ตอนที่ 784
บทที่ 784 เซียวเฉวียนนักโทษที่หลบหนี
October 21, 2026
ฮ่องเต้มองไปตามทิศทางที่เซียวเฉวียนชี้ และได้เห็นกับแสงไฟสีแดงกลุ่มหนึ่ง เป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ แผ่ขยายไปทั่วเกาะอย่างช้า ๆ
เมื่อพื้นที่ของผนึกจูเสินมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แสงไฟสีแดงของมันก็แรงกล้าขึ้นมา และสุดท้ายได้เปลี่ยนเป็นฉากกั้นสีแดงฉาน ปกคลุมเกาะจูเสินไว้ในกรง
“ราชครู นี่คือกระไรกัน?” กบฏวังครั้งก่อน ฮ่องเต้เคยถูกผนึกสีขาวบีบอัด ฮ่องเต้จดจำรสชาตินั้นไปจนวันตาย
ผนึกจูเสินเป็นถึงผนึกพันปี ไม่รู้ว่าจะมีอานุภาพเก่งกาจกว่าผนึกสีขาวกี่เท่า ฮ่องเต้จะบอกว่าไม่กลัวก็ดูจะเป็นการโกหก
ทว่าตอนนี้ต้าเว่ยมีทั้งศึกภายนอกและศึกภายใน มีความยากลำบากหนักหนา ฮ่องเต้และเซียวเฉวียนต่างก็รีบร้อนที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง ดังนั้นจะเก็บผนึกจูเสินไว้ไม่ได้ แม้ว่าจะกลัวหรือลำบากเพียงใด ก็ต้องทำลายให้จงได้!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซียวเฉวียนทำสิ่งมากมายที่ผู้คนต่างคิดว่าเป็นไปไม่ได้ สรรสร้างปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์มากมาย และล้วนอยู่ในสายพระเนตรของฮ่องเต้ ดังนั้นไม่รู้ว่านับแต่เมื่อใดที่เซียวเฉวียนเป็นความมั่นใจของฮ่องเต้ ขอเพียงมีเซียวเฉวียนอยู่ด้วย ฮ่องเต้ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องหวาดกลัว
เซียวเฉวียนได้สำรวจรัศมีระยะหนึ่งร้อยลี้บนเกาะจูเสินแล้ว ก็ไม่พบว่ามีชาวคุนหลุนเข้าใกล้
ผนึกจูเสินจะปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยได้อย่างไร?
นี่... แตกต่างจากครั้งก่อนที่เซียวเฉวียนได้พบกับผนึกจูเสิน!
ครั้งก่อนเป็นเพราะเซียวเฉวียนและสิบแปดอรหันต์หนีไป ชิงหลงได้เข้ามาใกล้ ผนึกจูเสินจึงปรากฏขึ้น
ทว่า ครั้งนี้พวกเซียวเฉวียนไม่ได้หนี และชิงหลงเองก็หยุดอยู่ไกล ๆ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีชาวคุนหลุนคนอื่น ๆ เข้าใกล้เลย ผนึกจูเสินยังคงปรากฏขึ้นมาได้ ช่างน่าแปลกประหลาดเสียจริง!
หรือว่า... เป็นเพราะว่าเมื่อครู่เซียวเฉวียนได้กระตุ้นกำลังภายใน ผนึกจูเสินจึงรู้ว่าเซียวเฉวียนกลับมาและได้ปรากฏตัวขึ้นงั้นหรือ?
มีความเป็นไปได้อยู่มาก!
ทว่าไม่นานนักแสงสีแดงก็หายไป และผนึกจูเสินก็หายไปด้วย
เซียวเฉวียนกระตุ้นกำลังภายในเบา ๆ อีกครั้ง ผนึกจูเสินปรากฏตัวขึ้นมาก็จริง ทว่ามีเพียงแสงวูบวาบสีแดงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเซียวเฉวียนดึงกำลังภายในกลับ แสงสีแดงก็หายไปอีกครั้ง
“ฝ่าบาท ดูเหมือนเป็นเพราะว่าหม่อมฉันกระตุ้นกำลังภายใน ผนึกจูเสินจึงได้ปรากฏขึ้นมา อย่างไรเสียสำหรับผนึกจูเสินแล้ว กระหม่อมคือนักโทษหลบหนี...” เซียวเฉวียนยังไม่ทันพูดจบ ฉินหลังก็พูดบางอย่างขึ้นมาขัดจังหวะเซียวเฉวียน “ราชครู มะ ไม่ได้เป็น ชะ เช่นนั้น ข้าเพิ่งมายังกะ เกาะ... ”
“พอแล้ว! ข้ารู้แล้ว!” เซียวเฉวียนให้ฉินหลังหุบปากอย่างอดไม่ได้ ฉินหลังพูดจาติดขัด ฟังแล้วรู้สึกระคายใบหูยิ่งนัก!
ตอนที่ฉินหลังเพิ่งถูกเนรเทศมายังเกาะจูเสิน เขาคิดเพ้อฝันว่าในเมื่อเซียวเฉวียนและสิบแปดอรหันต์สามารถออกไปจากเกาะจูเสินได้ เช่นนั้นฉินหลังก็ควรจะหนีออกไปได้เช่นกัน
ดังนั้น เมื่อมาถึงเกาะวันแรก ฉินหลังก็คิดที่จะหนีทันที
แต่ว่าทุกครั้งที่ฉินหลังหนีออกไปยังริมทะเล ผนึกจูเสินก็จะปรากฏขึ้น ฉินหลังยังไม่ทันได้ใช้กระบวนท่าแม้เพียงครึ่งเดียว เขาก็ถูกผนึกจูเสินดีดกลับเข้ามาบนเกาะอย่างไร้ความปราณี และวนอยู่เช่นนี้เรื่อย ๆ เมื่อฉินหลังล้มเหลวอยู่นับครั้งไม่ถ้วน เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะหนีออกไป
เพราะว่าฉินหลังคิดเพียงหนทางหนีออกไป จึงเสียเวลาอยู่กับการหลบหนี เมื่อถึงตอนนี้ฉินหลังไม่เพียงหนีไปไม่สำเร็จ แม้แต่พลังและความอดทนก็ถูกทำลายหายหมดสิ้น
ในยามค่ำคืนเกาะจูเสินมืดสนิท บนเกาะจูเสินมีสัตว์ป่ามากมาย ฉินหลังจึงไม่กล้าวิ่งไปมั่วทุกสารทิศ ทำได้เพียงนั่งพักผ่อนอยู่ที่เดิม
ในตอนนั้นฉินหลังไม่ได้กินอะไรตลอดทั้งวัน และสูญเสียพลังงานมหาศาล เขาหิวเสียจนท้องร้องจ๊อก ๆ ตลอดตั้งแต่เช้ายันเย็น
อีกทั้งสัตว์ป่าในภูเขามักหิวโหยพอ ๆ กับฉินหลังที่กำลังหาอาหาร
ดวงตาคู่นั้นของสัตว์ป่าส่องประกายสีเขียว ดูน่ากลัวอย่างมากในยามค่ำคืนที่มืดสนิท
เมื่อสัตว์ป่าเหล่านั้นมองเห็นฉินหลัง พวกมันก็จะร้องโหยหวนและวิ่งกรูเข้าหาฉินหลังอย่างว่องไว ภาพเหตุการณ์นั้นนับเป็นฝันร้ายของฉินหลัง
ฉินหลังตกใจเสียจนเข่าอ่อน ทำได้เพียงคลำหาก้อนหินสองก้อน พร้อมกับรีบตั้งสติเพื่ออยู่ในท้วงท่าเตรียมรับมือ
แม้ฉินหลังจะเป็นปัญญาชน ทว่าตระกูลฉินก็เป็นตระกูลแม่ทัพ ฉินปาฟางจึงได้ขอให้ฉินหลังเรียนรู้วิชาการต่อสู้ไว้บ้าง เพื่อใช้ในการป้องกันตัวเอง ดังนั้นแม้ว่าฉินหลังจะไม่เก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้ แต่ก็ยังพอมีความสามารถอยู่บ้าง