเกาะนกกระสาตอนนี้ เราจะมีโอกาสที่สำเร็จหรือไม่?"
เสวียนจิ้งทำได้แค่พูดความจริงว่า “โอกาสสำเร็จมีไม่น้อย”
หากพละกำลังของทั้งสองแข็งแกร่งเหมือนเช่แต่ก่อน ก็อาจจะยังคงมีโอกาสที่จะสำเร็จ แต่ติดตรงที่เซียวเฉวียนและคนของเขาอยู่บนภูเขา และไม่เห็นนักปราชญ์และเสวียนจิ้งไปที่ชายหาด
มิฉะนั้น พวกเขาจะอาจารย์และลูกศิษย์จะถูกค้นพบทันที่พวกเขาถึงชายหาด สถานการณ์คงจะเลวร้ายยิ่งกว่าตอนนี้
เหตุใดนักปราชญ์ได้ถามเช่นนี้อย่างกระทันหันนั้นเสวียนจิ้งเข้าใจดี นักปราชญ์คิดว่าเมื่อเซียวเฉวียนและคนของเขาตามาถึงที่นี่ พวกเขาอาจารย์และลูกศิษย์ก็จะใช้กลยุทธ์จักจั่นลอกคราบ
น่าเสียดาย ถ้าหากว่าเซียวเฉวี่ยนตามมาทีนี่ ด้วยพละกำลังของพวกเขาแล้ว การหลบซ่อนตัวถือเป็นการดีที่สุด
หากต้องการออกจากเกาะนกกระสา อย่างน้อยจะต้องรอจนกว่าเซียวเฉวียนและคนอื่น ๆ จะจากไปก่อน
อย่างไรก็ตาม หากเซียวเฉวียนตามมาจริง ๆ นั่นแสดงว่าเซียวเฉวียนจะต้องค้นพบเบาะแสอะไรบางอย่าง หากเป็นเช่นนั้นเซียวเฉวียนและคนอื่น ๆ ยิ่งไม่มีทางออกไปจากเกาะนกกระสาง่าย ๆ อย่างแน่นอน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาและนักปราชญ์ก็ยังต้องใช้ชีวิตเหมือนคนป่าในเกาะนกกระสาเช่นนี้ต่อไป
ช่างทรมานเสียจริง ๆ !
แต่ถึงจะทรมานก็ยังดีกว่าการสูญเสียชีวิต
ดังนั้น ก่อนที่เสี่ยวฉวนจะจากไปและก่อนที่พละกำลังความแข็งแกร่งของพวกเขาจะฟื้น พวกเขาจะต้องอยู่ที่เกาะนกกระสาอย่างอดทนต่อไป
หลังจากฟังคำพูดของเสวียนจิ้งแล้ว นักปราชญ์ก็ล้มเลิกความคิดที่จะหาโอกาสออกไปจากเกาะนกกระสา
เขาถามเสวียนจิ้งนั้นเขาไม่ได้ต้องการความคิดเห็นจากเสวียนจิ้งจริง ๆ หรอก เขาแค่อยากลองฟังความคิดเห็นของเสวียนจิ้งดูเท่านั้น
พูดตามตรงก็คือในสายตาของนักปราชญ์ สติปัญญาของเสวียนจิ้งไม่ได้เหนือกว่าเขา หรือเหนือกว่าเซียวเฉวียน
หากแม้แต่เสวียนจิ้งยังรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ยาก ถ้างั้นเรื่องนั้นก็ไม่มีความหวังแล้ว
อาจกล่าวได้ว่านักปราชญ์เอาเสวียนจิ้งมาเเป็นข้อคิดในเชิงลบมากกว่า
แน่นอนว่าอาจารย์และลูกศิษย์ได้ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน นักปราชญ์จำเป็นต้องรักษาน้ำใจของเสวียนจิ้งไว้ หากคำพูดคำไหนที่จะไปทำร้ายให้เสวียนจิ้งต้องขายหน้า นักปราชญ์ก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกมา เพื่อไม่ให้ทำลายมิตรภาพระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
สุดท้าย นักปราชญ์ก็พูดอย่างสงบว่า "ใช่แล้ว อาจารย์ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน"
จากนั้นบรรยากาศก็เงียบลง
หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง นักปราชญ์ก็รู้สึกหมดแรงเล็กน้อย เขาจำเป็นต้องหยุดชั่วคราว
เมื่อเห็นสีหน้าของนักปราชญ์ไม่สู้ดีนัก เสวียนจิ้งก็หยิบผลไม้ออกมาสองลูก เอามาเช็ดบนตัวของเขาแล้วยื่นให้กับนักปราชญ์ "อาจารย์ ท่านกินเอาแรงหน่อยเถอะ"
นักปราชญ์รับผลไม้มาแล้วหาที่นั่งเพื่อกินผลไม้
หลังจากกินเสร็จเขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
เมือเสวียนจิ้งเห็นท่าทางของเขาดีขึ้น เขาจึงถามว่า “อาจารย์ ท่านจะเอาอีกไหม?”
นักปราชญ์ปฏิเสธว่า “ไม่ล่ะ เจ้าเก็บไว้กินเถอะ”
หลังจากพักผ่อนได้สักพัก ทั้งสองก็ออกเดินทางต่อไป