ตอนที่ 992
บทที่ 1422 : หั่นเป็นชิ้นๆ
October 22, 2026
บทที่ 1422 : หั่นเป็นชิ้นๆ หลังจากที่หลิงหยุนทำลายวรยุทธของตี๋เสี่ยวเจินแล้วเขาก็คร้านที่จะสนใจนางอีก เพราะเวลานี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องทำ จ้าวหมิงถังกำลังเหาะหนีไป! ตั้งแต่เริ่มประมือกับหลิงหยุนมาจนถึงเวลานี้จ้าวหมิงถังได้หยิบใช้ทุกอย่างที่ตนมีออกมาจนหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมิอาจทำอะไรหลิงหยุนได้ อีกทั้งค่ายกลกระบี่สวรรค์ที่แข็งแกร่งยังทำอันตรายหลิงหยุนมิได้เลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาเริ่มหมดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างต่อสู้กันนั้นกระบี่เหินของจ้าวหมิงถังยังไม่สามารถทำลายเกราะป้องกันของหลิงหยุนได้ แม้แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่ หลิงหยุนยังสามารถไล่บดขยี้เขาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเวลานี้ลุงของตี๋เสี่ยวเจินก็ยังไม่ปรากฏ จึงเหลือเพียงแค่เขาผู้เดียวที่ต้องประมือกับหลิงหยุน! ที่สำคัญ..กระทั่งถึงเวลานี้ ไพ่ในมือที่แข็งแกร่งอย่างกระบี่พลังหยางบริสุทธิ์ที่เขาได้ยินมานั้น เขาก็ยังไม่เห็นหลิงหยุนนำออกมาใช้ หากไม่รีบหนีในตอนนี้จะรอให้ถึงเมื่อใดกันเล่า จ้าวหมิงถังรู้ว่าครั้งนี้สำนักกระบี่เทียนซานคงต้องสิ้นชื่อแน่และเขาก็ไม่ต้องการถูกหลิงหยุนจับตัวไว้ เมื่อเห็นผู้เฒ่าแห่งสำนักกระบี่เทียนซานยังไม่ปรากฏตัว เขาจึงรีบเหาะหนีออกไปทันที จ้าวหมิงถังเหาะหนีไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของยอดเขาเจงิชโชกูซูซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักกระบี่เทียนซานอย่างรวดเร็ว จ้าวหมิงถังร้อนรนราวกับสุนัขโดนน้ำร้อนเขาหวาดกลัวว่าหลิงหยุนจะเหาะไล่ล่าตามสังหารตนเอง จึงรีบหนีอย่างไม่คิดชีวิต “คิดจะหนีงั้นรึเจ้าอย่าได้ฝันไปเลย!” หลิงหยุนตะโกนเย้ยหยันแต่กลับไม่เหาะไล่ตามจ้าวหมิงถังไป เวลานี้เขายืนอยู่ข้างดวงตาค่ายกลกระบี่สวรรค์ พร้อมกับจับจ้องไปยังร่างของจ้าวหมิงถัง ดวงตาค่ายกลกระบี่สวรรค์ก็คือกระบี่เล่มใหญ่สีเขียวเข้มซึ่งมีขนาดยาวกว่าสามเมตร และกว้างกว่าหนึ่งฟุต ปลายกระบี่ทิ่มลงและอยู่ห่างจากพื้นราวครึ่งเมตร กระบี่เล่มนี้ทำจากโลหะสีเขียวเข้มทั้งด้าม และหลิงหยุนก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์ยิ่ง! แสงสีเขียวสว่างเจิดจ้าเป็นประกายวิบวับหลังจากที่ตี๋เสี่ยวเจินได้รับบาดเจ็บ ก็มิมีผู้ใดควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์นี้ได้อีก กระบี่สีเขียวยังคงหมุนอย่างช้าๆ ค่ายกลนี้จึงยังคงทำงานอยู่ เพียงแต่ กระบี่สวรรค์ยังคงหมุนวนไร้ทิศทาง และในเมื่อขาดตี๋เสี่ยวเจินก็คงไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์ได้อีกแล้ว แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะหลิงหยุนกลับสามารถทำได้! หลิงหยุนเป็นถึงปรมาจารย์แห่งค่ายกลค่ายกลประเภทนี้ เขาเพียงแค่ชำเลืองมองก็สามารถรู้วิธีที่จะควบคุมได้แล้ว และหลิงหยุนก็ได้พินิจสำรวจดูตั้งแต่ที่เหาะมาถึงหน้าสำนักกระบี่สวรรค์แห่งนี้ เวลานี้เขาดูดซับเอาปราณของกระบี่สวรรค์เข้าไปมากมาย เขาจึงมีกระบี่ปราณมากกว่าที่ตี๋เสี่ยวเจินฝึกฝนเสียอีก!“วิชากระบี่เทียนซานงั้นรึ!”หลิงหยุนพึมพำออกมาพร้อมกับยิ้มเย็นจากนั้นจึงหยิบใช้วิชาพลังจักรวาลกระตุ้นกระบี่ลมปราณในร่างของตนที่ดูดซับเข้าไป เข้าสู่กระบี่สีเขียวเข้มตรงหน้าครืน..กระบี่สีเขียวเข้มเล่มใหญ่เริ่มสั่นสะเทือนเสียงดังครืนๆ สนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ แสงสีเขียวสว่างเจิดจ้าขึ้น และเวลานี้ภายในสำนักกระบี่เทียนซานก็กลายเป็นสีเขียวสุกสว่างไปทั่วกระบี่สวรรค์ที่ลอยเคว้งคว้างไร้จุดหมายได้ระเบิดออกกลายเป็นกระบี่ลมปราณกระจัดกระจาย ก่อนจะหลอมรวมเข้ากันใหม่อีกครั้งเป็นกระบี่สวรรค์เก้าเล่ม!ท่ามกลางการระเบิดและรวมรวมใหม่ของกระบี่สวรรค์นั้นทำให้ยอดเขาทั้งสามถึงกับสั่นสะเทือนไปพร้อมกัน ผืนปฐพีราวกับเกิดแผ่นดินไหว และเวลานี้หลิงหยุนก็ได้เปิดค่ายกลกระบี่สวรรค์ขึ้นใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ“นี่..เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เหตุใดเขาจึงสามารถควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์ได้? นี่เขาสามารถใช้พลังสูงสุดของค่ายกลได้ด้วยรึ?”ตี๋เสี่ยวเจินที่กำลังนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้นนั้นเสียงดังครืนๆและแรงสั่นสะเทือนทำให้นางถึงกับต้องลืมตาขึ้นมอง และเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น นางก็ถึงกับตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง“หึ..ยังมีอีกหลายสิ่งที่เจ้าจะรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้!” หลิงหยุนแสยะยิ้มจากนั้นจึงร้องบอกจ้าวหมิงถังผ่านทางกระแสจิต “จ้าวหมิงถัง เจ้านับว่าโชคร้ายยิ่งนัก!”ท่ามกลางท้องนภากระบี่สวรรค์ขนาดใหญ่ทั้งเก้าเล่มสั่นขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะพุ่งออกไป และตรงเข้าใส่ร่างของจ้าวหมิงถังอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันนั้นเร็วกว่ากระบี่สวรรค์ก่อนหน้านี้นับสิบเท่าและด้วยความเร็วของจ้าวหมิงถังในด่านสุดท้ายขั้นก่อสร้างรากฐานต่อให้ใช้พลังวิเศษ ก็ยากที่จะหนีความเร็วของกระบี่สวรรค์ยักษ์ทั้งเก้าพ้น“ไม่..เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน!”จ้าวหมิงถังเห็นหลิงหยุนไม่ได้ไล่ล่าตามตนเองมาก็มั่นใจว่าจะสามารถหนีพ้นไปได้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะสามารถควบคุมค่ายกลกระบี่สวรรค์ได้“นี่เขาเป็นปีศาจหรืออย่างไรกัน”จ้าวหมิงถังแทบอยากจะร้องไห้เมื่อเห็นกระบี่ยักษ์ทั้งเก้าเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของตนเองใกล้ขึ้นมากเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าไม่อาจหนีพ้นได้ จึงได้หันกลับมาพร้อมกับโบกธงวายุในมือเข้าสะกัดกั้นไว้อย่างรวดเร็ว