ตอนที่ 990
บทที่ 1420 : ค่ายกลกระบี่สวรรค์
October 22, 2026
บทที่ 1420 : ค่ายกลกระบี่สวรรค์ หลังจากที่ใช้วิชาพลังมังกรหลิงหยุนก็สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม.. แน่นอนว่าเวลานี้เขาสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเดิมถึงสามเท่าทำให้ความเร็วในการเหาะของหลิงหยุนเวลานี้เพิ่มขึ้นเป็นเหนือกว่าความเร็วเสียงถึงสิบห้าเท่า แต่แน่นอนว่าในความเป็นจริงเขาไม่สามารถเหาะไปได้ด้วยความเร็วถึงเพียงนั้นเพราะกายเนื้อของเขาอาจถูกแรงปะทะกับห้วงอากาศจนได้รับบาดเจ็บได้ เขาจึงเหาะไปด้วยความเร็วเหนือเสียงไม่เกินแปดเท่า และความเร็วในระดับนี้ก็เพียงพอที่จะไล่ตามยอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย หลิงหยุนเหาะผ่านหน้าตี๋เฮ่อหมิงไปอย่างรวดเร็วแต่กลับไม่ทำร้ายตี๋เฮ่อหมิง ตี๋เฮ่อหมิงเห็นเช่นนั้นก็สามารถคาดเดาความคิดของหลิงหยุนได้ในทันที จึงรีบส่งกระแสจิตเตือนตี๋เสี่ยวเจินผู้เป็นบุตรสาว เวลานี้ตี๋เสี่ยวเจินอยู่ที่สำนักกระบี่เทียนซานบนยอดเขาปฐพีเสียงปังดังขึ้นบนน่านฟ้าเหนือยอดเขา และหลิงหยุนก็กำลังทำลายค่ายกลขุนเขาที่ปกป้องยอดเขาปฐพีไว้นั่นเอง ตี๋เฮ่อหมิงรีบบังคับกระบี่เหินของตนให้พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนในทันทีแต่น่าเสียดายที่พลังจิตของหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาบังคับตราหยกจักรพรรดิเข้าสะกัดกระบี่เหินของตี๋เฮ่อหมิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว “ตาเฒ่า..เจ้าวุ่นวายมากเกินไปแล้ว!” ฟิ้ว.. หลิงหยุนพุ่งหอกมังกรทองตรงเข้าใส่ร่างของตี๋เฮ่อหมิงพร้อมกับใช้วิชามังกรทองคะนองควบคู่ไปด้วย และทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ห๊ะ!” ตี๋เฮ่อหมิงพุ่งกระบี่ลมปราณออกจากร่างเข้าสะกัดหอกมังกรทองของหลิงหยุนไว้อย่างรวดเร็ว หอกมังกรทองพุ่งออกไปกลางอากาศในขณะที่พลังสีสองสุกสว่างก็พุ่งตามเข้าไปรัดรึงห่อหุ้มหอกมังกรทองไว้ หอกมังกรทองที่ห่อหุ้มไว้ด้วยพลังธาตุทองพุ่งปะทะกระบี่ลมปราณของตี๋เฮ่อหมิงจนแตกสลาย ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างของตี๋เฮ่อหมิงต่อไป หอกมังกรทองพุ่งผ่านร่างของตี๋เฮ่อหมิงไปแล้วจึงวกกลับมาพุ่งใส่ร่างของเขากลับไปกลับมาเช่นนั้นอยู่ถึงสี่ครั้ง ครั้งแรกพุ่งทะลุหน้าอกด้านขวาของเขา ตามมาด้วยบริเวณท้องน้อย และสุดท้ายคือต้นขาทั้งสองข้าง และทุกส่วนที่หอกมังกรทองพุ่งผ่านนั้น ล้วนแล้วแต่กลายเป็นรูขนาดใหญ่ “แค่ปกป้องตัวเองเจ้ายังทำไม่ได้ยังกล้าจะไปปกป้องลูกชั่วของเจ้าอีกงั้นรึ นางจะต้องได้รับผลมากกว่าเจ้าหลายร้อยหลายพันเท่า!” หลิงหยุนเหาะกลับมาตรงหน้าตี๋เฮ่อหมิงและจงใจไม่สังหารอีกฝ่ายให้สิ้นใจ พร้อมกับกระซิบบอกเสียงเบา “หลิงหยุนข้ารู้ตัวว่าทำผิดต่อเจ้า ได้โปรดเมตตาปล่อยสำนักกระบี่เทียนซานของข้าไปสักครั้งจะได้หรือไม่” เวลานี้ใบหน้าของตี๋เฮ่อหมิงซีดเผือดร่างกายอาบโชกไปด้วยโลหิตสีแดง และกำลังเจ็บปวดใจอย่างที่สุด แต่ก็ยังพยายามทรงตัวเหาะอยู่กลางอากาศได้ พร้อมกับเอ่ยขอร้องหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “หึ..เจ้าสำนึกในเวลานี้ก็สายเกินไปแล้ว!” สีหน้าของหลิงหยุนไร้ซึ่งวี่แววของความเมตตาสงสารเขาเหลือบมองจ้าวหมิงถังที่ยังคงถือธงวายุอยู่ในมือ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“บุตรสาวของเจ้าถือตัวว่าเป็นคนของสำนักกระบี่เทียนซานถึงกับกล้าทรมานและเหยียบย่ำท่านแม่ของข้ามานานกว่าครึ่งปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ้ากลับมิตักเตือนบุตรสาวตนเอง เห็นชัดว่าพวกเจ้าสองคนพ่อลูก ล้วนแล้วแต่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมไม่ต่างกันเลย!” ระหว่างที่พูดนั้นมือของหลิงหยุนกลับมิได้หยุดนิ่งเขาใช้กระบี่ในมือตัดแขนขาของตี๋เฮ่อหมิงทั้งสี่ข้างออก และครั้งที่ห้าแทงเข้าที่ท้องน้อยทำลายจุดตันเถียนของเขาในทันที จากนั้นจึงใช้ดัชนีห้าธาตุสกัดจุดห้ามเลือดของตี๋เฮ่อหมิงไว้“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายไปก่อนแน่เจ้าจักต้องอยู่ดูว่าข้าจะทำลายสำนักกระบี่เทียนซานของเจ้าเช่นใด”หลิงหยุนไม่มีเวลาที่จะพล่ามไร้สาระกับตี๋เฮ่อหมิงอีกเขากระโดดพุ่งเข้าไปเตะร่างของตี๋เฮ่อหมิงเข้าใส่ร่างของเจ้าวหมิงถังซึ่งเหาะตามมาอย่างรวดเร็วแม้จ้าวหมิงถังจะอยู่ในด่านสุดท้ายขั้นก่อสร้างรากฐานแต่ก็มิอาจเหาะตามหลิงหยุนได้ทัน เขาจึงเดือดดาลเป็นยิ่งนัก และเร่งความเร็วในการเหาะตามหลิงหยุนมามากกว่าเดิมแต่เมื่อจู่ๆหลิงหยุนเตะร่างไร้แขนขาของตี๋เฮ่อหมิงเข้าใส่ตนเช่นนี้เขาจึงไม่อาจหลบได้ทัน จึงรีบยกธงวายุในมือขึ้นโบกสะบัดอย่างรวดเร็ว“ขอบคุณที่ช่วยไล่มันไปให้ข้า”หลิงหยุนคร้านที่จะใส่ใจตี๋เฮ่อหมิงอีกว่าจะเป็นหรือตายเช่นใดเขาเอ่ยขอบคุณจ้าวหมิงถังเป็นการล้อเลียน พร้อมกับเหาะหนีไปทันที“หลิงหยุนเจ้าจะหนีไปไหน”จ้าวหมิงถังร้องตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นและพุ่งตามร่างของหลิงหยุนไปโดยไม่สนใจว่าตี้เฮ๋อหมิงจะเป็นหรือตายเช่นกันตี๋เสี่ยวเจินซึ่งอยู่บนยอดเขาปฐพีได้เห็นพ่อของตนถูกหลิงหยุนทำร้ายสาหัสเช่นนั้น นางก็ถึงกับโกรธจนคลุ้มคลั่ง และได้เปิดค่ายกลทั้งหมดที่มีอยู่ภายในสำนักกระบี่เทียนซานขึ้นเวลานี้ค่ายกลขุนเขาที่คอยปกป้องมิให้คนนอกเข้ามาภายสำนักกระบี่เทียนซานนั้นได้ถูกหลิงหยุนและเย่ซิงเฉินทำลายลงแล้วย่อมหมายความว่าเวลานี้ศัตรูสามารถบุกเข้ามาภายในสำนักได้อย่างง่ายดายเพราะไร้เกราะป้องกัน ตี๋เสี่ยวเจินจึงทำการเปิดค่ายกลสังหารภายในสำนักกระบี่เทียนซานที่เหลือออกทั้งหมดท่ามกลางเสียงดังครืนๆไปทั่วทั้งบริเวณเวลานี้ค่ายกลซึ่งอยู่รอบยอดเขาทั้งสามเริ่มทำงานแล้ว กำแพงขนาดใหญ่ที่มีกระบี่ลมปราณนับไม่ถ้วนปักอยู่เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จากนั้นกำแพงรอบด้านก็เริ่มแตกออกคล้ายกระจกที่แตกร้าว และปรากฏเป็นคลื่นกระบี่ลมปราณมากมายพวยพุ่งออกมาคลื่นกระบี่ลมปราณเหล่านั้นได้หลอมรวมเข้ากันกลายเป็นกระบี่สวรรค์เล่มใหญ่หลายเล่มกำแพงใหญ่เมื่อครู่ได้มลายหายไป เผยให้เห็นสันเขาที่ทอดยาวอย่างชัดเจนเพียงแค่พริบตาเดียวกระบี่สวรรค์นับพันเล่มได้ปรากฏรายล้อมยอดเขาทั้งสามไว้ แต่ละเล่มล้วนมีความยาวมากกว่าสิบเมตร และปลายกระบี่ล้วนพุ่งเป้าไปที่ยอดเขาปฐพีทั้งสิ้นและนี่คือค่ายกลกระบี่สวรรค์ของสำนักกระบี่เทียนซาน!“ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องมาไม้นี้!”หลิงหยุนร้องตะโกนออกไปพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันเวลานี้หลิงหยุนมาถึงยอดเขาปฐพีแล้ว และจ้าวหมิงถังก็ยังคงไล่ตามเขามาไม่หยุดตี๋เสี่ยวเจินยืนอยู่บนยอดเขาปฐพีจ้องมองหลิงหยุนที่กำลังบุกเข้ามา นางขบฟันด้วยความโกรธแค้นใจพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า