ตอนที่ 309
บทที่ 309 นิสัยของู้อารักขา
October 21, 2026
น้ำเสียงที่ฟังดูใจร้ายเอาแต่ใจของฉินซูโหรว อย่าว่าแต่ผู้ชายทนไม่ได้เลย แม้แต่ภาพวาดก็พาอารมณ์ฉุนเฉียวไปตาม ๆ กัน
เสียงคำรามของสัตว์ป่าในภาพวาดนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ไป๋ฉีร้อนใจมาก กระทั่งมีแสงหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในสมองของไป๋ฉี “คุณหนูฉิน ในเมื่อท่านอยากได้ภาพวาดชิ้นนี้ เช่นนั้นข้าจะไปส่งให้ท่านที่จวนฉินเอง”
แม้จะฟังดูเหมือนเจรจา แต่น้ำเสียงของไป๋ฉีกลับเด็ดเดี่ยวมาก ประมาณว่า ‘ท่านต้องเชื่อฟังข้า ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ภาพนี้’
ฉินซูโหรวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก็ได้ ผู้อารักขาของเซียวเฉวียนกล้าเหยียบจมูกของนาง!
อาเซียงเข้าใจนิสัยของคุณหนูฉินซูโหรวดี ที่คุณหนูมาวันนี้ก็เพราะสามีอยากเข้าร่วมการประลองยุทธ์เลือกคู่ คุณหนูจึงโกรธฉุนเฉียว และพยายามสร้างความลำบากใจให้เซียวเฉวียน
“คุณหนู...เชื่อฟังเขาเถอะ เราอย่าทำร้ายไป๋ฉีเลยนะเจ้าคะ”
อาเซียงพยายามโน้มน้าว ไม่หัวรั้นไม่ใช่ฉินซูโหรว เป็นแค่ผู้อารักขาแต่กล้าขู่นาง นางจึงตวาดเสียงดัง “ไป๋ฉี!เจ้าลองไตร่ตรองดูดี ๆ ! บัดนี้ข้ากำลังตั้งครรภ์ ถ้าเจ้าไม่ยกภาพวาดรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิแห่งเขาคุนหลุนให้ข้า เกิดข้าโกรธขึ้นมา กระทบถึงลูกในท้อง! เจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม!”
ทันที่ฉินซูโหรวโพล่งออกไป ทุกคนก็พากันตื่นตระหนก
ฉินซูโหรวกำลังตั้งครรภ์?
ทุกคนคิดว่าที่เซียวเฉวียนไม่เคยแตกต้องฉินซูโหรวแม้แต่ปลายก้อย!
แต่ตอนนี้.....
ฉินซูโหรวกำลังตั้งครรภ์?
เซียวเฉวียนและฉินซูโหรวเป็นสามีภรรยากัน แต่เซียวเฉวียนยังจะลงประลองอีก!
เซียวเฉวียนผู้นั้นไร้ยางอายสิ้นดี!
ทุกคนต่างชี้มือชี้ไม่ ด่าเซียวเฉวียน เรื่องนี้ทำให้ฉินซูโหรวยิ่งลำพองใจ เป้าหมายของนางบรรลุแล้ว
ทุกคนไม่รู้ ที่เซียวเฉวียนลงประลองยุทธ์เลือกคู่นั้นเพราะเป็นภารกิจที่ฮ่องเต้ทรงรับสั่ง
ไป๋ฉีบอกเรื่องภารกิจไม่ได้ นัยน์ตาเขาเย็นเยียบ ตั้งครรภ์?
ฉินซูโหรวกล้าพูดเรื่องที่ตัวเองตั้งครรภ์?
แต่ไป๋ฉียังคงเย็นชา ไม่ได้อ่อนโยนลงแต่อย่างใด “ข้านำภาพวาดไปส่งให้ท่านที่จวนฉิน หรือไม่ข้าจะถือไว้เอง”
เหล่าผู้อารักขาพากันส่งเสียงชูว์
เวลานี้เหล่าผู้อารักขากลับตระหนักได้ แม้ว่าพวกเขาและไป๋ฉีจะเป็นผู้อารักขาเหมือนกัน แต่กลับแตกต่างกันมาก!
เขากล้าต่อรองกับภรรยาของผู้เป็นนาย!
นัยน์ตาของไป๋ฉียังคงเด็ดเดี่ยว แต่ในใจของฉินซูโหรวกลับกระวนกระวายกระทั่งมองอย่างอึ้งงัน ไป๋ฉีหมายความว่าอย่างไร ขนาดนางกำลังตั้งครรภ์ก็ไม่มีความหมาย หรือว่าเซียวเฉวียนรู้อะไรมา?
ฉินซูโหรวขาดความเชื่อมั่นกระทั่งรู้สึกเหมือนตัวเองเหยียบอยู่บนดอกฝ้าย ทุกคนต่างเบิกตากว้าง ไป๋ฉีดันพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด นางจะจบได้อย่างไร?
นัยน์ตาของฉินซูโหรวกอ่อนโยนลง และยอมอ่อนข้อลง “เหอะ!คุณหนูอย่างข้าจะให้โอกาสเจ้าก็ได้! เจ้าไปส่งภาพวาดนั้นที่จยวนฉินให้ข้าด้วยล่ะกัน!”
ฉินซูโหรวทำตัวหยิ่งยโส คนอื่นชินแล้ว ผู้เป็นนายไม่ว่าตระกูลไหนก็เป็นเช่นนี้เสมอ
แต่ไป๋ฉีทำได้แค่พยักหยักหน้าเบา ๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีประจบสอพลอแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกับแสดงท่าทีเคารพต่อภาพวาดรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิแห่งเขาคุนหลุนด้วยซ้ำ
สัญชาตญาณของผู้อารักขา สะท้อนให้เห็นจากตัวของไป๋ฉีแล้ว ของของผู้เป็นนายย่อมควรค่าแก่การเคารพยิ่งกว่าคนอื่น
เวลานี้ ผู้คนนอกลานประลองเหลือเซียวเฉวียนคนเดียว แม้แต่ไป๋ฉียังถูกฉินซูโหรวลากตัวไป
ในลานประลอง กลิ่นอายแห่งจิตสังหารแผ่ขยาย
“สู้!”
“สู้!”
“บุก!”
“บุก!”
ลานประลองในราชสำนักเป็นลานประลองที่ใหญ่ที่สุด
สามารถประลองได้ทั้งยี่สิบแปดคนพร้อมกัน นอกจาเว่ยชิงที่ได้รับความสนใจจนติดหนึ่งในสามอันดับแรก เซียวเฉวียนก็เป็นอีกคนที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน
นอกเหนือจากเหตุผลในการเดิมพันแล้ว ก็ยังมีสาเหตุมาจากที่ตระกูลฉินเป็นตระกูลใหญ่โต แต่กลับไม่มีใครในตระกูลฉินลงประลองสักคน พอลูกเขนของตระกูลลงประลอง ทุกคนจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ
กลุ่มเล็กประลองกับร้อยกลุ่ม กลุ่มแล้วกลุ่มเล่า คนที่ยังไม่ประลองจะต้องคอยดูอยู่ข้างสนาม