ตอนที่ 393
บทที่ 394 เปลวไฟแรก
October 21, 2026
ในวันแรกเมื่อทุกคนมาถึงเกาะจูเซิน พวกเขาล้มลงและร้องไห้อยู่กับพื้น
กลับกัน เซียวเฉวียนที่เดินทางมาถึงเกาะ เขาเดินบนชายหาดเพื่อเก็บก้อนหินด้วยความตั้งใจเป็นอย่างมาก
ปกติอาชญากรในสมัยโบราณ พวกเขาขาดการติดต่อกับโลกภายนอก และไม่ได้มีความรู้มากนัก
แต่เซียวเฉวียนนั้นแตกต่างออกไป เซียวเฉวียนมาจากยุคปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ความรู้ที่เขาพกติดตัวมากจากยุคปัจจุบัน ทำให้เขาสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆได้
ในสมัยโบราณ มีหินชนิดหนึ่งเรียกว่าหินเหล็กไฟ ซึ่งเป็นแร่ควอทซ์ที่มีประโยชน์หลายอย่าง
ในสมัยโบราณ มักนำไปทำเครื่องมือเครื่องใช้เช่น มีดและหอก
คนที่อยู่ในป่า มักใช้หินชนิดนี้เพื่อสร้างประกายไฟในการจุดไฟ
หากต้องอยู่ในป่า การรู้วิธีหาหินเหล็กไฟนั้นมีประโยชน์มาก และการจำแนกหินชนิดนี้ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
หินเหล็กไฟส่วนใหญ่เป็นสีดำหรือสีเทาเข้ม อยู่ตามชายฝั่ง ก้นแม่น้ำ หรือบริเวณที่เป็นหินทราย
หินเหล็กไฟที่พบได้ทั่วไปจะมีความหนาแน่นและแข็ง แต่จะแตกหักเป็นรูปทรงเปลือกหอยหลังจากถูกบดขยี้
นอกจากนี้ ต้องแน่ใจว่าหินแห้งสนิท เนื่องจากหินที่เปียกมีโอกาสเกิดประกายไฟน้อยกว่า
เกาะจูเซินนั้นอยู่ใกล้ทะเลและชายฝั่งก็เต็มไปด้วยหินเหล็กไฟ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาพบ
เซียวเฉวียนดูสงบเป็นอย่างมาก เขาโน้มตัวก้มหาหินบนชายหาดท่ามกลางแสงแดด
“นี้! เจ้าโง่! เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
พวกเขาทุกคนที่อยู่บนเกาะจูเซินต้องรวมตัวกันเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถอยู่รอดบนเกาะแห่งนี้ได้
เกาะจูเซินถูกปกคลุมไปด้วยป่าไม้อย่างหนาแน่นและมีสัตว์ป่ามากมาย หากเดินสำรวจป่าแต่เพียงผู้เดียว อาจถูกสัตว์ป่าฆ่าตายยก่อนก็เป็นได้
ตอนนี้เซียวเฉวียนโดดเดี่ยว ไม่สามารถเกาะกลุ่มกับพวกเขาได้ หากต้องการเข้าร่วมกับเขา ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาเป็นพี่ใหญ่
ทำให้เซียวเฉวียนเพิกเฉยต่อพวกเขา
พวกเขาทำตัวเหมือนกับคนป่าเถื่อน เพื่อที่จะกินซาลาเปาถึงกับโยนคบเพลิงทิ้ง
เซียวเฉวียนคนที่มีไอคิวสูงกว่า ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพวกเขา
เขาก้มลงค้นหาหินเหล็กไปอย่างขมักเขม้น วันนี้เขาต้องพบหินนั่น
ชายฝั่งถูกปกคลุมไปด้วยหินขนาดเล็กและใหญ่ที่มีสีสันแตกต่างกันไป เซียวเฉวียนกำลังมองหาหินที่มีลักษณะดังนี้:"สีเทา สีดำ ผิวแตกเป็นรูปเปลือกหอย"
“พี่ใหญ่ ดูสิว่าเขาทำตัวแปลกแค่ไหน นี้เขาจะกลายเป็นคนบ้าแล้วอย่างนั้นหรือ?"
พวกเขาที่อยู่บนเกาะจูเซินทั้งสิบแปดคน เรียกตัวเองว่าสิบแปดอรหันต์
ชายที่ยืนอยู่ห่างไกลออกไป เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน สุขุม ดูไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก นั้นคือหัวหน้าของเขา ชื่อเว่ยไป๋
เว่ยไป๋อายุประมาณสามสิบถึงสี่สิบปี มีความรู้ในการเขียนและมีทักษะศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
เขาอยู่บนเกาะจูเซินมาเกือบสิบสองปีแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขาถูกเนรเทศมาที่นี่ตั้งแต่อายุยังน้อย
เว่ยไป๋เป็นคนเงียบๆ แต่เนื่องจากความสามารถที่แข็งแกร่งของเขา เขาจึงได้รับความไว้วางใจจากทุกคนบนเกาะจูเซินอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นผู้นำของพวกเขา
หลายคนมาที่เกาะจูเซิน และเสียชีวิตจำนวนมาก
เว่ยไป๋อาศัยอยู่ที่นี่มาสิบสองปี แต่เขารอดชีวิตมาได้ จนกระทั่งตอนนี้เขามีพี่น้องอีกสิบเจ็ดคน
ไม่มีใครรู้อดีตของเว่ยไป๋ แม้ทุกคนจะเคยสนทนากับเขาแต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลหรือเป็นบัณฑิตที่มีอนาคตไกลมาก่อน แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ใช่แค่คนธรรมดา
ไม่มีใครอยากรู้อะดีตของเว่ยไป๋ เพราะยังไงเขาก็ต้องติดอยู่มี่เกาะจูเซิน ไม่สามารถออกไปได้ การรู้อดีตจะมีประโยชน์อะไร มีแต่เพิ่มพูนความเศร้าโศกให้เท่านั้น
บนเกาะจูเซิน สิ่งเดียวที่ควรใส่ใจคือการมีชีวิตรอด
แค่มีชีวิตรอด
เมื่อเซียวเฉวียนมาถึง เขาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย หรือทำตัวเหมือนคนจะตาย เขาเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและจิตวิญญาณอันสูงส่ง
เว่ยไป๋ไม่เคยเห็นบุคคลเช่นนี้มาก่อน
แน่นอนว่าเว้ยไป๋ไม่มีทางที่จะรู้จักเซียวเฉวียน เพราะเขาถูกเนรเทศมาสิบสองปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเซียวเฉวียนถูกเนรเทศมาที่นี้ แสดงว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่างมาแน่นอน
คนที่ถูกเนรเทศมาเช่นนี้ จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา
กลุ่มทหารเอาแต่พูดว่าเซียวเฉวียนเหมือนข้าวอ่อน แต่เว่ยไป๋คิดว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นข้าวอ่อน