ตอนที่ 1833
บทที่ 1884 ชิงลงมือก่อน
October 21, 2026
เพราะจู่ๆ เซียวเฉวียนสังเกตเห็นมีการเคลื่อนไหวเบาๆ ราวกับว่ามีคนแอบมองพวกเขาอยู่ใกล้ ๆ
เมื่อเห็นเซียวเฉวียนจู่ๆ ตื่นตัวขึ้นมาขนาดนั้น เสวียนอวี๋ก็อดหยุดพักกินเนื้อปิ้งไม่ได้ ระวังสังเกตรอบๆ ตัวเขาอย่างตื่นตัว
ตอนนี้เอง มีลมกระโชกแรงมาจากป่าด้านหลังพวกเขาและมากระทบตัวพวกเขาทั้งสอง เสวียนอวี๋กล่าวว่า "ลุงเซียว แค่ลม"
แต่เซียวเฉวียนไม่ได้ประมาท จนกระทั่งลมพัดผ่านไป เซียวเฉวียนยังคงตั้งใจฟังอยู่พักหนึ่ง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว เขาจึงผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียดลง
หรือเขาประสาทตึงเครียดเกินไปหรือเปล่า ?
แต่ประสาทหูของเขาฉับไวเสมอและไม่เคยพลาด
เขาได้ยินเสียงกรอบแกรบนิด ๆ ข้างหลังเขาเมื่อกี้ ทั้งมีเสียงหายใจแผ่วๆ ถ้าไม่ใช่คนก็ต้องเป็นสัตว์ป่า
แต่พอจะฟังอีกที กลับไม่เจออะไรแล้ว
ถ้าเป็นสัตว์ป่าคงไม่หายตัวไปไวขนาดนี้
เซียวเฉวียนสงสัยว่าเป็นมนุษย์ และสงสัยว่ามันก็คือยายเหยียน
ก็มีเพียงยายเหยียนเท่านั้นที่ยังสามารถแอบๆ ทำอะไรชนิดมองไม่เห็นภายใต้ลมหายใจของเซียวเฉวียนได้
เซียวเฉวียนสังเกตฟังต่อไปอีกสักพัก แน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว จึงกินเนื้อปิ้งกันต่อไป
ทั้งนายและบ่าวสองคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ไม่ได้สังเกตเลยว่า มีคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างหลังของพวกเขา
คนนั้นก็คือยายเหยียน
นางแอบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้หนาทึบบนยอดต้นไม้ มองด้วยตาปริบๆ ดูเซียวเฉวียนสองคนกินเนื้อปิ้งคำแล้วคำเล่า และนางก็ทำได้แต่กลืนน้ำลายไปอย่างเบาๆ
เนื้อนี้ปิ้งแล้ว กลิ่นหอมจริงๆ
เมื่อสักครู่นี้ ยายเหยียนเกือบอดไม่ได้จะไปฉกมาแล้ว
แต่สติของนางบอกนางว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ นางจึงเบรคไว้ทันเวลา
ถ้าไปฉกเอามา เซียวเฉวียนก็ต้องรู้ว่ายายเหยียนอยู่ใกล้ๆ
แล้วคิดต่อเนื่องไปอีก เซียวเฉวียนก็จะรู้ถึงนักปราชญ์และศิษย์ของเขา กระทั่งพี่น้องเว่ยหงก็อยู่แถวนี้ด้วย
อุตส่าห์มาหาที่หลบซ่อนดีๆ ได้ขนาดนี้ จะเป็นเพราะเนื้อปิ้งแล้วถูกเซียวเฉวียนค้นพบไม่ได้
แต่ยายเหยียนได้กลิ่นหอมแล้วไม่คิดจะห่างไป จึงหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเซียวเฉวียนและแอบดูสองคนกินอยู่
ไม่คิดว่าเซียวเฉวียนเด็กคนนี้มีความรู้สึกไว ทั้งๆ ที่นางระวังตัวมากแล้ว แต่เซียวเฉวียนก็ยังสังเกตแปลกประหลาดและตื่นตัวขึ้นมา
หากนางวิ่งไม่ไวพอและพอดีมีลมจากภูเขาพัดผ่านมา เซียวเฉวียนคงพบนางเข้าแล้ว
เมื่อต้องรับมือกับเซียวเฉวียน เผลอนิดเดียวก็ไม่ได้จริงๆ !
เห็นเซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋กินเนื้อปิ้งเหลืออยู่นิดเดียวแล้ว ยายเหยียนจึงถอนสายตาอย่างไม่สู้เต็มใจและผันตัวออกไปจากต้นไม้นั้น
ออกมาข้างนอกครั้งนี้ นางแค่จะมาตรวจดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ ดูว่ามีอะไรแปลกประหลาดหรือไม่
ไม่คิดว่า มาเจอเซียวเฉวียนพาเสวียนอวี๋หามาถึงนี่แล้ว
เสวียนอวี๋เด็กคนนี้ ไม่ได้เจอเพียงไม่กี่เดือน เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ยายเหยียนแทบจะจำหน้าเขาไม่ได้
ยิ่งกว่านั้น เสวียนอวี๋ยังทำให้นางรู้สึกว่า กำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
ยายเหยียนจะถือโอกาสนี้ฆ่าเซียวเฉวียน แต่นางก็กังวลเช่นกันว่าหากนางพลาด ฆ่าเซียวเฉวียนไม่สำเร็จ ยังจะเปิดเผยที่อยู่ของนางอีก
เพราะการประมือในวันนั้น ยายเหยียนรู้สึกว่าเซียวเฉวียนมีฤทธิ์พลังไม่น้อย นางก็ไม่อาจหยั่งรู้รายละเอียดของเซียวเฉวียนได้
ไม่อยากออกแรงในการสู้รบที่ไม่มั่นใจ
ดังนั้น ยายเหยียนจึงมองข้ามความคิดที่จะสังหารเซียวเฉวียนในตอนนี้ ถ้าจะสังหารเซียวเฉวียน รอให้เขาไปจากนี่ก่อนค่อยลงมือก็ไม่สาย
ถึงตอนนั้น หากนางฆ่าเซียวเฉวียนไม่สำเร็จ นางยังสามารถรักษาที่อยู่ที่พักของพวกเขาได้
ท้องฟ้าโล่งผืนดินกว้างใหญ่ก็จริง แต่จะหาที่พักที่ปลอดภัยได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
เพราะอาจมีสายลับอยู่ในทุกหนทุกแห่ง และรูปลักษณ์ภายนอกของยายเหยียนและนักปราชญ์นั้นง่ายต่อการจดจำ ยากต่อการหลบซ่อน
ดังนั้นยายเหยียนจึงได้แต่ย้อนกลับไปตามทางเดิมอย่างเงียบๆ
ในเมื่อพบร่องรอยของเซียวเฉวียนแล้ว หลังจากที่ยายเหยียนกลับมาถึงที่พัก นางจึงต้องเปิดประชุมให้ทุกคนมาร่วมด้วย
เรียกประชุมในค่ำคืน ยายเหยียนยังไม่ทันพูดอะไร นักปราชญ์ทั้งลูกศิษย์และพี่น้องเว่ยหงก็ดูตึงเครียดขึ้นมาทันที