ตอนที่ 957
บทที่ 959 ชาตินี้มิอาจลืม
October 21, 2026
ไม่ต้องพูดถึงจางจิ่นตนก็สงสัยว่าทำไมชายชราเฒ่าถึงกล้าหาญขนาดนี้ แม้แต่เว่ยเชียนชิวก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งและมองดูชายชราเฒ่าที่พูดอย่างหุนหันพลันแล่น
ไม่เพียงแต่ทั้งจวนเจียนกั๋ว แต่ทุกสายตาของเมืองหลวง ใครถูกเว่ยเชียนชิวเจอเข้าก็เหมือนหนูที่เจอแมวอย่างนั้นหรือ?
กลัวว่ามันสายเกินไปที่จะซ่อน!
แต่ชายชราเฒ่าผู้นี้ไม่รู้ว่าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ถึงได้กล้าถึงเพียงนี้ หรือว่าใช้ชีวิตมานานแล้วจึงอยากรนหาที่ตายหรืออย่างไร?
สีหน้าเว่ยเชียนชิวแผ่รังสีอำมหิตขึ้น มองไปยังชายชราเฒ่านั้นอย่างเย็นชา
นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเว่ยเป้ยบุตรชายคนสำคัญของเว่ยเชียนชิวก็ถูกใช้เป็นอาวุธอย่างโง่เขลาโดย เซียวเฉวยียนไอสารเลวคนนั้น ด้วยความงุนงง เขากลับมายังเมืองหลวงพร้อมกับดวงวิญญาณห้าหมื่นดวงของกองทัพตระกูลเซียว แม้ตอนนี้พวกเข้ยัไม่ไเลด้เข้ามายังตัวเมืองหลวง แต่เมืองหลวงตอนนี้ก็ได้ตกในความสับสนอลหม่านแล้ว
การเคลื่อนไหวของเซียวเฉวียนนั้นทำลายล้างจริงๆ ไม่เพียงแต่บอกเว่ยเชียนชิวให้ชัดเจน แต่เซียวเฉวียนยังชักศึกเข้าบ้านตนอีกด้วย!
เซียวเฉวียน!
เป็นเจ้าเซียวเฉวียนอีกแล้ว!
เขายังเป็นคนอยู่หรือไม่?
เขาเป็นแค่ลูกเขยเหตุใดถึงมีความสามารถนัก! ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์ยังคงสามารถกระตุ้นลมและฝนได้ ซึ่งทำให้เว่ยเชียนชิวอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา
ไร้ร่องรอยหญ้าอสุรา ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ วิญญาณดวงหนึ่งของกองทัพตระกูลเซียวกลับมายังเมืองหลวง!
ถึงแม้วิญญาณห้าหมื่นดวงจะไม่ใช่เว่ยเชียนชิวทำ แต่ทุกคนรู้ถึงการกระทำชั่วร้ายของเว่ยเชียนชิว แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกอย่างนั้นเป็นอย่างดี เรื่องนี้แม้จะกระโดดลงไปล้างตัวในแม่น้ำฮวงโหก็ล้างมลทินไม่ได้ ถ้าพูดว่าเขาไม่ได้ทำ ไม่มีใครเชื่อ!
นอกจากเขาใครมันจะกล้าทำเรื่องบ้าดีเดือดแบบนี้ได้เล่า?
เว่ยเชียนชิวไม่รู้สึกเสียใจที่เขาได้ทำสิ่งชั่วร้ายมามากมาย!
วาจาคนช่างน่ากลัว ผู้คนมักจะกระตุ้นอารมณ์ที่รุนแรง เรื่องนี้หากถูกกลุ่มทหารชาวยุทธ์แท้รู้เข้า
มันจะสั่นคลอนขวัญกำลังใจของทหารอย่างแน่นอน!
ให้ตายเถอะ!
คลื่นลูกหนึ่งยังไม่ทันสงบ คลื่นอีกลูกก็ม้วนมาอีกระลอก!
เว่ยเชียนชิวปวดหัวกะทันหัน เขาชำเลืองมองชายชราเฒ่าที่ดูธรรมดาคนนี้อย่างเฉียบแหลม “แก้ได้อย่างนั้นหรือ? ไหนว่ามาสิ! ถ้าเจ้าพูดเหตุผลมิได้ ตัวข้าเจียนกั๋วผู้นี้จะตัดคอเจ้าป้อนให้สุนัขกิน! ”
ชายชราเฒ่าผู้นี้เป็นนักปราชญ์ที่เซียวเฉวียนใฝ่หา พอนักปราชญ์ได้ฟังคำพูดของเว่ยเชียนชิว เขาก็ไร้ซึ่งแสดงอาการขี้ขลาดตาขาว นอกจากนี้เขายังลูบเคราขาวอย่างใจเย็น ก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มจาง ๆ และกระซิบคำสองสามคำในหูของเว่ยเชียนชิว ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ถ่อมตัวหรือเอาแต่ใจ
พอเว่ยเชียนชิวได้ฟัง คิ้วที่ขมวดเป็นปมหนักก็คลายออกไป เขายิ้มชื่นและตะโกนทันที “แผนดีนี่เจ้า! ”
.........
.........
บนถนนเส้นหนึ่งในซินเจียง ม้าตัวหนึ่งและคนสามคนกำลังมาอย่างเร่งรีบ พูดให้ถูกคือ เป็นเซียวเฉวียนที่เร่งรีบเองเสียมากกว่า มู่เวยที่กำลังควบม้าอย่างบ้าระห่ำ แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าความเร็วของเซียวเฉวียน ราวกับว่าเจอผีกลางวันแสก ๆ เซียวเฉวียนอ่อนแอเกินกว่าจะยืนได้ในตอนนี้ แต่ตอนนี้เขากลับวิ่งได้เร็วกว่าม้าเสียอีก ต้องพูดว่าวิชาตัวเบาของเซียวเฉวียนนั้นช่างพริ้วไหวเสียจรืง
ความปรารถนาที่จะกลับบ้านนั้นมากขนาดนี้เชียวหรือ?
ชายผู้นี้ดูเย็นชา แต่เขาใจดีกับภรรยาของเขา
สมกับเป็นชายที่ดีอย่างยิ่ง!
ในใจของมู่เวยได้ยกนิ้วหัวแม่มือให้กับเซียวเฉวียน
ชมไปชมมา มู่เวยก็ได้ควบม้าได้มาถึงถนนภูเขาใหญ่ ถนนบนภูเขาที่เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เธอเจ็บก้นและเขาแทบจะนั่งนิ่งไม่ได้
ถ้าขืนนั่งต่อไป ก้นเธอต้องบานเหมือนดอกไม้เป็นแน่
ใครก็ได้ ! ช่วยหยุดที!
เธออยากจะตะโกนให้เซียวเฉวียนนั้นหยุดพักสักครู่ อย่างน้อยช้าลงอีกนิดก็ดี แต่ว่าเธอไม่รู้จักชื่อเซียวเฉวียน เลยไม่รู้จะเรียกเขาอย่างไร
มู่เวยอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความสิ้นหวัง “นี่! ท่านอย่าเร็วนักสิ รอพวกเราด้วย ข้าจะตกม้าตายอยู่แล้ว! ”
บนถนน เซียวเฉวียนได้ใช้ความคิดเรียกเสียวเฟิงออกมา แม้ว่าปกติแล้วเสี่ยวเฟิงจะเป็นคนขี้เล่น แต่เขาก็มีการได้ยินที่ละเอียดอ่อนมากและยังปกป้องเจ้านายของเขาด้วยการตอบรับทุกครั้ง