ตอนที่ 867
บทที่ 1297 : เงินทองไม่อาจเทียบได้
October 22, 2026
“ดูนั่นสิ!ดูเหมือนศิษย์พี่หลี่เฉินจะสามารถเอาชนะฤทธิ์โอสถไร้ใจได้!” หนึ่งในเหล่าแม่ชีซึ่งเป็นศิษย์อารามจิ้งซินที่ยืนอยู่ด้านนอกเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นหลี่สุ่ยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเฉิงเม่ยเฟิงตอนนี้ ทำให้นางอดที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจไม่ได้! เวลานี้ฉินตงเฉี่วยยืนถอยหลังออกไปทำให้ศิษย์อารามจิ้งซินซึ่งอยู่ด้านนอกสามารถมองเห็นเฉิงเม่ยเฟิงได้อย่างชัดเจน โอสถเยาว์วัยที่สามสิบปีจึงจะหลอมได้สักครั้งมีผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่ต้องการ แม้แต่ศิษย์อารามจิ้งซินก็ตาม ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงวางความโกรธแค้นเมื่อครู่ลง และกำลังเฝ้าดูการประมูลอย่างใจจดใจจ่อ แต่เป็นเพราะพวกนางไม่มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอจึงได้แต่ยอมแพ้กับราคาประมูลที่สูงลิบลิ่ว หลี่ซิ่วซึ่งเป็นน้องเล็กที่สุดและเข้ากันได้ดีกับเฉิงเม่ยเฟิงเป็นที่สุดนั้นหลังจากที่ได้รู้ความจริงจากปากเฉิงเม่ยเฟิงถึงสาเหตุที่นางต้องเข้าไปอยู่ในอารามจิ้งซิน ก็ไม่นึกตำหนิการกรำทำของนางเมื่อครู่เลย มิหนำซ้ำยังยินดีและรู้สึกมีความสุขกับนางไปด้วย ด้วยเหตุนี้ทันทีที่เห็นน้ำตาและรอยยิ้มแห่งความปิติสุขของเฉิงเม่ยเฟิง หลี่ซิ่วจึงได้ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง ศิษย์ของอารามจิ้งซินต่างก็รู้ฤทธิ์เดชของโอสถไร้ใจและวิชาไร้ใจดีว่ามีอานุภาพรุนแรงมากเพียงใดไม่ว่าหญิงใดได้กลืนโอสถนี้และฝึกวิชานี้ ก็จะต้องลืมสิ้นชายอันเป็นที่รัก และยิ่งเมื่อฝึกวิชาไร้ใจนานวันเข้า อย่าว่าแต่จะไร้อารมณ์ความรู้สึกต่อบุรุษเลย แม้แต่สิ่งสวยงามต่างๆบนโลกใบนี้ พวกนางก็จะไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกด้วยเช่นกัน จนกระทั่งกลายเป็นคนเย็นชาและไร้ซึ่งน้ำตาในที่สุด ด้วยเหตุนี้ทันทีที่หลี่สุ่ยเห็นภาพของเฉิงเม่ยเฟิงที่ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาเวลานี้ นางจึงรู้ได้ว่าฤทธิ์ของโอสถไร้ใจได้สูญสิ้นลง และไม่สามารถส่งผลต่อจิตใจของนางได้อีกต่อไปแล้ว! “นี่..นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบสามร้อยปีของอารามจิ้งซินที่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น!” แม่ชีมี่หลินที่สังเกตเห็นอาการของเฉิงเม่ยเฟิงเช่นกันก็รู้สึกตกใจอย่างมากเช่นกัน และคิดไม่ถึงว่าพลังจิตพลังใจของเฉิงเม่ยเฟิงจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้! แต่แม่ชีมี่หลินไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้หลิงหยุนได้ทำอะไรกับร่างของเฉิงเม่ยเฟิงไปบ้างไม่เช่นนั้นแล้วเฉิงเม่ยเฟิงคงจะไม่สามารถเอาชนะฤทธิ์ของโอสถไร้ใจและวิชาไร้ใจได้พร้อมๆกันเช่นนี้เป็นแน่ “ทั้งคู่รักกันแน่นเช่นนี้มี่ยู่ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” เหล่าศิษย์รุ่นเล็กของอารามจิ้งซินต่างก็จับกลุ่มกระซิบกระซาบเรื่องของแม่ชีมี่ยู่ด้วยความรู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง! …… “เจ้าจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วสินะคำพูดที่เสี่ยวเม่ยเม่ยบอกให้ข้าพูดกับเจ้านับว่าได้ผลมากจริงๆ!” “ห๊ะ!”เฉิงเม่ยเฟิงถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความงุนงง –พี่เม่ยเฟิง..ข้าเป็นคนบอกน้าหญิงให้บอกกับเจ้าเช่นนั้นเองล่ะ ท่านจะตอบข้าเช่นใดดี- ทันทีที่เฉิงเม่ยเฟิงได้ยินคำพูดประโยคนี้ดังขึ้นข้างหูนางก็จำได้ว่าเป็นเสียงของเสี่ยวเม่ยเม่ย แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลพรากออกมาอีกครั้ง เพื่อให้นางสามารถจดจำหลิงหยุนได้ ทุกคนต่างก็แอบทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อนางมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่ว่าจะเป็นการแอบติดตามนางขึ้นบนหุบเขาแห่งนี้การได้ศิลาเกลาใจมาด้วยความบังเอิญ การปรากฏตัวของตี้เสี่ยวอู๋ การจัดการกับอารามจิ้งซิน เสียงของเสี่ยวเม่ยเม่ย แม้กระทั่งฉินตงเฉี่วยที่กลืนโอสถสองเม็ดจนหน้าตาคล้ายกับฉินจิวยื่อ ทุกอย่างไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือความตั้งใจ.. ยังไม่นับพลังอมตะสีม่วงที่หลิงหยุนได้ถ่ายเทลงไปในร่างของเฉิงเม่ยเฟิงทั้งหมดนี้ทำให้เฉิงเม่ยเฟิงสามารถกลับมาจดจำทุกอย่างได้ มีเพียงแค่หลิงหยุนที่ยังไม่ปรากฏตัวต่อหน้านาง.. “หรือเจ้าได้ปรากฏตัวต่อหน้าข้าก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่ข้าจดจำเจ้าไม่ได้..” เฉิงเม่ยเฟิงพึมพำออกมาพร้อมกับก้มลงมองศิลาเกลาใจในมือของตนเวลานี้จิตใจของนางเปี่ยมไปด้วยความปิติสุขยิ่งนัก! หากเป็นเพื่อนนักเรียนของหลิงหยุนจะสามารถเล่าเรื่องราวระหว่างคนสองคนได้ละเอียดถึงเพียงนี้เชียวหรือ จะรู้แม้กระทั่งความลับของคนสองคนที่ผู้อื่นไม่มีทางรู้เชียวหรือ? อีกอย่าง..หากอีกฝ่ายไม่มีวรยุทธจริง หลังจากที่ขึ้นมาถึงหุบเขาหลงเฟย และได้พบเหล่าชาวยุทธที่พกอาวุธหลากหลายมากมายเช่นนี้ มีหรือที่จะไม่ตกใจกลัวจนหน้าถอดสี แต่เด็กหนุ่มผู้นั้นกลับมีสีหน้านิ่งเรียบ.. อีกทั้งเมื่อครั้งที่เผชิญกับฝ่ามือของแม่ชีมี่ยู่เด็กหนุ่มผู้นั้นกลับไม่มีอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนมองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม!เขามาที่นี่แล้วและได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ตนฟังแล้ว อีกทั้งยังบอกให้นางไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด..หลิงหยุนได้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว!“สีหน้าของพี่เม่ยเฟิงเปี่ยมไปด้วยความสุขยิ่งนักข้าอยากให้ตนเองเป็นเช่นนางในตอนนี้บ้าง”เย่ซิงเฉินเฝ้ามองเฉิงเม่ยเฟิงซึ่งอยู่กลางลานประมูลด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจจนอดที่จะรำพึงรำพันออกมาเช่นนั้นไม่ได้ หลิงหยุนทำเพื่อเฉิงเม่ยเฟิงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้แต่ตัวนางเองยังรู้สึกประทับใจอย่างที่สุด..“พอเถอะ..อย่าให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับข้าอีกเลย!” หลิงหยุนเอ่ยออกมา ……“เม่ยเฟิง..ที่นี่ไม่เหมาะแก่การพูดคุย ออกไปจากตรงนี้ดีกว่า ไปหาที่เงียบๆคุยกัน!”หลังจากที่ความทรงจำของเฉิงเม่ยเฟิงกลับคืนมาฉินตงเฉี่วยก็เริ่มดึงร่างของเฉิงเม่ยเฟิงออกไปจากตรงนั้นทันที“เสี่ยวอู๋..ข้าต้องไปก่อนแล้ว ขอบใจเจ้ามาก!”เฉิงเม่ยเฟิงไม่ลืมที่จะหันไปร้องบอกตี้เสี่ยวอู๋และหวังชงเซียว “ข้าน้อยขอบคุณอาวุโสด้วยเช่นกัน!”หากไม่ใช่เพราะหวังชงเซียวที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันมีหรือที่ศิษย์อารามจิ้งซินจะตกใจจนยอมล่าถอยกลับออกไปเช่นนั้น เฉิงเม่ยเฟิงจึงต้องกล่าวขอบคุณเขาด้วยเช่นกัน“เอ่อ..นายหญิงอย่าได้กล่าวกับข้าเช่นนี้ ข้าไม่กล้ารับไว้..”หวังชงเซียวได้ยินเฉิงเม่ยเฟิงเรียกตนว่าอาวุโสเช่นนี้ก็ถึงกับกลับหวาดกลัวจนต้องรีบเอ่ยห้ามไว้ทันที!“…..”เฉิงเม่ยเฟิงถึงกับงุนงงกับท่าทางของหวังชงเซียวจนพูดอะไรไม่ออก“ไปกันดีกว่า..”ฉินตงเฉี่วยหันไปยิ้มให้เฉิงเม่ยเฟิงพร้อมกับชักชวนนางกระโดดออกไปนอกลานประมูลแล้วเดินไปหาที่เงียบๆนั่งพูดคุยระหว่างที่หญิงสาวทั้งสองเดินห่างออกไปนั้นก็มีคนอีกสองสามคนเดินตามพวกนางออกไปด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือเสี่ยวเม่ยเม่ย เหมี่ยวเสี่ยวเหมา และไป๋เซียนเอ๋อนั่นเอง พวกนางต่างก็รู้จักกับเฉิงเม่ยเฟิงมาก่อนจึงรีบเดินตามออกไป……“นี่..เจ้าไม่ออกไปกับเขาบ้างรึ”เย่ซิงเฉินที่ไม่ได้เดินตามทุกคนออกไปเป็นฝ่ายเอ่ยถามหลิงหยุนออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“ไม่!” หลิงหยุนตอบกลับเย่ซิงเฉินไปทันทีจากนั้นจึงทำหน้าพยักเพยิดไปกลางลานประมูล “ตอนนี้การประมูลกำลัเข้มข้น..”“1.2ล้านแต้ม!”เวลานี้ราคาของโอสถเยาว์วัยได้พุ่งขึ้นสูงถึง1.2 ล้านแต้มแล้ว หากคิดเป็นเงินก็เกือบสี่หมื่นล้านหยวนทีเดียว!ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชาวยุทธระดับหัวแถวเท่านั้นที่ยังคงประมูลโอสถเยาว์วัยอยู่ซึ่งมีทั้งคนของวัดเส้าหลิน สำนักเขาหลงหู่ ตระกูลหลง ตระกูลเย่ สำนักกระบี่คุนหลุน และสำนกระบี่เทียนซาน..