ตอนที่ 1906
บทที่ 1962 รู้สึกตัว
October 21, 2026
ไม่อยู่ในรัฐมู่อวิ๋น ไม่อยู่ใต้หน้าผา เช่นนั้นก็คงต้องไปตามหาที่อื่นแล้ว
ย่าเหยียนกล่าวออกมาว่า “เลิกเสียเวลากับที่นั่นได้แล้ว พวกเจ้ารีบเดินทางไปยังหูโจว ดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น มีอะไรที่สามารถช่วยได้อยู่บ้างหรือไม่”
พี่น้องเว่ยหงเดินทางไปยังหูโจว แต่พวกเขาไม่สามารถติดต่อมายังย่าเหยียนและพวกของอาจั้นได้โดยตรง ย่าเหยียนกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกพี่น้องเว่ยหง กลัวว่าจะพลาดโอกาสสำคัญไปเนื่องจากแจ้งให้นางรับรู้ได้ไม่ทันเวลา
หลายวันที่ผ่านมา นางเอาแต่วิ่งไปวิ่งมา รู้ว่าราวกับว่าตนเองเป็นคนโง่เขลา เป็นของเล่นของเซียวเฉวียน หากบอกว่าไม่โกรธก็คงเป็นเรื่องโกหก
แต่นางรู้ว่าความโกรธหรือการที่อารมณ์เสียนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไร นางจึงสงบสติอารมณ์และเงียบไป
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ความอดทนของนางใกล้จะหมดลงแล้ว
ต้องรีบตามหาที่อยู่ของเซียวเฉวียนให้เจอเร็วที่สุด ถึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
แม้ว่านางจะฉลาดเพียงใด แต่ก็เห็นแก่นแท้ของเรื่องนี้มานานแล้ว ซินเจียงล่มสลาย สำนักหมิงเซียนเองก็ไร้ซึ่งที่ตั้ง แม้ว่านางจะรู้จักสถานที่อันโดดเดี่ยว แต่สถานที่แห่งนี้เซียวเฉวียนเองก็รู้จักมันเช่นกัน
หากต้องการสร้างสำนักหมิงเซียนขึ้นมาอีกครั้ง เช่นนั้นก็จำเป็นต้องกำจัดสิ่งที่ขวางอยู่บนถนนออกไปเสียก่อน
และเซียวเฉวียนก็เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในถนนสายนี้!
ตราบใดที่เซียวเฉวียนยังมีชีวิตอยู่ การฟื้นฟูสำนักหมิงเซียนขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเรื่องยาก
หากต้องการสร้างงานที่ดี เช่นนั้นก็ต้องเตรียมอาวุธให้พร้อมเสียก่อน
นั่นก็คือการกำจัดเซียวเฉวียน!
แต่อาจั้นก็บอกนางมาโดยตลอดว่า บางทีเซียวเฉวียนอาจจะยังอยู่ในรัฐมู่อวิ๋น แต่เขาซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี จึงยังไม่ถูกใครจับได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงแนะนำออกมาว่า “ท่านผู้นำเหยียน ทิ้งคนไว้ที่นี่คนหนึ่งเพื่อทำการตามหาต่อไป ท่านว่าอย่างไร?”
ย่าเหยียนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วตอบกลับมาว่า “ก็ได้”
แต่ผู้ที่อยู่ก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดี
อาจั้นตอบกลับมาว่า “ขอรับ”
ไม่มีใครกล้าที่จะทำอะไรอย่างละเลยเมื่อได้รับคำสั่งจากย่าเหยียน!
หลังจากมอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ย่าเหยียนถึงจะจบการสนทนาที่อยู่ห่างเป็นพันลี้กับอาจั้นลง
อาจั้นหยุดฝีเท้าของเขา หันมามองอาเผิงพร้อมกล่าวว่า “ท่านผู้นำเหยียนกล่าวว่า หนึ่งในพวกเราจะเดินทางไปยังหูโจว เจ้าจะไปหรือให้ข้าไป?”
อาเผิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นตอบกลับมาว่า “ข้าไปเองแล้วกัน”
เรื่องราวถูกกำหนดไว้เช่นนี้ ทั้งสองคนแยกทางกันทันที
และย่าเหยียนก็กลับมาที่ใต้หน้าผาอีกครั้ง ตามหาร่องรอยของเซียวเฉวียนต่อไป ครั้งนี้นางตามหาอย่างละเอียด ไม่ปล่อยให้ผ่านไปแม้แต่จุดเดียว
ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านที่ว่างเปล่าหรือกองหญ้าที่รกร้าง นางก็ไม่ปล่อยผ่านไปทั้งสิ้น
สรุปก็คือ ยังคงเป็นคำพูดเดิม นางตามหาทุกที่ที่สามารถตามหาได้ นางแทบจะพลิกแผ่นดินอยู่แล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของนางนั้นเงียบมาก ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใต้หน้าผาตกใจ จนคิดที่จะอพยพออกไปจากที่นี่อีกครั้ง
ในความเป็นจริง ชาวบ้านที่อยู่ใต้หน้าผาถูกรบกวนตั้งแต่ย่าเหยียนและนักปราชญ์ปรากฏตัวออกมาแล้ว
สิ่งที่เลวร้ายไปมากกว่านั้นก็คือ ทางออกลับที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกที่มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ เวลานี้พวกเขากลับหามันไม่พบ
พูดให้ถูกก็คือ เส้นทางลับออกไปสู่โลกภายนอกดังกล่าว ตอนนี้เหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังขวางกั้นมันอยู่
พวกเขาพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคนี้ได้
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
พวกเขาอยากจะออกไปจากใต้หน้าผาแห่งนี้ มันก็มีเส้นทางเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น แต่มันกลับถูกปิดกั้น ต่อให้พวกเขาอยากออกไปมากแค่ไหนก็ออกไปไม่ได้
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ตื่นตระหนกมาโดยตลอด พวกเขากลัวว่าวันหนึ่งตนเองจะถูกทำลายล้าง
ผู้ใหญ่บ้านและผู้อาวุโสที่คอยดูแลหมู่บ้านจึงต้องมานั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกวัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดคุยกันมากแค่ไหน สุดท้ายก็หาทางออกไปไม่พบอยู่ดี
มันทำให้พวกเขาหงุดหงิดยิ่งนัก