ตอนที่ 1927
บทที่ 1983 ความประทับใจที่เปลี่ยนไป
October 21, 2026
เป็นอย่างที่กล่าวไว้ ผู้คล้อยตามข้าจะราบรื่น ผู้ฝ่าฝืนข้าจะเสียหาย!
ผู้คนอดไม่ได้ที่จะหันความสนใจไปที่ร่างของชายไว้หนวดเคราและร่างของชายชรา เพื่อขอให้พวกเขาได้เลือก
ชายมีเคราหันความสนใจไปที่ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านเป็นชายผมขาวมีเคราที่ดูแล้วใจดีมาก แต่เขาเป็นผู้ชายที่กล้าหาญและยังมีความสามารถอีกด้วย
ทุกคนในที่นี้เชื่อในตัวเขา เพราะฉะนั้น คำของเขาถือเป็นที่สุด
ไม่นานหลังจากที่ย่าเหยียนและคนอื่นๆ มาถึงยังหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็เดินฝ่าฝูงชนมายืนอยู่ตรงหน้าย่าเยียน เพียงแต่ไม่ได้ออกปากกล่าวอะไรออกมา
พูดให้ชัดเจนคือ เขาสังเกตสีหน้าท่าทางของย่าเหยียนและคนอื่น ๆ รวมถึงยังดูท่าทีของผู้คนในหมู่บ้านด้วย
ชายมีเครากระซิบว่า “ผู้ใหญ่บ้าน”
หัวหน้าหมู่บ้านหันศรีษะไปมองชายมีเคราเพื่อรอให้เขาพูดออกมา
ชายมีเครากล่าวต่อว่า “ตามความเห็นของท่าน พวกเราควรเลือกอย่างไรดี?”
หลังจากที่ตามย่าเหยียนและได้เข้าร่วมสำนักหมิงเซียน ทุกคนก็มีเส้นทางชีวิตของตัวเอง แต่จะมีชีวิตที่ดีไหมนั้น ก็หลังจากนั้นแหละถึงจะทราบได้
หากเรื่องต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามแผน พวกเขาก็จะต้องสู้กับทั้งสามนี้ให้ตายกันไปข้าง
แต่ชาวบ้านไม่เจอพบทางลัดที่จะนำไปสู่โลกภายนอกเลย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายของสงคราม เพื่อหลบหนีออกไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่วิธีนี้ก็ไม่สามารถทำได้
ผลที่จะตามมาของการต่อต้านนี้มีสองอย่างคือ ชาวบ้านทั้งหมดจะถูกฆ่าตายหรือพวกย่าเหยียนทั้งสามคนนั้นจะตาย
ตอนนี้ทุกคนได้เห็นความแข็งแกร่งของย่าเหยียนแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถึงแม้จะมีชาวบ้านกว่า 400 คนก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะพวกย่าเหยียนทั้งสามคนได้
คำกล่าวที่ว่าสองมือไม่สู้สี่หมัด ไม่เหมาะสมที่จะใช้กับสามคนตรงหน้านี้
ถ้าจะให้พูดในทางร้ายคือ ไม่มีทางไหนที่จะสำเร็จ ย่าเหยียนก็ไม่กล้าที่จะนำทั้งสองคนมาที่นี่ เธอพูดอย่างมั่นใจได้เลยว่า ชาวบ้านสามารถเลือกได้แค่สองทางที่เธอได้พูดไปเท่านั้น
ดังคำกล่าวที่ว่า อย่าต่อสู้กับการต่อสู้ที่ไม่แน่นอน
สำหรับชาวบ้านที่นี่ กว่าเก้าส่วนไม่มีความพยายามที่จะปกป้องตัวเองแม้แต่น้อย หากพวกเขาต้องสู้กับย่าเหยียนแล้วจริงๆ หล่ะก็ พวกเขาจะตายทั้งหมด
ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่การถอนหายใจนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจของผู้ใหญ่บ้านแล้ว
การถอนหายใจในครั้งนี้ทำให้ทุกคนรอบ ๆ ต่างก็เงียบกันหมด
ทุกคนมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านอย่างไม่เต็มใจแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้
แท้ที่จริงแบ้ว สิ่งที่ย่าเหยียนได้แสดงให้เห็นตอนนั้น ทำให้ชาวบ้านกว่าเก้าส่วนหวาดกลัว ความเย่อหยิ่งที่มีก่อนหน้านี้ก็ลดลงไปเช่นกัน
ทุกคนได้แต่มองหน้ากันโดยที่ไม่กล้าจะทักท้วงอะไร
ชายมีเคราพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าว่า "มันเป็นความต้องการของผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ตามความต้องการของพวกเขา คือเข้าร่วมสำนักหมิงเซสำนักหมิงเซียนของเธอหรอ?"
ผู้ใหญ่บ้านมองไปที่ชายมีเคราด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
“นอกจากนี้แล้วเรามีทางเลือกอื่นอีกไหม”
แน่นอนว่าถ้านายไม่ปฏิบัติตามความปรารถนาของย่าเหยียน คุณก็จะตายเท่านั้น
พวกเขาได้อาศัยที่นี่ด้วยความสงบสุขมาหลายทศววรษแล้ว แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะประสบกับปัญหาเช่นนี้ เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ผู้ใหญ่บ้านก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง แล้วกล่าวไปว่า “จ้าวกัง ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่นี่ นายกล้าหาญที่สุด นายถามแทนทุกคนหน่อยเถอะ สำนักหมิงเซียนจะทำอะไร”
ต้องการจะให้พวกเขาเข้าร่วมสำนักหมิงเซียน ต้องให้พวกเขาเข้าใจด้วยว่าสำนักหมิงเซียนเป็นสำนักประเภทใด
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายมีหนวดก็ตอบว่า “ตกลง”
จริง ๆ แล้วบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่บ้านแล้วจ้าวกังนั้น ย่าเหยียนเคยได้ยินแล้ว สายตาของเธอมองไปที่จ้าวกังอย่างเมินเฉย
จ้าวกังเองก็มองหน้าของย่าเหยียบและสบตากันอย่างเงียบ ๆ “เจ้าสำนักเหยียน คุณควรอธิบายสำนักหมิงเซียนซักหน่อยไหมครับ?”
เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ
ย่าเหยียนหันไปมองที่อาจั้นและพูดอย่างใจเย็นว่า “อาจั้น อธิบายสำนักถึงหมิงเซียนให้ละเอียด”
เมื่อได้ยินดังนั้น อาจั้นก็ตอบโดยทันทีว่า “ขอรับ! เจ้าสำนักเหยียน!”