ตอนที่ 748
บทที่ 748 ทำลายผนึกในวันพรุ่ง
October 21, 2026
พรุงนี้หรือ?
โย่วควนตะลึงงัน ความจริงอี้กุยก็ตกใจเช่นกัน นี่เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้เสียอีก
ทว่าในเมื่อนี่เป็นการตัดสินใจของฝ่าบาท เช่นนั้นก็นับว่าผ่านการพิจารณาที่ถี่ถ้วนดีแล้ว
เมื่อผนึกจูเสินถูกทำลาย ผู้อารักขาใต้หล้าก็จะได้รับอิสระภาพ และสงครามจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เซียวเฉวียนในฐานะตัวเอกของเรื่อง ทุกคนที่อยู่รอบด้านก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกโจมตี ดังนั้นคนในตระกูลเซียวเฉวียน รวมถึงเพื่อน ๆ จึงต้องรีบซ่อนตัว
มิเช่นนั้น อาจไม่มากพอให้ศัตรูเข่นฆ่าได้
ฮ่องเต้จะทำลายผนึกจูเสินด้วยท่าทาง เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างรู้อยู่แล้ว
เรื่องการทำลายผนึกจูเสินในอดีต ทุกคนต่างเคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่กล้าคิดว่าจะเป็นเรื่องจริง
ครั้งนี้ฮ่องเต้ประกาศทำลายผนึกจูเสินจากปากพระองค์เอง เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างประหลาดใจ
พวกเขาไม่ได้ประหลาดใจที่ฮ่องเต้จะทรงทำลายผนึก ปฏิกิริยาของพวกเขาคล้ายกับที่เว่ยเชียนชิวคัดค้าน พวกเขาประหลาดใจในความมั่นใจของฮ่องเต้หนุ่ม ผนึกจูเสินเป็นตราประทับโบราณที่อยู่มานับพันปี ราวกับเทพเจ้าที่ดำรงอยู่ แคว้นต้าเว่ยที่เพิ่งสถาปนาประเทศได้ไม่นาน แม้จะทุ่มเทกําลังทั้งประเทศ ก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะทําลายผนีกได้
เมื่อฮ่องเต้นำเรื่องนี้ประกาศออกไป มีเพียงอี้กุยแห่งศาลาคุนหวู่ที่จริงจัง เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างคิดว่าเป็นเรื่องขำขัน เห็นทีไทเฮาจะพูดถูก ฝ่าบาททรงประชวรจริง ๆ
ฝ่าบาทไม่เพียงแต่ประชวรเท่านั้น แต่อาการยังสาหัสอีกด้วย
ทว่าเหล่าขุนนางทั้งหลายกลับไม่กล้าคัดค้านอะไร อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องแสดงความเห็นกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อถึงเวลาที่พ่ายแพ้ พวกเขาไม่ต้องพูดอะไร ฝ่าบาทก็จะทรงวางมือเอง
พวกเขาคิดเช่นนี้ และวางแผนที่จะทำแบบขอไปทีกับฮ่องเต้
การไร้ความสามารถและการไม่เห็นด้วยของเหล่าขุนนาง ทำให้สายตาของฮ่องเต้มีแต่ความผิดหวังและความเย็นชาอย่างที่สุด
ฮ่องเต้กลับไม่ได้พูดสิ่งใด สิ่งที่ต้องเตรียมก็ได้เตรียมไว้หมดแล้ว คนเหล่านี้จะสนับสนุนพระองค์หรือไม่ ฮ่องเต้รู้สึกว่าไม่ได้สำคัญเลย
ขอเพียงมีราชครูอยู่ด้วย เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้น ฝ่ายคู่แข่งในเมืองหลวงจึงแบ่งออกเป็นสามพรรค
พรรคแรกคือผู้ที่มีใจตื่นตัวอย่างอี้กุย สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของฮ่องเต้ และเริ่มทำการตอบสนอง นอกจากอี้กุยแล้ว ยังมีกลุ่มคนอย่างสวีซูผิงและเว่ยอวี๋ที่เข้าใจฮ่องเต้และเซียวเฉวียน เริ่มพะวงหน้าระวังหลัง เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น
อีกพรรคคือเหล่าขุนนางที่เป็นตัวแทนของเว่ยเชียนชิว ซึ่งพวกเขาเลือกที่จะเพิกเฉยต่อการตัดสินใจที่ไร้สาระของฮ่องเต้ พวกเขาให้ความสนใจกับต้นสายปลายเหตุของกบฏวังและการเปลี่ยนแปลงในราชสำนักเสียยิ่งกว่า
ส่วนสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องเจอในหลายวันนี้ แม้พวกเขาจะประหลาดใจ แต่กลับไม่สนใจไยดีมากพอ
ขอเพียงฝ่าบาทยังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร อย่างไรเสียฝ่าบาทก็ไม่ได้เปิดปากอธิบายสิ่งใด พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะไตร่สวนและไถ่ถามพระองค์เพิ่มเติม
และอีกพรรคก็คือกลุ่มประชาชนที่รอกินเผือก พวกเขาต่างไม่รู้สิ่งใดเลย รู้เพียงความสนุกที่ได้ซุบซิบนินทาเรื่องสำคัญ อย่างมากก็คือพวกกลุ่มคนของหยางซู พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไทเฮามีท่าจะพ่ายแพ้ และไม่สามารถคุ้มกะลาหัวพวกเขาได้แล้ว กลุ่มคนของหยางซูกลับคิดเพียงว่าจะฆ่าคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างเซียวเฉวียนอย่างไรดี
เมืองหลวงแห่งต้าเว่ยวุ่นวายเช่นนี้ มีคนกลุ่มหนึ่งที่ดีใจอย่างออกหน้าออกตา
ในโรงเตี้ยมนอกเมืองทางเหนือของเมืองหลวง เป็นดังที่อี้กุยว่าไว้ เว่ยเป่าและคนหนุ่มนับสิบคนกำลังกินดื่มกันอย่างสำราญใจ
คนหนุ่มสิบคนนี้ ไม่ใช่สิบคนนั้นที่ติดตามเว่ยเป่าไปฆ่าจวนเซียวก่อนหน้า
กลุ่มคนหนุ่มนี้มรทั้งหมดยี่สิบคน หลังจากมีสิบคนที่ติดตามเว่ยเป่าไปฆ่าจวนเซียวแล้ว ก็รีบออกจากเมืองหลวงของต้าเว่ย และมุ่งหน้าไปทำภารกิจต่อไปที่รัฐมู่อวิ๋น
สิบคนที่เหลืออยู่ มีหน้าที่คุ้มกันเว่ยเป่าไปยังภูเขาจงหนาน
เว่ยเป่ามีอายุราวห้าปี เขาดูเด็กอย่างเห็นได้ชัด เมื่ออยู่ในกลุ่มของเด็กหนุ่มที่สูงใหญ่
ขณะที่พวกเรากำลังกินดื่มอยู่นั้น ก็มีคนคอยจับตามองพวกเขาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งในนั้นก็คือสายลับของอี้กุย
เด็กหนุ่มกลุ่มนี้มองเห็นอย่างชัดเจน แต่กลับไม่สนใจ พวกเขากินและดื่มต่อไปอย่างไม่แยแส ความเย่อหยิ่งของพวกเขาเกินคำบรรยาย
เว่ยเป่าโล่งใจ ตอนนี้ได้ออกจากเมืองหลวงเมือง หากมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปอีกก็จะออกจากต้าเว่ยแล้ว