ตอนที่ 1836
บทที่ 1887 สืบหาข้อมูล
October 21, 2026
เมื่อได้ยินคำถามว่าเซียวเฉวียนเป็นคนที่ไหน เซียวเฉวียนก็ตอบกลับไปว่า “ข้าเป็นคนของเมืองหลวง”
คนจากเมืองหลวง?
มีนามว่าเซียวเฉวียน?
ชายผู้นั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาทันที ดวงตาคู่นั้นของเขาเป็นประกาย “ท่านคือท่านราชครู ใต้เท้าเซียวอย่างนั้นหรือ?”
เซียวเฉวียนพยักหน้าตอบรับ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะมีชื่อเสียงถึงเพียงนี้
ในสมัยโบราณที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่เซียวเฉวียนกลับเป็นที่รู้จักในนามของราชครูในดินแดนอันห่างไกลเช่นนี้
พูดตามตรง เซียวเฉวียนเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
ชายผู้นั้นได้สติกลับคืนมา เขาเดินกลับมาในทันที ราวกับว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จู่ๆ เขาก็พูดออกมาด้วยความกระตือรือร้น “ใต้เท้าเซียวเดินทางมาไกล ไปพักที่บ้านของข้าหน่อยหรือไม่”
เซียวเฉวียนคือคนที่มีชื่อเสียงแห่งต้าเว่ย เขาไม่สามารถละเลยได้
แม้ว่าในบ้านของชายผู้นี้จะไม่มีสิ่งของอะไรมอบให้เซียวเฉวียน แต่การที่จะให้เซียวเฉวียนเข้าไปพักในบ้านก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น
แค่ดื่มชาก็ถือเป็นการแสดงน้ำใจเล็กน้อย
เซียวเฉวียนกล่าวออกมาว่า “งั้นก็ต้องขอรบกวนพี่ชายแล้ว”
บ้าไปแล้ว ราชครูผู้สง่างามเรียกชาวบ้านธรรมดาอย่างเขาว่าพี่ชาย นี่มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออะไรเช่นนี้
ชายผู้นั้นรีบตอบกลับมาว่า “ใต้เท้าเซียว ข้าน้อยมีนามว่าสวีย่า ท่านเรียกชื่อของข้าเถิด”
คำเรียกว่าพี่ชาย สวีย่ารับไว้ไม่ได้จริงๆ
แม้ว่าเขาจะไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน แต่เขาก็รู้ว่าครูเปรียบเสมือนพ่อ
และเซียวเฉวียนเป็นถึงราชครู สถานะของเขาสูงส่ง เป็นที่เคารพของฮ่องเต้ คำเรียกว่าพี่ชายนี้ มันทำให้สวีย่ารู้สึกหวาดกลัวต่อมัน!
เซียวเฉวียนกล่าวออกมาว่า “พี่ชายพูดเกินไปแล้ว”
ตามตรรกะของสวีย่า เซียวเฉวียนเรียกทาสคุนหลุนอย่างหนานเหอและมานจงเฮ่อว่าลุง พวกเขายังน้อมรับไว้ แบบนั้นไม่เท่ากับว่าหนานเหอและมานจงเฮ่อเอาเปรียบฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ แบบนี้เท่ากับว่าเอาตัวขอตนเองไปโขกกำแพงไม่ใช่หรือไง?
แน่นอน เซียวเฉวียนเองก็ใช้คำว่า “อาจารย์ เปรียบเสมือนบิดา” ประโยคนี้มาไม่น้อย แต่ส่วนมากแล้วเขามักจะเลือกใช้กับคนหัวโบราณที่คิดจะท้าทายตัวเอง
ปกติแล้วเซียวเฉวียนไม่ใช้ตัวตนของเขาในการเหยียบย่ำผู้อื่น
ดังนั้นสิ่งที่เซียวเฉวียนเรียกออกมานั้นมาจากความจริงใจ
ตั้งแต่เด็ก เซียวเฉวียนถูกพ่อแม่และคุณครูสอนไว้ว่าต้องมีมารยาทต่อผู้ที่อาวุโสสูงกว่า
เห็นได้ชัดว่าชาวบ้านผู้นี้มีอายุมากกว่าเซียวเฉวียน เซียวเฉวียนควรจะเรียกเขาว่าพี่ชาย นี่ถือเป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง
เซียวเฉวียนคิดเช่นนี้ แต่ชาวบ้านกลับไม่คิดเช่นนี้ เขายังคงพูดออกมาอย่างแน่วแน่ “ใต้เท้าเซียวอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย”
ความหมายของมันก็คือ ท่านได้โปรดเรียกชื่อของข้าด้วยเถิด
ไม่อย่างนั้นสวีย่าไม่มีทางสงบจิตสงบใจได้เป็นแน่
เซียวเฉวียนอดคิดไม่ใจไม่ได้ หมู่บ้านที่ห่างไกลและยากจนเช่นนี้ รอบๆ ไม่มีโรงเตี๊ยมหรือคอกพักม้าอยู่เลย ตามเหตุผลแล้ว ชาวบ้านที่นี่ไม่ควรจะพิถีพิถันเช่นนี้ถึงจะถูก
แต่เหตุใดสวีย่าจึงแน่วแน่ที่จะให้เซียวเฉวียนเรียกชื่อของเขา
ช่างพิถีพิถันยิ่งนัก
เมื่อเห็นว่าเขาหนักแน่นถึงเพียงนี้ เซียวเฉวียนก็ทำตามความปรารถนาของเขา เรียกเขาว่าสวีย่า
สวีย่าเดินอยู่ด้านหน้า เซียวเฉวียนกล่าวออกมาว่า “สวีย่า เมื่อครู่ท่านเจ้าคิดจะทำสิ่งใดงั้นหรือ?”
จะบอกว่าเขาไปทำงานก็คงไม่ใช่ เพราะเขาไม่ได้เอาอะไรติดมือมาเลย
บอกว่าไปเยี่ยมหรือไปหาเพื่อน ทิศทางที่เขาเดินไปก็คือทิศทางที่เซียวเฉวียนเดินมา เซียวเฉวียนรู้ว่าจากทิศทางที่เขาผ่านมา กว่าจะพบเจอหมู่บ้านอีกสักหมู่บ้านหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งวันกว่าจะไปถึง
เช่นนั้นแล้ว อย่างน้อยสวีย่าก็ต้องพกน้ำกับอาหารไปด้วย
แต่ในมือทั้งสองข้างของเขากลับว่างเปล่า
สวีย่าเกาศีรษะด้วยความสงสัยและพูดออกมาว่า “ข้าจะไปเก็บแห”
ด้านหน้าก็มีทางแยกอยู่ไม่ใช่หรือไง?
เดินไปทางนั้นอีกประมาณ 1000 เมตรก็จะมีแม่น้ำอยู่สายหนึ่ง
แม่น้ำสายนั้น ในตอนที่เซียวเฉวียนมาก็ยังเห็นมันอยู่เลย
สวีย่าบอกว่า ปกติแล้วเขาก็ทำแบบนี้ ในตอนเย็นเขาจะไปวางแหไว้ที่แม่น้ำ พอเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ไปเก็บแหกลับมา
แบบนั้นการที่เขาพบเซียวเฉวียนกลับมายังบ้านของเขา จะเป็นการทำให้เขาเสียเวลาหรือไม่?
สวีย่ายิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “ไม่เป็นไร ไว้ค่อยไปเก็บก็ได้”
ใต้เท้าเซียวผู้ยิ่งใหญ่เดินทางมาที่นี่ สวีย่าจะไปเก็บแหโดยละทิ้งเขาไว้ได้อย่างไร?