ตอนที่ 1952
บทที่ 2008 ทารุณสัตว์
October 21, 2026
มีคนกล้าที่จะแอบยิงธนูทำร้ายคนต่อหน้าต่อตานาง!
สายตาของย่าเหยียนมองไปรอบๆอย่างดุเดือด น้ำเสียงเยือกเย็นพูดว่า :“ใครกัน!ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
จะสู้ก็ออกมาสู้กันซึ่งๆหน้าสิ ทำหลบๆซ่อนๆ มันเรียกว่าขี้ขลาด!
สถานการณ์ตอนนั้นเงียบสงบไปสามวินาที ก็ยังไม่มีใครออกมา ย่าเหยียนทนไม่ได้ส่งเสียงเหอะออกมาหนึ่งคำ และพูดเยาะเย้ยว่า:“ทำไม?ไม่กล้าออกมาพบข้างั้นเหรอ?”
คิดว่าใช้การกระตุ้นเชิงรุกแล้ว แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับเงียบสงบไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
สิ่งที่ย่าเหยียนไม่รู้ก็คือ ตอนที่เซียวหมิงชิวเห็นมีดเสียบเข้าไปที่ร่างกายของอาจั้น นางก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
ในตอนนี้ เซียวหมิงชิวอยู่ที่ห้องทางฝั่งตะวันตกของศาลาคุนหวู่ กำลังรายงานผลงานที่นางทำให้เซียวเฉวียนรับรู้
ใช้คำพูดเพียงสี่คำในการรายงาน นั่นก็คืองานใหญ่สำเร็จแล้ว!
เมื่อรู้ว่าม่านกั้นที่เซียวหมิงชิวสร้างขึ้นแม้แต่ย่าเหยียนก็ไม่สามารถทำลายได้ เซียวเฉวียนก็รู้แล้วว่านางสามารถฆ่าอาจั้นได้สำเร็จ ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว
แต่เซียวหมิงชิวยังเป็นเด็ก ต้องการได้รับคำชื่นชม เซียวเฉวียนพูดทันทีว่า:“หมิงชิวทำได้ดีมาก!”
ชื่นชมก็ส่วนชื่นชม แต่ครั้งนี้ออกไปจากพระราชวังโดยไม่บอกใครเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เซียวเฉวียนพูดว่า :“หลังจากนี้ห้ามทำอย่างนี้อีกนะ”
โชคดีตอนที่นางออกไป ตอนนั้นเห็นย่าเหยียนอยู่ที่หน้าประตูของจวนเซียว ไม่ได้เข้าไปต่อสู้กับย่าเหยียนในทันที แต่เอาเรื่องนี้มาบอกกับเซียวเฉวียนก่อน
มิฉะนั้น ถ้านางเขาไปต่อสู้กับย่าเหยียนในทันที ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่อาจคาดเดาได้
เซียวเฉวียนยังไม่วางใจที่จะให้เซียวหมิงชิวไปต่อสู้กับย่าเหยียนเพียงลำพังคนเดียว
เซียวหมิงชิวทำปากจู๋และพูดว่า:“รู้แล้ว ท่านพ่อ!”
นางรู้ว่าเซียวเฉวียนยังพูดไม่จบ คำพูดเหล่านี้ นางฟังมาหลายรอบแล้ว นางจดจำคำพูดของเซียวเฉวียนได้ขึ้นใจ ถึงไม่ได้ไปต่อสู้กับย่าเหยียนเพียงลำพัง แต่เซียวเฉวียนก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
จะโทษเซียวเฉวียนก็ไม่ได้ ในฐานะพ่อ เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของลูก มันก็เป็นเรื่องธรรมดา
ในโลกใบนี้ พ่อแม่ทุกคนย่อมเป็นห่วงกังวลต่อลูกของตัวเองทั้งนั้น
คำพูดที่เซียวเฉวียนกำชับสั่งสอน เซียวหมิงชิวฟังมากมายหลายครั้งแล้ว สถานการณ์นี้ไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว และไม่มีทางหลบหนีได้
นางทำท่าทางน่ารักและพูดว่า :“ท่านพ่อพูดถูก งั้นหมิงชิวกลับไปแล้วนะ”
พูดจบ นางก็หันหลังกลับไป เตรียมพร้อมที่จะหายตัวออกไปจากห้องทางฝั่งตะวันตก
เซียวเฉวียนรู้ดีว่าเซียวหมิงชิวไม่อยากจะฟังเขาสั่งสอนอีกแล้ว
แต่เด็กลืมง่าย สิ่งที่ควรพูดก็ต้องพูด ถ้าไม่คอยเตือนนางตลอดเวลา เกิดวันไหนนางดีใจจนหลงลืมไป แล้วไปเผชิญหน้าต่อสู้กับย่าเหยียน ก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
เซียวเฉวียนจ้องมองเงาด้านหลังของนาง พูดกำชับว่า :“ห้ามไปต่อสู้กับย่าเหยียนนะ จำไว้ให้ดี”
เด็กคนนี้มีความสามารถมาก ทำให้คนเป็นพ่ออย่างเซียวเฉวียนกลุ้มใจอย่างมาก
เซียวหมิงชิวพูดว่า :“ท่านพ่อวางใจได้ หมิงชิวเชื่อฟังท่านพ่อ!”
ถ้ายังไม่ไป ไม่รู้ว่าเซียวเฉวียนจะพูดอะไรอีก ดังนั้น เซียวหมิงชิวพูดจบก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เซียวเฉวียนมองออกไปทางประตู อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ให้เซียวหมิงชิวฆ่าอาจั้น ที่จริงแล้วเซียวเฉวียนกังวลว่าเพราะเรื่องนี้ย่าเหยียนจะยิ่งจับจ้องจวนเซียวมากยิ่งขึ้นไม่ยอมปล่อย
ในเมื่อเรื่องฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นที่หน้าประตูจวนเซียว และย่าเหยียนก็ยังเห็นว่ามีม่านกั้นคอยปกป้องคุ้มครองจวนเซียวไว้ นางไม่สามารถทำลายได้
ถ้าสลับกันว่าเซียวเฉวียนเป็นย่าเหยียน ก็จะรู้สึกว่าเซียวเฉวียนคนนี้ร่วมมือกับคนที่เก่งกาจ เพื่อตอบโต้นาง
และอาจั้นเป็นผู้ช่วยที่เก่งกาจของย่าเหยียนที่นางฝึกฝนเขามา ถูกคนฆ่าอย่างนี้แล้ว ความแค้นนี้นางคงจะโทษว่าเซียวเฉวียนเป็นคนทำ
หรือจะพูดอีกอย่างว่า อาจจะเป็นไปได้อย่างมากว่าย่าเหยียนจะยังไม่ไปจากเมืองหลวง
หรือว่า นางยังรู้สึกว่าเซียวเฉวียนยังแอบซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซียวเฉวียนคงไม่สามารถอยู่ที่ศาลาคุนหวู่ได้อีกแล้ว
เป็นจริงดังคำพูดนั้นที่ว่า เรื่องที่ดีกลับไม่เกิดขึ้นจริงแต่เรื่องไม่ดีกลับเกิดขึ้นจริง อี้กุยเจ้ามันปากเสียจริงๆ
ด้วยประสบการณ์และความฉลาดของย่าเหยียนแล้ว เซียวเฉวียนเชื่อว่าอีกไม่นาน นางก็จะคิดได้ว่าอี้กุยมาที่นี่