ตอนที่ 78
ตอนที่ 78 เรื่องที่บอกใครไม่ได้
October 28, 2026
EP78
แสงแดดยามเช้าตกกระทบใบหน้าเนียนใสที่นอนไร้เรี่ยวแรงบนเตียง เปลือกตาคู่สวยเปิดขึ้นพร้อมกับกวาดมองบริเวณรอบห้อง ก่อนจะสะดุดกับแผ่นหลังกว้างคุ้นตาที่ยืนอยู่นอกระเบียงห้อง
“มีอะไร” ร่างเล็กพยุงตัวเองพิงกับหัวเตียงแล้วตั้งใจฟังกับสิ่งที่เมฆาพูด เหมือนเขากำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใครบางคน
“ตอนนี้หรอ?”
“อืม..” ได้ยินบทสนทนาเพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็กดตัดสาย เมฆาทิ้งมวลบุหรี่ลงบนถาดเขี่ยแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้อง ทั้งสองสบตากันเพียงครู่ก่อนจะเป็นเมฆาที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน
“พี่มีธุระต้องไป จะกลับคอนโดพร้อมกันเลยมั้ย”
“ธุระอะไรหรอคะ”
“ภาคิณมีเรื่องนิดหน่อย”
“เดี๋ยวหนูกลับคอนโดเองก็ได้ค่ะ”
“พี่ไปส่งเอง”
“ค่ะ” ใบหน้าหวานพยักหน้าตอบ ก่อนที่เธอจะค่อยๆลุกจากเตียงเพื่อไปชำระร่างกายตนเอง แต่แล้วร่างเล็กก็ต้องหยุดชะงักเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เธอหันไปมองแฟนหนุ่มอีกครั้งแล้วเอ่ยออกมา
“พี่เมธคะ”
“ว่าไง”
“วันนี้มีนิทรรศการงานศิลปะ หนูจองบัตรไว้แล้ว เราไปด้วยกันนะคะ”
“ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล ทำให้คนตัวเล็กยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ปกตินิทรรศการศิลปะจะจัดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้จัดเร็วกว่าปกติและดูเหมือนจะมีสองครั้งด้วย ของขวัญอยากไปมาก และเธอก็อยากไปกับเมฆาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าด้วย
หลายนาทีต่อมาหลังจากที่จัดการกับตัวเองเสร็จของขวัญก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ตอนนี้เมฆาพร้อมจะออกไปข้างนอกแล้ว ทุกอย่างเสร็จสับเขาก็มาส่งคนตัวเล็กไว้ที่คอนโดของตัวเอง
“ตอนสามทุ่มเจอกันนะคะ”
ฟอด~ บอกเพียงเท่านั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มคนข้างกายแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถด้วยความเขินอาย เมฆาได้แต่มองตามความน่ารักนั้นไปพลันรอบยิ้มก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า
“เด็กน้อย” พูดออกมาเพียงเท่านั้นก็เคลื่อนรถออกมาจากบริเวณหน้าคอนโดสุดหรูเพื่อไปหาภาคิณที่บ้านของเขา
ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลที่สืบทอดเชื้อพระวงศ์ รุ่นทวดของทวดเคยมีหน้ามีตาตำแหน่งใหญ่ในวังหลวงเมื่อสมัยก่อน และทุกอย่างก็ตกรุ่นมาถึงจนทุกวันนี้
เมฆากวาดมองรถยนต์จำนวนราวสิบสิบคันที่จอดอยู่บริเวณบ้านใหญ่ ก่อนจะขับผ่านไปยังบ้านเล็กซึ่งห่างจากบ้านใหญ่พอสมควร มันเป็นที่อาศัยของภาคิณแต่เพียงผู้เดียว เพราะเขาต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างมาก
ทันใดที่มาถึงชายหนุ่มร่างกายสูงกำยำก็ก้าวลงจากรถ ภายในบ้านเล็กก็เหมือนคฤหาสน์ขนาดย่อม ก้าวเเรกที่เข้าไปก็สัมผัสกับความเยือกเย็นเพราะอากาศข้างในลายลอบไปด้วยเครื่องปรับอากาศหลายตัว
แม้แต่เพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันมากๆก็เคยมาที่นี่แทบจะนับครั้งได้…
“นายมาช้าไปสามนาทีนะเพื่อนรัก” เสียงของภาคิณเอ่ยทัก พร้อมกับร่างความสูงราวร้อยแปดสิบห้าที่กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้าน มือหนาล้วงถุงกางเกงแล้วฉีกยิ้มอ่อนบนใบหน้าส่งให้เพื่อนสนิท
“เลทแค่นิดหน่อย” ว่าแล้วเมฆาก็หย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวสีดำเทาของโถงบ้าน ซึ่งโทนของคฤหาสน์หลังนี้คือโทนมืดสลัวหมด ของตกแต่งก็คุมโทนไปทั้งหลัง ทำให้ทุกชั้นของบ้านมันมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวคอยเปิดไม่กี่ดวง
“นั่งก่อนสิ”
“มีเรื่องอะไร”
“ใจเย็นหน่อย” ตอบเพียงเท่านั้น ภาคิณก็หย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเมฆา ชายหนุ่มนั่งใช้ขาไขว้กันก่อนจะหยิบกระดานขนาดไม่ใหญ่มากออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะ