ตอนที่ 1848
บทที่ 1901 ช่วยเหลือเสวียนจิ้ง
October 21, 2026
และแบบนี้เซียวเฉวียนก็จะสามารถถือโอกาสทำลายปีกของย่าเหยียนได้ เพื่อให้ความสามารถของเธอลดลง
คงจะมีแต่แผนนี้เท่านั้นที่จะสามารถอธิบายการโจมตีของเซียวเฉวียนได้
และเมื่อคิดมาถึงตอนนี้ ย่าเยียนก็รู้สึกว่าเซียวเฉวียนนี้ช่างเจ้าเล่ห์นัก
หากต้องต่อสู้กับบุคคลเช่นนี้ ต่อให้เธอจะแข็งแกร่งเพียงไหนก็ยังประมาทมิได้
ในตอนแรกเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเว่ยเชียนชิวที่เป็นจอมวางแผนถึงได้พ่ายแพ้ให้กับเซียวเฉวียน
วิชากังฟูและไหวพริบปฏิภาณของเว่ยเชียนชิวนั้นถือว่าเก่งกาจไม่แพ้กัน และมีไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่จะมีความสามารถถึงระดับนี้
เซียวเฉวียนที่ต่อให้จะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็เป็นเพียงชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ด้วยวัยเพียงแค่นี้จะเก่งได้ถึงระดับไหนกันเชียว?
หากพูดตามหลักเหตุผลแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เว่ยเชียนชิวนั้นจะพ่ายแพ้ให้แก่เซียวเฉวียน
แต่เมื่อต้องมาต่อสู้กับเซียวเฉวียนด้วยตัวเอง ย่าเยียนถึงเข้าใจว่าเหตุใดเว่ยเชียวชิวถึงได้พ่ายแพ้ต่อเซียนเฉวียนอย่างราบคาบ
เซียวเฉวียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า รู้วิธีที่จะส่งเสริมจุดแข็งและหลีกเลี่ยงจุดอ่อน แถมยังรู้วิธีคุ้นเคยกับมนุษย์และธรรมชาติ
เฉกเช่นตอนนี้ที่เซียวเฉวียนรู้ดีว่าตัวเขาอาจไม่สามารถเอาชนะย่าเยียนได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกกลยุทธ์วงเวียน
เขาจะไม่เผชิญหน้ากับย่าเยียนโดยตรง แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเธอได้เช่นกัน
ถึงแม้มันจะทำให้เธอสูญเสียพี่น้องเว่ยหงหรือสหายนักปราชญ์ไปซึ่งจะทำให้ขอบเขตกำลังของย่าเยียนอ่อนแอลง เซียวเฉวียนก็ยินดีจะทำ
การโจมนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการหย่อนกำลังของย่าเยียนลงเท่านั้น แต่ยังยื้อเวลาให้เซียวเฉวียนได้ฟื้นฟูกำลังของตัวเองด้วย เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
สิ่งที่เซียวเฉวียนรู้ดียิ่งกว่านั้นคือ สำหรับย่าเยียนแล้วเว่ยหงใช้ประโยชน์ได้มากกว่านักปราชญ์ เพราะงั้นนางจึงยอมให้เสวียนอี๋และชุนเซียวถูจัดการกับนักปราชญ์และนางจัดการกับเว่ยหงแทน
และในสถานการณ์แบบนี้ ย่าเยียนเองก็จะมุ่งความสนใจไปแค่สิ่งสิ่งนึงและละเลยอีกสิ่งหนึ่งไป ซึ่งหากพิจารณาดูแล้วนางก็จะเลือกปกป้องเว่ยหงก่อนแน่นอน
เพราะงั้นเซียวเฉวียนจึงไม่มีความกังวลว่าย่าเยียนจะหันมาต่อต้านเสวียนอแต่อย่างใด
ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่เซียวเฉวียนคิด
ในความเป็นจริงสำหรับย่าเยียนแล้วการใช้ประโยชน์จากเว่ยหงนั้นมีค่ามากกว่านักปราชญ์จริงๆ
แต่สิ่งที่เซียวเฉวียนไม่รู้ก็คือสำนักหมิงเซียนแท้จริงแล้วเป็นของย่าเยียน ในแง่ความภักดีที่มีต่อสำนักหมิงเซียน เขาก็จัดว่าเป็นนักปราชญ์คนนึง
เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะดูหัวโบราณและมีพฤติกรรมแบบสุดโต่ง แต่การที่พวกเขามีจุดเริ่มต้นที่ดีก็เพื่อสำนักหมิงเซียนทั้งนั้น
และเว่งหงเองก็มีความทะเยอทะยานและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มาก พวกเขาคงไม่ยินดีที่จะยอมแพ้ให้ใครง่ายๆ ความสัมพันธ์ของเขาและย่าเยียนเป็นเพียงพันธมิตรในการสู้รบเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเท่านั้น
และในตอนนี้ย่าเยียนก็ยังปกป้องพวกเขา ถึงแม้จะเหมือนเป็นเพียงการใช้ประโยชน์จากพวกเขาก็ตาม
แม้ว่าตอนนี้เว่ยหงจะเป็นอาชญากรที่ถูกตามล่า แต่เรือพังก็ยังเหลือกงเรือ หากอนาคตเขาต้องการทำลายสำนักหมิงเซียน แค่เพียงคนเดียวคงไม่พอ อาจต้องหยิบยืมความช่วยเหลือจากคนอื่นเพิ่ม
แต่หากจะให้ย่าเยียนเลือกอย่างใดอย่างนึงแล้วนั้น นางก็คงเลือกที่จะช่วยนักปราชญ์ก่อน
เมื่อครู่การให้เว่ยหงออกไปก่อน แต่มาพบว่าให้ทั้งสองหนีออกไปก่อนน่าจะดีที่สุด
นอกจากนี้ เซียวเฉวียนเองก็คงไม่ปราถนาจะเป็นไปตามแผนของย่าเยียน เพราะนางจะสังหารเขาในตอนที่เขาไม่ทันได้ระวังอะไร
นางโน้มตัวลง และมุ่งตรงไปยังเสวียนอี๋
แต่บนร่างของเสวียนอี๋นั้นมีชุนเซียวถูอยู่ ย่าเยียนจึงไม่สามารถเข้าช่วยเหลือนักปราชญ์ได้โดยง่าย
และในเวลานี้เอง นักปราชญ์ก็กำลังต่อสู้กับเสวียนอี๋อยู่
เสื้อผ้าที่ห่อหุ้มร่างของนักปราชญ์ถูกกิ่งไม้ฉีกออกเป็นชิ้นๆ และในบางจุดของผิวหนังก็โดนกิ่งไม้บาดลึกเข้าไปด้วย
นักปราชญ์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก หากแต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเสวียนอี๋ เห็นได้ชัดว่าเสื้อผ้าของเขาขาดรุ่ยและร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อเห็นว่าย่าเยียนกำลังจะลงมา เสวียนอี๋จึงถือโอกาสนี้จบสงครามโดยเร็ว
การจับนักปราชญ์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การจับเสวียนจิ้งนั้นง่ายกว่าเยอะ