ตอนที่ 1831
บทที่ 1882 เสียหายจากความผิดพลาด
October 21, 2026
เซียวเฉวียนในตอนนี้ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสังหารโดยไม่รู้ตัว มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เสวียนอวี๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจกับรัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
ตั้งแต่เขารู้จักกับเซียวเฉวียนจนมาถึงตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอารมณ์ที่ผันผวนเช่นนี้ของเซียวเฉวียน
เซียวเฉวียนในสภาพเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกเล็กน้อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง เซียวเฉวียนระงับกลิ่นอายแห่งการสังหารของเขาเอาไว้ มองมาที่เสวียนอวี๋ด้วยแววตาอันเฉยเมย “เสวียนอวี๋ เผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เจ้ารู้สึกหวาดกลัวหรือไม่?”
เสวียนอวี๋ตอบด้วยสายตาอันแน่วแน่ “ไม่กลัว”
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เสวียนอวี๋ไม่เคยผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
หรือพูดอีกอย่างก็คือ เสวียนอวี๋ในวันนี้ ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาขึ้นเป็นหลายเท่าตัว
มีเพียงความแข็งแกร่งที่เผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งเท่านั้น ถึงทำให้ตนเองสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน!
หวาดกลัวไปก็ไม่มีประโยชน์!
ได้ยินเช่นนั้น เซียวเฉวียนมองเสวียนอวี๋ด้วยแววตาชื่นชม “ยอดเยี่ยม”
เขาเป็นชายหนุ่มที่ดี มีแรงบันดาลใจอันแน่วแน่ตั้งแต่อายุยังน้อย!
เสวียนอวี๋ยิ้มและพูดออกมา “เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ข้ามีท่านอาเซียวเป็นแบบอย่าง”
มีนายท่านที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าเขาต้องตามให้ทัน อย่างน้อยก็จะได้ช่วยเซียวเฉวียนในการรับมือกับสัตว์ประหลาดเหล่านั้น
เซียวเฉวียนพอใจกับความแน่วแน่และการพัฒนาของเขามา ยิ้มและพูดออกมาว่า “ดีมาก! ไม่เลวเลยจริงๆ!”
“แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าต้องจดจำเอาไว้ หากเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้ อย่าฝืนต่อสู้ต่อไปเด็ดขาด สู้ไม่ได้ก็แค่หนีไปเท่านั้น”
นี่คือรากฐานของอัจฉริยะ
หากยังมีลมหายใจอยู่ เช่นนั้นก็ยังมีหวัง
อย่าใจร้อนหรือกดดันตัวเองมากเกินไปเป็นอันขาด
เสวียนอวี๋พยักหน้าด้วยความเข้าใจ
เขาเข้าใจในความหมายที่เซียวเฉวียนต้องการจะสื่อออกมา แต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซียวเฉวียนถึงอยากให้เขาทำเช่นนี้
นายท่านคนอื่นล้วนอยากให้ลูกน้องของตนเองเข้าไปพัวพันกับศัตรูให้นานที่สุด ไม่ยอมให้ลูกน้องของตนเองถอยกลับมาแม้แต่ก้าวเดียว
แต่เซียวเฉวียนนั้นต่างออกไป เขาเกรงว่าเมื่อลูกน้องของตนเองเผชิญหน้ากับศัตรูผู้แข็งแกร่งจะไม่ยอมถอยหนี เขาจึงเน้นย้ำออกมาให้ลูกน้องของเขาได้รับรู้
นายท่านเช่นนี้ ทั่วทั้งใต้หล้าคงมีเซียวเฉวียนเพียงคนเดียวหรือเปล่า?
ต้องโชคดีเพียงใดได้ถึงติดตามนายท่านอย่างเซียวเฉวียน!
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ไปสืบหาร่องรอยของพวกนักปราชญ์
แม้เซียวเฉวียนจะรู้ว่าการสืบหาข้อมูลเช่นนี้จะได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
หากมีคนพบเห็นพวกของนักปราชญ์ขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเซียวเฉวียนได้เบาะแสบ้างแล้วไม่ใช่หรือ?
ระหว่างทาง เซียวเฉวียนสอบถามผู้คนมากมาย คนเหล่านี้ต่างบอกว่าไม่เคยเห็นนักปราชญ์หรือผู้หญิงผมสีเงินเหมือนกับที่เซียวเฉวียนกล่าวถึง
หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถามมาตลอดทาง เซียวเฉวียนก็ยังไม่ได้ความคืบหน้าแต่อย่างใด
ทั้งสองคนเดินต่อไป พวกเขาเดินมาถึงตลาดที่แสนคึกคัก
บนกำแพงทั้งสองข้างของถนนมีภาพวาดของนักปราชญ์แปะอยู่ด้วย
และด้านหน้าของภาพวาดดังกล่าวก็เต็มไปด้วยฝูงชนที่รวมตัวกัน
เฮ้อ ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังมีคนมาดูภาพวาดนี้อยู่
พวกเขาไม่ได้จำจดรูปลักษณ์ของนักปราชญ์ไว้ในใจแล้วงั้นหรือ?
เซียวเฉวียนพาเสวียนอวี๋เดินไปด้านหน้า ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ฟังบทสนทนาซุบซิบนินทาของชาวบ้านเงียบๆ
สถานที่แห่งนี้เรียกว่ายุทธภพ
ตราบใดที่ยังมียุทธภพ การนินทาก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
มีชาวบ้านผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ภาพวาดใบนี้ ข้าได้ยินมาว่ามันถูกติดไว้บนกำแพงของรัฐข้างเคียงด้วยเช่นกัน”
มีคนตอบกลับมาว่า “จริงหรือ? งั้นข้าเดาว่าที่อื่นก็น่าจะมีด้วยเหมือนกัน”
อีกคนพูดว่า “ใช่ เกรงว่าทั่วทั้งต้าเว่ยคงเต็มไปด้วยภาพวาดของเขา”