ตอนที่ 667
บทที่ 668 ซูโหรวกลับมา
October 21, 2026
ต้นหนึ่ง...
ในยามนี้ สายตาของพวกเซียวเฉวียนที่มองหญ้าอสุราแตกต่างออกไปแล้ว มันคือทรัพย์สมบัติเลยนะ!
ในที่สุดเซียวเฉวียนก็เข้าใจว่าเหตุใดต่งจัวถึงเอามากระทั่งดินด้วย
ต้องเป็นแบบนี้ ต้นอสุราเพียงต้นเดียวนี้ถึงสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้
เพียงแต่เซียวเฉวียนไม่เข้าใจอย่างมาก ต้นอสุรานั้นเติบโตอยู่ในพื้นที่กันดารหนาวเหน็บ ว่ากันตามเหตุผล พลังชีวิตของมันเองก็แกร่งกล้าอย่างมาก ไม่ต้องพูดว่าขึ้นอยู่เต็มภูเขาไปหมด อันนั้นก็ควรมีจำนวนไม่น้อย เหตุใดจึงมีเพียงต้นเดียวกันล่ะ?
“ตามที่คนท้องถิ่นว่า หลายปีก่อนหน้านี้ หญ้าอสุรานั้นจำนวนมากเหี่ยวแห้งตายไป” ต่งจัวแปลคำพูดของคนพื้นที่ทุรกันดารหนาวเหน็บนี้ออกมา “เดิมทีจำนวนของพวกมันก็จัดว่ามาก มาตอนหลังกลับเป็นของหายาก”
“หญ้าอสุรานี้มีพิษ ที่ร่วงโรยมันก็ร่วงโรยไป คนท้องที่เองก็รู้สึกยังไงก็ได้ เพราะว่าพวกเขาไม่ขาดวัวหรือแพะ และพวกมันไม่ต้องตายเพราะพลาดกินหญ้าอสุรา
“ด้วยเพราะหญ้าอสุรามีพิษร้ายแรง พวกเขาก็เลยไม่กล้าใช้แรงคนกำจัดมัน ดังนั้นต่อมาพวกหญ้าอสุราแห้งเหี่ยวตายไป ดังนั้นสำหรับคนท้องที่แล้วมันเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากเรื่องหนึ่ง”
ต่งจัวเล่าสถานการณ์ออกมาง่ายๆ ให้ฟัง ตอนนั้นเขายืนอยู่บนเนินเขาอันรกร้างแห่งนั้น หัวใจรู้สึกสะท้าน ครั้งนี้เกรงว่าจะต้องกลับมามือเปล่าแล้ว
มาตอนหลัง เขาใช้ทองจำนวนมาก จ้างคนท้องที่สิบกว่าคนเสาะหาทั้งกลางวันกลางคืนสิบวัน เมื่อเป็นเช่นนี้ถึงหาหญ้าอสุราได้ต้นหนึ่งในจุดมุมที่มืดทึบไม่สะดุดตา
ต่งจัวกับเถ๋าจี๋ดีใจจนแทบบ้า มาตอนหลังพวกเขาหาอีกห้าวัน คิดอยากจะหาต้นที่สอง ผลสุดท้ายกลับคว้าน้ำเหลว
ดังนั้นแล้ว ต่งจัวจึงมั่นใจว่า หญ้าอสุราที่เล็กผอมและแสนธรรมดาต้นนี้คือต้นสุดท้ายแล้ว
เดิมทีหญ้าอสุราต้นนี้จะตายแล้ว ใบของมันอยู่ในสภาพโรยราเต็มแก่ มาตอนหลังด้วยความช่วยเหลือจากชิงหลง ถึงได้ทำให้ต้นหญ้านี้รอดชีวิตมาได้
จนสุดท้าย เซียวเฉวียนถึงได้ฟังจุดสำคัญเข้า “เจ้าบอกว่าชิงหลงอยู่ด้วยกันกับพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“อืม เป็นเขาที่ส่งพวกเราไปซินเจียง และเป็นเขาที่ส่งพวกเรากลับมาขอรับ” ต่งจัวพยักหน้า เขาเอ่ยลำบากทุกข์ใจของชิงหลงที่จากไปโดยไม่ร่ำลาให้ฟัง
ชิงหลง เจ้าหมอนี่ เซียวเฉวียนตบๆ ท่อนขา เดิมทีชิงหลงยังช่วยเขาทำธุระมากมาย ต้องขอบคุณเขาให้ดีๆ จึงจะถูก
ในเวลานี้หากว่าชิงหลงได้ทราบว่า ต่งจัว ท่อนไม้ผู้นี้ถ่ายทอดคำพูดของเขาออกมาจนหมด เกรงว่าจะดีใจตายเป็นแน่ จะต้องพูดกับเซียวเฉวียนว่า ขอบใจทำซากอันใด! รีบๆ ทำลายผนึกจูเสินให้ข้าเสียก็พอแล้ว!
“เหมิงเอ้า เจ้ารับผิดชอบปลูกหญ้าอสุราให้ดีๆ ภารกิจสำคัญนี้ข้ามอบให้เจ้า”
“ขอรับ! นายท่าน!” เหมิงเอ้ารีบยืดทรวงอกเล็กๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิใจ นายท่านออกคำสั่ง เขาย่อมพร้อมไปปฏิบัติ
สีหน้าของเซียวเฉวียนหนักอึ้งเล็กน้อย หญ้าอสุราจำนวนมากตายไปสิ้น หรือว่าเป็นฝีมือของเว่ยเชียนชิวกัน?
การมีอยู่ของหญ้าอสุรานั้นเป็นสิ่งที่ท่านพ่อบอกกับเขา หากว่าคนตระกูลเซียวรู้การมีอยู่ของมัน เว่ยเชียนชิวจะรู้ก็ไม่แปลก
เอาละ จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ไม่รู้นำหน้าเซียวเฉวียนไปกี่ก้าวแล้ว
ดูท่าเขาต้องรีบชิงอาวุธปืนกับเถาวัลย์มันฝรั่งมาให้ได้เร็วที่สุดแล้ว เรื่องหนึ่งช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังรบ อีกเรื่องช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนเสบียง
การเดินทางไปซินเจียง คงจะต้องรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุดแล้ว
แผ่นป้ายผ่านทางซินเจียง ก็ต้องรีบคว้ามาให้ได้เร็วที่สุด
หลังจากทำลายผนึกจูเสินแล้ว เซียวเฉวียนจะต้องขอร้องให้ฮ่องเต้มอบป้ายผ่านทางให้เขาชิ้นหนึ่ง
ใช่ เขาต้องการ
เขาจำเป็นต้องได้สิทธิในการเดินทางเข้าออกเป็นอิสระระหว่างแคว้น ไม่อย่างนั้นก็จะลำบากมากไปแล้ว
หากว่าฮ่องเต้ไม่ยอมรับปาก เช่นนั้น เขา...เขา...
เซียวเฉวียนยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำอย่างไรดีก็พลันคิดขึ้นมาได้ว่า ฮ่องเต้ยังจะไม่ยอมรับปากได้อีกหรือ? เขาทำลายผนึกจูเสินแล้วก็ยิ่งสร้างผลงานใหญ่ เขายังเป็นราชครูฮ่องเต้ อาจารย์ก็เทียบเท่าพ่อเลยนะ
พ่อเจ้าขอของจากเจ้า เจ้าไม่ให้ หรือว่าเจ้าไม่กตัญญู?
คนโบราณสนใจเรื่องความกตัญญูที่สุด โดยเฉพาะฮ่องเต้ ยิ่งต้องแสดงตนให้เป็นแบบอย่าง
เซียวเฉวียนปรบมือ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าสถานะราชครูนี้ใช้ประโยชน์ได้ดีหน่อยจริง!
“ไปพักผ่อนเถอะ เตรียมตัวกินข้าว ไม่จำเป็นต้องรอข้า”
เซียวเฉวียนโบกมือ เขายังมีเรื่องราวมากมายต้องไปท ไม่อยกจะอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนผู้ชายฝูงใหญ่แล้ว
“นายท่าน?”
ตอนที่เซียวเฉวียนจากนั้น เหมิงเอ้าก็พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย “นายท่านเหตุใดจึงไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่เลย?”
“เฮ้อ จะให้ดีใจอย่างไรล่ะ?” โย่วควนส่ายหน้า “จวิ้นจู่ย้ายเข้าวังหลวงแล้ว เห็นว่าวันๆ อยากจะพบหน้ากับนายท่าน”