ตอนที่ 1862
บทที่ 1917 เหตุใดใยต้องตะโกน
October 21, 2026
เซียวเฉวียนชอบสัมผัสประสบการณ์ความสนุกแบบนี้มากที่สุด
พอแรกเริ่ม เสวียนจิ้งมุ่งเน้นไปที่การเผามันเทศให้กับเซียวเฉวียน ไม่สนใจว่ามันเทศคืออะไร
ตอนนี้เมื่อเขากำลังจะเริ่มทำงาน เสวียนจิ้งก็คิดได้ว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องมันเทศมาก่อน
เขามองดูมันเทศที่กองอยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นยกเปลือกตาขึ้นอย่างสงสัย และอยากจะถามเซียวเฉวียนว่าสิ่งนี้คืออะไร
แต่ไม่รู้ว่าเซียวเฉวียนออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เสวียนจิ้งทำได้เพียงดูเซี่ยวเฟิงและกิเลนที่ยังคงอยู่
แต่เซี่ยวเฟิงและกิเลนพูดไม่ได้ ถามไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ
สิ่งที่เสวียนจิ้งคิดไม่ถึงก็คือเซี่ยวเฟิงสามารถเห็นความกระหายและความอยากรู้ของเสวียนจิ้งจากดวงตาที่สับสนของเขา
มันเขียนไว้บนพื้นอย่างบิดเบี้ยว “อยากรู้อย่างนั้นหรือ? ก็ไปถามนายท่านข้าซะสิ”
สรุปว่า มันเทศก็คือแหล่งอาหารที่อร่อยที่สุดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซี่ยวเฟิงและกิเลนไม่สามารถบอกได้
เดิมทีเสวียนจิ้งก็นึกว่าเซี่ยวเฟิงจะพูดอะไรออกมาให้เข้าใจ ใครจะรู้ว่าเหมือนที่เบจะพูดอะไร แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่ได้พูดอะไรสักนิด
คำถามหนึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่เสวียนจิ้งพบอีกคำถามหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่รู้จักมันเทศ เขาจึงไม่รู้ว่าจะกินมันอย่างไร ไม่ต้องพูดถึงว่ามันปรุงอย่างไรถึงจะสุก
เขาไม่รู้วิธีควบคุมความร้อนด้วยซ้ำ หัวหมออย่างเซียวเฉวียนต้องการให้เขาเผามันเทศไม่เป็น นี่ไม่ได้บังคับให้เขาทำอะไรยาก ๆ อย่างนั้นเหรอ?
กิน กิน และก็กิน!
ไม่กลัวว่าเสวียนจิ้งจะแอบใส่ยาพิษให้เขาตายหรืออย่างไร!
ฮึ!
แน่นอน เสวียนจิ้งแค่ต่อว่าเซียวเฉวียนในใจเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเท่านั้น
ความเป็นจริงแล้ว มีทั้งเซี่ยวเฟิงและกิเลนจ้องเขมือบเขาอยู่ เขาจะเอาที่ไหนมากล้า?
กลัวว่าเซียวเฉวียนยังไม่ทันจะได้ตายจากยาพิษ เกรงว่าเขาจะตายจากกรงเล็บสองตัวนี้ก่อนซะสิ
แต่มันเทศไม่สามารถเผาได้ ดังนั้นเสวียนจิ้งจึงต้องเข้าใจมันเทศ
เขาลุกขึ้นและต้องการตามหาเซียวเฉวียน แต่เขาไม่คาดคิดว่าเขาลุได้แค่ครึ่งหนึ่ง เซี่ยวเฟิงมองเสวียนจิ้งด้วยสีหน้าดุร้าย เสวียนจิ้งที่ตกใจจึงทำกลับไปนั่งลงแต่โดยดี
เขาพึมพำ “นี่ ในเมื่อท่านเก่งถึงขนาดนั้น ท่านจะมากังวลอะไรเล่า?”
“ข้าเพียงแค่อยากจักถามเซียวเฉวียนให้แจ้งใจ ว่ามันเทศเหล่านี้มันต้องทำเยี่ยงไร“
เซี่ยวเฟิงไม่มีท่าทีที่จะผ่อนคลาย แต่ยังคงมองเสวียนจงเช่นเดิม
เมื่อดูจากท่าทางแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันไม่ให้โอกาสเสวียนจิ้งได้เข้าใกล้เซียวเฉวียน
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเสวียจิ้งจะไม่ดีนัก แต่บางครั้งแม้แต่น้ำตื้นก็อาจทำให้วัวจมน้ำได้ เป็นเรื่องถูกต้องเสมอที่จะระมัดระวังเมื่อล่องเรืออายุพันปี
เมื่อเห็นว่าเซี่ยวเฟิงระวังเขามาก เสวียนจิ้งก็ทำได้แค่ขึ้นเสียงแล้วพูดว่า "แล้วเจ้าบอกข้าได้ไหมเล่า ว่าไอมันเทศนี้มันทำอย่างไร?”
อยากจะให้เขาเผาให้กิน ก็ต้องบอกมาสิว่าทันเทศมันทำอย่างไร
แม้แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร แต่กลับให้เขาเผา และเงื่อนไขสูงขนาดน้ นี่กำลังล้อกันเล่นอยู่ใช่หรือไม่?
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงแผ่วเบาของเซียวเฉวียนก็ดังขึ้น "มันเทศก็คือมันเทศ มันปรุงสุกเมื่อมันนิ่ม เข้าใจไหมแล้วหรือไม่?"
“ส่วนเรื่องจะทำไม่ไหม้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้า”
ถ้าบอกเขาไปหมด นั่นก็อดสนุกหมดน่ะสิ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เสวียนจิ้งพึมพำ “แสร้งทำเป็นเร้นลับ ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก!”
ในช่วงเวลาที่เสวียนจิ้งออกจากทะเลทรายพร้อมกับนักปราชญ์ ไม่กล้าพูดว่าทักษะการทำอาหารของเขานั้นพัฒนาขึ้นอย่างมาก
แน่นอนว่าการปรับปรุงนี้สัมพันธ์กับทักษะการทำอาหารก่อนหน้าของเสวียนจิ้งเท่านั้น
โดยเฉพาะทักษะการเผ่าย่างก็พัฒนาขึ้นมาก
ท้ายที่สุดแล้ว ในระหว่างวันที่เขาหลบหนีไปที่เกาะนกกระสา เขาและนักปราชญ์ก็กินเนื้อย่างมากมาย จน“ฝีมือฉมัง”ไปเสียแล้ว