ตอนที่ 2020
บทที่ 2080 ป่าลึกลับ
October 21, 2026
พวกเขาหาได้พูดกันเสียงดังไม่ หากแต่เสวียนอวี๋มีประสาทหูที่ยอดเยี่ยม ทุกคำพูดจึงลอยเข้าหูของเสวียนอวี๋ในทันที
เห็นได้ชัดว่าวันนี้คนเหล่านี้ยังคงพยายามเข้ามาก่อเรื่องอีก
นับว่าใจกล้ายิ่งนัก ที่คิดมาก่อความวุ่นวายในเขตแดนของเซียวเฉวียน?
เช่นนั้นก็ควรจะมาถามความเห็นของเสวียนอวี๋เสียก่อนว่าเขาอนุญาตหรือไม่!
นัยน์ตาของเสวียนอวี๋พลันฉายความเย็นชาออกมาในทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า "คุณชายอี้ เจ้ารออยู่ที่นี่ข้าจักลงไปจัดการกับพวกมัน"
อี้กุยพลันหันหน้ากลับมาในทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีงุนงงว่า “เจ้าได้ยินสิ่งที่พวกเขางั้นหรือ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนสั่งการ?”
หากรู้ละก็ เจ้ารีบบอกข้ามาเร็วๆ เข้า ข้าจักได้ส่งคนไปจัดการพวกมัน เจ้าหาได้ต้องออกโรงไปจัดการพวกมันไม่
เจ้าคนเหล่านั้นกระทำการสกปรกลับหลังพวกเขาสองคน มิต่างอะไรกับหนูโสโครกตามรางน้ำข้างถนน มิมีหน้ามีตากล้ามองผู้ใด
คนพวกนี้หาได้มีความสามารถแข็งแกร่งอันใดมากนัก
นั่นเป็นเพราะพวกเขามิแข็งแกร่งอันใดมาก ถึงกล้ามาทำเรื่องเช่นนี้
ช่างเป็นวงจรอุบาทที่มิมีวันสิ้นสุดเสียจริง
ฉะนั้นแล้ว อี้กุยหาได้เกรงกลัวไม่ว่าผู้ที่อยู่ในเบื้องหลังเรื่องนี้จักเป็นผู้ใด
หากกล่าวกันตามจริง ถึงแม้ว่าผู้ที่ผู้อยู่เบื้องหลังจักมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมาก็ตาม หากเขากล้ามาก่อเรื่องในถิ่นของเซียวเฉวียนเช่นนี้ อี้กุยก็มิยอมปล่อยเขาไปเช่นกัน!
ว่ากันง่าย ๆ ก็คือ มิว่ามันผู้นั้นจักเป็นใคร ขอเพียงแค่กล้ามาล้ำเส้นของอี้กุยละก็ อี้กุยจักทำให้พวกมันต้องชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
อี้กุยที่โลดแล่นอยู่ในวงการการค้าขายมานานเช่นนี้ เขาที่สามารถก่อร่างสร้างตัวการค้าของตระกูลอี้ขึ้นมาภายใต้จมูกของเว่ยเชียนชิวได้นั้น ทั้งยังสามารถทำให้การค้าของตระกูลอี้ใหญ่โตขึ้นมาเช่นนี้ได้ เขาจักมิมีเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายอันใดงั้นหรือ!
เจ้าพวกมิรู้จักรักตัวกลัวตายเช่นนี้ กล้ามาก่อเรื่องวุ่นวายในถิ่นของเซียวเฉวียนได้ หากอี้กุยมิทำการสังหารพวกมันละก็ อย่ามาเรียกเขาว่าคนของตระกูลอี้เลย!
เสวียนอวี๋พลางเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาว่า "ข้าได้ยินพวกมันพูดออกมาอย่างชัดเจน แต่ข้ามิได้ยินพวกกล่าวว่าใครเป็นผู้สั่งการ"
พูดให้ถูกก็คือ แม้แต่พวกมันเองก็มิรู้ว่าผู้ใดเป็นผู้สั่งการเช่นกัน
เนื่องจากด้านหน้าหอปี๋เซิ่งมีผู้คนอยู่มากมายนัก เสวียนอวี๋รู้จากเสียงของสองคนในกลุ่มนั้นว่า เป็นบุรุษที่สวมใส่หน้ากากและอาภรณ์สีดำเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายระมัดระวังและซ่อนตัวเองเป็นอย่างดี
อี้กุยได้แต่เอ่ยออกมาด้วยท่าทีโมโหว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สังหารพวกที่ก่อเรื่องทั้งหมดก็มิอาจดึงตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ออกมาได้น่ะสิ "
หากมิอาจลากตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังออกมาได้นั้น อี้กุยคงมิอาจกลืนความขมขืนนี้ลงคอได้!
อี้กุยพลางมองไปที่เสวียนอวี๋ด้วยท่าทีไม่เต็มใจว่า "เสวียนอวี๋ เจ้าลองไปสืบหาให้ดีเสีย ดูเสียว่าพวกเราจักสามารถลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ออกมาได้หรือไม่?"
หากออกไปแก้แค้นคนกลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงได้
พวกเขาเองก็เป็นเพียงผู้ที่ถูกผู้อื่นยืมมือมาใช่เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ยามที่เมื่อคืนพวกมันมาก่อความวุ่นวายในหอปี๋เซิ่ง หากทางหอปี๋เซิ่งมิสามารถหาหลักฐานออกมาและออกไปจัดการกับพวกเขาแล้วไซร้ รังแต่จะเป็นการทำลายชื่อเสียงของหอปี๋เซิ่งและจวนตระกูลเซียวไปเสียเปล่า
เสวียนอวี๋เพียงกวาดสายตามองอี้กุยเบา ๆ พลางคิดกับตนเองภายในใจว่า อี้กุยที่ติดตามเซียวเฉวียนมานาน เหตุใดขาถึงมิเรียนรึความหน้าหนาจากเซียวเฉวียนมาบ้างเล่า?
ในสายตาของเซียวเฉวียนนั้น ชื่อเสียงหาได้เอามากินได้ไม่ ทั้งยังมิอาจใช้หาเงินหาทองได้อีกด้วย แค่นี้นับว่าเป็นอันใดได้?
หากเซียวเฉวียนใส่ใจในชื่อเสียงของตนเองมากนัก เซียวเฉวียนคงมิอาจอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
เช่นคำเรียกขานที่เอ่ยว่าคนไร้ประโยชน์ ลูกเขยภาระ เจ้าคนขี้ขลาด คนจน หาได้มีคำเอ่ยเรียกเซียวเฉวียนดี ๆ ไม่?
ในยามนั้น ไม่ว่าผู้ใดเอ่ยเรียกเซียวเฉวียนต่างก็ต้องด่าทอ หัวเราะเยาะเย้ยเขาเสียสองสามคำ
ผู้อื่นหาได้มองว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งไม่
เซียวเฉวียนมิสนใจเสียด้วยซ้ำว่าชื่อเสียงคือสิ่งใด
หากเซียวเฉวียนสนใจในชื่อเสียงของตนเองจริง ๆ แล้วละก็ เขาคงสิ้นใจตายไปหลายร้อยครั้งแล้ว
ดูเหมือนว่าหลายชายคนโตของเซียวเฉวียน หาได้รู้ใจเซียวเฉวียนเฉกเช่นที่เสวียนอวี๋เข้าใจไม่
เสวียนอวี๋พลางกล่าวว่า "มิจำเป็น มาสั่งสอนคนพวกนี้ก่อนจักดีกว่า”
เมื่อมีเรื่องย่อมมีอีกเรื่องหนึ่งเข้ามา
ถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จักถูกผู้อื่นยืมมือมาแล้วอย่างไร เช่นนั้นเขาต้องเต็มใจเป็นมือให้ผู้อื่นยืมไปด้วยหรือ?
เมื่อชำเลืองมองดูหน้าค่าตาของพวกเขานั้น ต่างก็รู้ได้ในทันทีว่า หากวันนี้หอปี๋เซิ่งยังเปิดทำการแล้วไซร้ พวกมันย่อมมารอกินของฟรีอีกแน่นอน