ตอนที่ 1208
บทที่ 1640 : เปิดค่ายกลสังหาร
October 22, 2026
บทที่ 1640 : เปิดค่ายกลสังหาร หนิงหลิงยู่ใช้กำปั้นกระหน่ำชกเข้าไปที่ปราการสีทองนั้นอย่างต่อเนื่องในหนึ่งลมหายใจ นางชกเข้าไปนับร้อยหมัด แต่ถึงกระนั้น ก็ทำให้ปราการสีทองเพียงแค่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงได้เท่านั้น ยังไม่สามารถทำให้ปราการแตกสลายได้ ดูเหมือนหนิงหลิงยู่เองก็จะรู้ว่าตนเองคงจะไม่สามารถทำลายปราการในชั้นนี้ได้ง่ายๆเป็นแน่ นางจึงได้หยุดทันทีที่ได้ยินคำพูดของหลี่เจี้ยนกัง “อย่าได้กล่าวอะไรที่เพ้อเจ้อไร้สาระออกมาล่ะ!” หลังจากหยุดนิ่งแล้วหนิงหลิงยู่ก็ปรายตามองไปทางหลี่เจี้ยนกัง พร้อมกับร้องบอกเขาด้วยสีหน้า และน้ำเสียงเย็นชา หลี่เจี้ยนกังเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้เพราะจากท่าทางของหนิงหลิงยู่เวลานี้ ทำให้เขารู้สึกว่า ปราการที่ตนเองเคยคิดว่าแข็งแกร่งนั้น อาจจะไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด เขารู้สึกว่า หนิงหลิงยู่นั้นยังไม่ได้ตั้งใจลงมือทำลายค่ายกลอย่างจริงจังต่างหาก คล้ายกับว่า นางเพียงแค่กำลังทดสอบความแข็งแกร่งของมันอยู่เท่านั้น แต่นับว่าโชคดีที่อย่างน้อยหนิงหลิงยู่ยังยอมหยุด เพื่อฟังคำพูดของเขาบ้าง เวลานี้ สิ่งที่หลี่เจี้ยนกังต้องการอย่างยิ่งก็คือ โอกาสสำหรับการต่อรอง “แม่นางหลิงยู่ข้าหลี่เจี้ยนกังเข้าใจดี และจะไม่กล่าววาจาเพ้อเจ้ออันใดโดยเด็ดขาด” หลี่เจี้ยนกังก้าวเท้าเข้าไปด้านหน้าอีกสองก้าวและใกล้กับหนิงหลิงยู่ที่อยู่ด้านนอกปราการมากขึ้น เขาทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ข้าใคร่จะถามแม่นางหลิงยู่ว่าหากสำนักกระบี่คุนหลุนยอมสวามิภักดิ์ต่อแม่นาง สำนักของข้าจะได้ประโยชน์อันใดบ้าง” หลังจากที่เอ่ยถามออกไปเช่นนั้นหลี่เจี้ยนกังก็สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของหนิงหลิงยู่เปลี่ยนเป็นไม่พอใจขึ้นทันที เขาจึงรีบอธิบายเพิ่มเติมว่า “ความแข็งแกร่งของแม่นางหลิงยู่นั้นข้าเองย่อมตระหนักดีแล้ว แต่ต่อให้เจ้าสามารถทำลายค่ายกลเข้ามาได้ ข้าเชื่อว่า ทุกคนในที่นี้ก็คงจะยอมสู้ตายกับเจ้า พวกเขาคงมิยินยอมให้เจ้าจับได้แต่โดยดีแน่ เจ้าคิดเห็นเช่นใดกับคำพูดของข้า” คำพูดของหลี่เจี้ยนกังนั้นประกาศชัดเจนว่าหากหญิงสาวมิยอมเอ่ยปากกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ผู้ใดจะสามารถล่วงรู้ความต้องการของนางได้เล่า เมื่อหนิงหลิงยู่ได้ฟังคำพูดประโยคแรกของหลี่เจี้ยนกังนางก็ดูเหมือนจะหมดความอดทนขึ้นมาในทันที แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเขา นางจึงได้ปรายตามองหลี่เจี้ยนกังอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “หลี่เจี้ยนกังหากเจ้ายอมเปิดปราการให้ข้า ข้าจะยอมถ่ายทอดวิชาบ่มเพาะพลังที่ล้ำเลิศให้แก่เจ้า ด้วยวิชาบ่มเพาะนี้ เจ้าไม่เพียงจะสามารถเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานได้ แต่ยังจะสามารถเข้าสู่ขั้นจินตัน ซึ่งจะนำพาเจ้าให้สามารถเข้าสู่ความเป็นเซียนได้อีกด้วย!” “ห๊ะ!” ทันทีที่หนิงหลิงยู่กล่าวจบเสียงอุทานของเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านหลังหลี่เจี้ยนกังเวลานี้ ก็ดังขึ้นมาแทบจะพร้อมกันในทันที ก่อนจะตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆกันไป “ขั้นจินตันงั้นรึ” “พวกเราต้องเพียรฝึกฝนเนิ่นนานเท่าใดกันจึงจะสามารถเข้าสู่ขั้นนี้ได้”“ข้าได้ยินมาว่าขั้นจินตันเสมือนยาอายุวัฒนะ หากผู้ใดฝึกถึงขั้นนี้ จะมีอายุยืนยาวอย่างน้อยห้าร้อยปีเลยทีเดียว และด้วยคุณสมบัติข้อนี้ คนผู้นั้นก็จะได้เข้าไปในคุนหลุนอีกด้วย..”“อย่าได้ไปฟังคำพูดของนางมารนี่!นางเพียงแค่เอาเรื่องนี้มาหลอกล่อให้เปิดค่ายกลเท่านั้นเอง ข้าไม่เชื่อว่านางจะถ่ายทอดวิชาล้ำเลิศเช่นนี้ให้จริงๆแน่!”“นั่นน่ะสิ!พลังชีวิตในโลกนี้แห้งเหือด หากสามารถเข้าสู่ขั้นจินตันได้ง่ายดายเช่นนี้ ป่านนี้ในคุนหลุนคงมียอดฝีมือขั้นจินตันนับไม่ถ้วนแล้ว!”“เจ้าสำนักหลี่ท่านอย่าได้เชื่อวาจาโป้ปดของนางโดยเด็ดขาด!”หลี่เจี้ยนกังนิ่งคำสนทนาของเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านหลังตนโดยมิได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เขานิ่งเงียบใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยกมือขึ้นห้ามให้ทุกคนอยู่ในนความสงบ จากนั้น จึงได้เงยหน้าขึ้นมองหนิงหลิงยู่ และเอ่ยตอบนางไปว่า“ข้ายอมรับว่าข้อเสนอของเจ้านั้นน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว แต่ขอถามแม่นางหลิงยู่ว่า เคล็ดวิชาที่ล้ำเลิศนี้ จะถ่ายทอดให้ข้าเพียงผู้เดียว หรือถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ทุกคนในสำนักด้วยรึ”หนิงหลิงยู่ตอบกลับโดยแทบไม่ต้องคิด“ในเมื่อเจ้าเป็นผู้เปิดค่ายกลให้กับข้า ข้าย่อมต้องถ่ายทอดให้แกเจ้าเพียงผู้เดียวน่ะสิ! ส่วนชะตากรรมของผู้อื่น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขาเอง เรื่องนี้มิเกี่ยวกับเจ้า!”“…..”หลี่เจี้ยนกังได้แต่นิ่งเงียบไป..“เจ้าสำนักหลี่อย่าได้ฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนางมารโดยเด็ดขาด!”ในเวลานั้นเองหลี่เจี้ยนกังก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้นมา พร้อมกับร่างของเขาที่พุ่งทะยานมายืนอยู่ด้านข้างของหลี่เจี้ยนกัง และเอ่ยขึ้นในทันทีว่า“เจ้าสำนักหลี่นางมารผู้นี้สังหารศิษย์ของพวกเราทั้งเก้าสำนักตายไปมากมาย นางทั้งโหดเหี้ยมป่าเถื่อน ไม่สนใจใยดีที่จะฟังผู้ใดทั้งนั้น!”“ใช่แล้ว!ท่านเจ้าสำนักจางกล่าวได้ถูกต้อง!” เจ้าสำนักเย่วเอ่ยสนับสนุนพร้อมกับเหาะตรงเข้ามายืนด้านข้างของหลี่เจี้ยนกังเช่นกัน พร้อมกับเอ่ยต่อทันที“สำนักของข้าก็ถูกนางมารนี่บุกไปถล่มเช่นกันหากผู้ใดขัดขืนนางแม้แต่น้อยนิด นางจะลงมือสังหารโดยไม่สนใจแม้แต่จะไตร่ถาม..”จูเถี่ยและเย่วจวินซานเหาะเข้าไปประกบหลี่เจี้ยนกังไว้คนละข้าง แม้จะดูเหมือนทั้งคู่กำลังเจรจาโน้มน้าวเจ้าสำนักหลี่ให้เห็นด้วยกับตนเอง แต่หากหลี่เจี้ยนกังคิดที่จะเปิดปราการออกให้หนิงหลิงยู่เข้ามาจริงๆแล้วล่ะก็ พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่ลังเลที่จะสังหารหลี่เจี้ยนกังทันทีเช่นกันและทั้งคู่ก็อยู่ในขั้นก่อสร้างรากฐานแล้วมีหรือที่หลี่เจี้ยนกังจะสามารถรับมือได้..เวลานี้ศัตรูก็เฝ้าอยู่ด้านนอก สหายภายในก็จ้องที่จะสังหารเอาชีวิต!หลี่เจี้ยนกังได้แต่นึกขมขื่นใจและคำพูดของหนิงหลิงยู่เมื่อครู่ ก็ได้ทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านใน ถึงกับแตกออกเป็นสองกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด��