ตอนที่ 720
บทที่ 720 เงียบเป็นเป่าสาก
October 21, 2026
นี่คือสนามการต่อสู้ระหว่างไทเฮาและเซียวเฉวียน
หากมองในมุมเล็ก ๆ คือความแค้นส่วนตัวของไทเฮาและเซียวเฉวียน
หากมองในมุมกว้าง ๆ คือกำจัดขุนนางชั่วข้างกายฮ่องเต้
หากมองให้ลึกลงไป มันเป็นผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากการปะทะกันระหว่างความคิดสมัยใหม่กับความคิดโบราณ
หากมองให้ตื้นขึ้น เป็นเพราะเซียวเฉวียนผิดใจกับผู้อื่นมากเกินไป จักต้องตายสถานเดียว
ตอนนี้เซียวเฉวียนลามปามผู้สูงส่งกว่า กล้าใช้อาวุธของตัวเองในการคุมขังพระราชวัง การที่ไทเฮาจะฆ่าเขาก็มีเหตุผลมากพอ
เดิมทีการเข้าช่วยเหลือฮ่องเต้ของฉินเซิง เซียวเฉวียนไม่คิดที่จะเข้ามายุ่ง เขาอยากให้บทเรียนแก่ฮ่องเต้
ทว่าการตายของเฉาสิงจือ บทเรียนนี้ยังต้องดำเนินต่อไป เพียงแต่ต้องเปลี่ยนวิธีเท่านั้น
กองทัพตระกูลฉินได้รวมตัวอยู่ด้านพระราชวังนานแล้ว เพื่อช่วยฮ่องเต้ออกมา ฉินเซิงได้วางแผนมาเป็นเวลานาน
ในสายตาของคนนอก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ในพระราชวังเกิดอย่างกระทันหันเกินไป รวมทั้งขุนนางมากมายที่ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทุกคนต่างทำท่าทีฉงน
พวกเขารู้เพียงว่า ฮ่องเต้ทรงประชวรหนัก จากนั้นไทเฮาก็จะสังหารเซียวเฉวียน ทุกคนคิดเพียงว่าเซียวเฉวียนผู้เป็นราชครูปองร้ายต่อฝ่าบาท ดังนั้นไทเฮาจึงต้องการสังหารเซียวเฉวียน
สุดท้าย มีข่าวลือออกมาว่าไทเฮาและเซียวเฉวียนมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม
เช่นนั้นทุกคนจึงรู้เหตุผลที่ไทเฮาต้องสังหารปัญญาชนเหล่านั้น ก็เพื่อหาข้ออ้างในการสังหารเซียวเฉวียน
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องนี้มีมูลจริง ๆ เฉาสิงจือกลับต้องตายเพราะขอร้องให้เซียวเฉวียน
ครานี้ขุนนางต่างงุนงง ฮ่องเต้เอนเอียงไปทางเซียวเฉวียนมาตลอด แต่ที่ผ่านมาเฉาสิงจือไม่ใช่ผู้ที่มีความลำเอียงเลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่ามกลางขุนนางในราชสำนักของทุกฝ่าย ต่างรู้ว่าเฉาสิงจือเป็นคนที่ไม่เลวคนหนึ่ง แม้ว่าเขาเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ ทว่ากับเซียวเฉวียนแล้ว เฉาสิงจือก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้าเสมอ ไม่เคยลำเอียงหรือเข้าข้างเซียวเฉวียนเลย
วันนี้เขากลับยอมพูดเพื่อเซียวเฉวียน ถึงขั้นเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน เช่นนั้นไทเฮาจักสังหารเซียวเฉวียนด้วยเรื่องอันใด?
แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าสำหรับขุนนาง คือฉินเซิง
ฉินเซิงผู้นี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขุนนางจงรักภักดีและแม่ทัพที่เก่งกาจ ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม เมื่อก่อนแม่ฉินหรือฉินซูโหรว ซินเฟิงกระทำความผิด เขาก็ไม่เคยเข้าข้างแม้แต่น้อย
ตระกูลฉินทั้งสามรุ่นต่างมีจิตใจที่ซื่อสัตย์ต่อฝ่าบาทอย่างหาที่สุดมิได้ พูดคำไหนคำนั้น
ทว่าคนที่มีความซื่อตรงเช่นนี้ กลับรวมพลังกับเซียวเฉวียนในการจู่โจมพระราชวังงั้นหรือ?
ห๋า? เกิดสิ่งใดขึ้น?
สีหน้าเหล่าขุนนางแต่ละคนต่างงุนงง เซียวเฉวียนและฉินเซิงกำลังวางแผนแย่งชิงบัลลังก์งั้นหรือ?
หรือว่าเซียวเฉวียนและฉินเซิง จะช่วยท่านอ๋องสิบหกผู้ไร้นำ้ยาแย่งชิงบัลลังก์งั้นหรือ?
ดังนั้นไทเฮาจึงทำทุกวิถีทาง เพื่อสังหารเซียวเฉวียนงั้นรึ?
ทว่าหากเป็นเช่นนี้ เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เคยได้ยินข่าวไทเฮามีเรื่องกับตระกูลฉินเลยเล่า? คนสองคนสมรู้ร่วมคิด และฆ่าคนเพียงคนเดียวโดยไม่มีเหตุผล
เหล่าขุนนางต่างพากันรอเผือก พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
ได้ข่าวที่น่าตกใจว่าพระราชวังถูกภาพรุ่งอรุณฤดูใบไม้ผลิคุมขังไว้ กองทัพตระกูลฉินยังล้อมรอบอยู่นอกพระราชวัง ขุนนางแต่ละคนต่างกรูกันมา
เสด็จแม่ของพระองค์จะพลิกฟ้าแล้ว หากพวกเขาไม่รีบกรูกันมาดูภาพเหตุการณ์ จักรู้ได้อย่างไรว่าต่อไปควรทำสิ่งใด?
เสียงในหัวของคนเหล่านี้ที่งุนงงยิ่งกว่ากะไรดี เซียวเฉวียนต่างได้ยินทั้งหมด เขารู้สึกถึงเพียงเสียงหวึ่งๆ ข้างหู และความน่าขัน
เด็กกากอย่างเว่ยอวี๋ อย่าว่าแต่แย่งชิงบัลลังก์เลย แม้จะยกตำแหน่งฮ่องเต้ให้เขา เขาต้องวิ่งหนีแนบเป็นแน่
เห็นได้ชัดว่าขุนนางกลุ่มนี้ ไม่ได้รู้จักท่านอ๋องสิบหกที่ทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ เอาเสียเลย
ทว่าเซียวเฉวียนไม่อาจพูดสาเหตุในการล้อมโจมตีพระราชวังได้ เพราะว่าพูดไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ
มีเพียงฉินเซิงพูด ทุกคนจึงจะยอมเชื่อ
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นาๆ ขณะนั้นเองฉินเซิงที่ยังไม่ได้เข้าวังก็หันม้ากลับมา และมายังด้านหน้าเหล่าขุนนาง พร้อมพูดเสียงดังว่า “เรื่องในวันนี้! เกิดขึ้นมาด้วยเหตุผล! ในวังมีจอมมารร้าย ข้าผู้เป็นแม่ทัพรับคำสั่งให้ทำการห้อมล้อมปราบปราม! ใต้เท้าทุกคนโปรดอย่าได้คิดเลยเถิดไปเอง!”
“ถึงเวลา ฝ่าบาทจะทรงตรัสกับทุกท่านด้วยตัวเอง!”