ตอนที่ 28
บทที่ 28 มู่ไป๋ปรากฏตัวครั้งแรก
October 21, 2026
หนุ่มวัยรุ่นคนนี้ยังสูงไม่เท่าไหล่ของเซียวเฉวียน แต่อายุน้อยๆ นิสัยกราดเกรี้ยวมาก
เซียวเฉวียนไม่สนใจว่าคนกลุ่มนี้เขาจะตอแยได้หรือไม่ แต่ถ้าเขาไม่ช่วย คนที่ฟุบอยู่ที่พื้นอาจจะถูกทำร้ายจนตายได้
เห็นคนกำลังจะตายไม่ช่วย จิตใจเกินร้ายเพราะไร้ความเมตตา
เซียวเฉวียนพูดต่อนายน้อยผู้สูงศักด์หน้าโหดคนนี้ว่า
“ข้าฯ เซียวเพิ่งมาถึงเมืองหลวงเป็นครั้งแรก ยังไม่รู้คำว่ากลัวนั้นเขียนอย่างไร"
อะฮ้า โอหังมาก
นายน้อยคิดว่าหูของเขาน่าจะมีอะไรผิดปกติ เขากระทืบ เผยท่าทีดุดันที่ตีคนเมื่อตะกี้อีก "พี่น้อง เราลุยกันเลย!"
พูดปั๊บ นอกจากคนอื่นๆ แล้ว มีเพียงนายน้อยผู้สูงศักดิ์คนนี้ยกมือขึ้นอย่างสัตย์ซื่ออยู่คนเดียว
”ไม่ได้! เขาคือเซียวเจี่ยเหยียน!” เพื่อนตัวเล็กทนไม่ได้อีกต่อไปจึงตะโกนเสียงดัง
นายน้อยผู้สูงศักดิ์คนนั้นตกใจ ลูกตาของเขาแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ใครในเมืองหลวงปัจจุบันนี้ไม่รู้จักเซียวเฉวียน?
แต่มือยกขึ้นมาแล้ว ทำไงดี?
นายน้อยผู้นี้ไหวพริบดี สีหน้าของเขาพลิกเปลี่ยนไปหลายตลบในทันที
มือที่ยกขึ้นหยุดกลางอากาศ เคลื่อนลงแตะบนแขนเสื้อของเซียวเฉวียนอย่างแผ่วเบา หน้าอันกราดเกรี้ยวเมื่อตะกี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้วพูดว่า "ฉันเห็นว่ามีฝุ่นเกาะอยู่บนเสื้อผ้าของท่าน เลยมาปัดเช็ดให้ เช็ด เฮ้ เช็ด" เอาละท่านเซียวเจี่ยเหยียนพอใจหรือยังครับ”
เมื่อสักครู่เซียวเฉวียนยังกังขาอยู่ว่าหากเขาเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัว เขาอาจจะไม่ได้รับผลดีอะไร ในเมื่อคนพวกนี้รู้กาลเทศะดี ถือว่าเยี่ยมยอดแล้ว
ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนี้จะขี้ขลาดตาขาว เขาจึงคิดวางใจได้แล้ว
”ขอคารวะท่านเซียวเจี่ยเหยียน” พวกของนายน้อยสูงศักดิ์ทั้งหลายได้ทำความเคารพต่อเซียวเฉวียนพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงความเป็นมิตร
เซียวเฉวียนไม่ตอบ พวกของนายน้อยไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นในเวลานี้ ถ้าพฤติกรรมชั่วร้ายของพวกเขารู้ถึงหูของทางบ้านขุนนาง กลัวว่าจะนำความเดือดร้อนมาสู่บิดาซึ่งก็เป็นขุนนางได้
นายน้อยทั้งหลายนี้มักทำตัวเป็นนักเล็งอาละวาดต่อหน้าคนทั่วไป พอเห็นเจ้าหน้าที่ในศาลเข้าก็เกิดความหวาดกลัว ดูๆ แล้วก็เป็นได้แต่พวกชอบรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวของแข็งมากกว่า
”ไปตีเขาทำไม?” เซียวเฉวียนทำหน้าเย็นชา
"แค่......ไม่ชอบขี้หน้า......" พวกวัยรุ่นก้มหน้าบ่นพึมพำ
ไม่ชอบหน้าก็ตีเขาได้หรือ? กำเริบเสิบสานมากไปแล้ว!
"เอาเงินมา!"
เซียวเฉวียนพูดอย่างเย็นชา นายน้อยหลายคนตกใจ
”ทุบตีเขาถึงขนาดนั้น ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้เขาหรือ?”
พวกเจ้าชายน้อยแห่งตระกูลขุนนางมองตากันและกัน และนายน้อยหัวหน้านักเล็งคนหนึ่งก็หยิบเงินออกมาหนึ่งตำลึงอย่างไม่เต็มใจและโยนมันลงที่พื้น
เงินตกลงที่พื้นตามแรง เซียวเฉวียนนเลิกคิ้วขึ้น "นายกล้าโยนฮึ?"
นายน้อยนั่นสะดุ้งตกใจ รีบหยิบมันขึ้นมาและส่งให้เซียวเฉวียนด้วยความความเคารพนอบน้อม
"อืม? " เซียวเฉวียนพึมพำ นายน้อยผงะ จึงกัดฟันและยื่นให้เขาอีกหนึ่งตำลึงด้วยความปวดใจ
"พอแล้ว......" ชายที่ฟุบอยู่บนพื้นเอ่ยอย่างอ่อนแรง ดูจากลักษณะแล้ว คนคนนี้ไม่ใช่คนโลภ
เซียวเฉวียนยกคางขึ้นเล็กน้อย ดูยังไม่พอใจ เจ้าชายน้อยนั่นเม้มปาก วางกระเป๋าเงินอันหนักหน่วงไว้ในมือของเซียวเฉวียนและร้องไห้กล่าวว่า "ให้เขาไปหมดเลย พอใจหรือยัง! พวกเราไปกันเถอะ!"
เงินไม่ได้ทำให้เจ้าชายน้อยรู้สึกทุกข์ใจมากนัก แต่ถูกเซียวเฉวียนหักหน้าต่อที่สาธารณะ ทำให้ศักดิ์ศรีของวัยรุ่นถูกทำลายเสียหมดสิ้น
เขากระทืบเท้าเดินจากไป ในเมื่อเขาให้เงินมาเพียงพอแล้ว เซียวเฉวียนจึงไม่คิดไปตอแยอะไรกับเขา จึงปล่อยมือที่รั้งตัวเขาไป
วัยรุ่นกลุ่มนั้นวิ่งหนีอย่างทุลักทุเล ชายที่อยู่บนพื้นก็ลุกขึ้น "ขอบคุณครับท่าน......"
ชายคนนั้นลุกขึ้นนั่งตัวสั่นเทา จมูกและตาเขาบวมเขียว หน้าผากฟกช้ำคิ้วแตก แทบจะจำใบหน้าเดิมของเขาไม่ได้