ตอนที่ 1211
บทที่ 1643 : ก็แค่ขั้นจินตัน
October 22, 2026
บทที่ 1643 : ก็แค่ขั้นจินตัน ภายในค่ายกลปราการของสำนักกระบี่คุนหลุนหลี่เจี้ยนกังผสานมือทั้งสองไว้ด้านหน้า โน้มศรีษะลงทำการคาราวะ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “หลี่เจี้ยนกังเจ้าสำนักกระบี่คุนหลุน ขอขอบคุณท่านทั้งสองยิ่งนัก!” หลังจากที่หวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนเหาะกลับมา หลี่เจี้ยนกังจึงรีบเปิดค่ายกล เชื้อเชิญยอดฝีมือทั้งสองคนให้เข้าไปด้านในทันที พร้อมกับแสดงความเคารพคนทั้งคู่ด้วยการคาราวะ สำนักกระบี่คุนหลุนมีหน้าที่ปกป้องทางเข้าคุนหลุนในขณะที่หวังคุนหลุน และจ้าวคุนหลุนเอง ต่างก็มีหน้าที่ปกป้องประตูคุนหลุนเช่นกัน แต่แน่นอนว่าหากเทียบฐานะของคนทั้งสามแล้ว ทั้งหวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนนั้น ต่างก็มีฐานะที่สูงส่งกว่าหลี่เจี้ยนกัง ฉะนั้นแล้วเขาจึงสามารถออกคำสั่งกับหลี่เจี้ยนกังได้ ในฐานะที่ตนเองเป็นเสมือนผู้บังคับบัญชา ทั้งหวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนมิได้พำนักอยู่ในสำนักกระบี่คุนหลุนแต่ทั้งคู่ปักหลักอยู่ใกล้ๆกับประตูคุนหลุน และมีหน้าที่คอยปกปักรักษาประตูคุนหลุนซึ่งมีมาเนิ่นนาน หากอยู่คุนหลุนยอดฝีมือทั้งสองจะถูกเรียกขานว่า ‘ผู้อารักขาประตู’ ซึ่งผู้ที่มารับหน้าที่นี้จะถูกสับเปลี่ยนทุกๆสิบปี และหลังจากปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะได้รับค่าตอบแทนอย่างงามเลยทีเดียว ฉะนั้น พวกเขาทั้งคู่จึงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็ง และตั้งอกตั้งใจ หน้าที่ของผู้อารักขาประตูคุนหลุนนั้นหลักๆคือต้องคอยปกป้องดูแล มิให้ผู้ฝึกวรุยทธบ่มเพาะภายนอก บุกรุกเข้าไปภายในคุนหลุนได้ แต่เพราะหน้าที่ที่ยาวนานถึงสิบปี และต้องอาศัยอยู่นอกคุนหลุนตลอดเวลานั้น ทำให้ผู้ที่ได้รับหน้าที่อารักขาประตูรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่บ้าง.. และที่สำคัญพลังชีวิตภายนอกคุนหลุนนั้นล้วนเหือดแห้งเต็มที ความหนาแน่นของพลังชีวิตด้านนอก จึงแตกต่างจากพลังชีวิตที่อยู่ภายในคุนหลุนมากทีเดียว ฉะนั้น การอยู่นอกคุนหลุนเป็นเวลานานๆ ย่อมทำให้การฝึกวรยุทธบ่มเพาะของผู้ที่ทำหน้าที่อารักขาประตูล่าช้าตามไปด้วย แม้ว่าจะมีข้อเสียดังที่กล่าวมาแต่รางวัลตอบแทนที่จะได้รับหลังจากหมดวาระหน้าที่นั้น ก็เป็นที่ดึงดูดความสนใจของเหล่าศิษย์คุนหลุนไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นวิชาบ่มเพาะพลังที่จะได้รับถ่ายทอด หรือโอสถ และหินล้ำค่าชนิดต่างๆ แล้วยังมีอย่างอื่นอีกมากมาย แม้ผู้มารับหน้าที่อารักขาประตูคุนหลุนจะต้องประสบกับปัญหาการฝึกฝนที่ล่าช้าไปนานนับสิบปี แต่หลังจากหมดวาระ และด้วยรางวัลต่างๆที่ได้รับหลังจากปฏิบัติหน้าที่จบสิ้นนั้น มันมากมายพอที่จะให้คนผู้นั้นสามารถฝึกวรยุทธบ่มเพาะ ได้ก้าวหน้าภายในเวลาอันรวดเร็วเลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถพัฒนาขั้นได้พร้อมกับถึงสามขั้นในคราได้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่าคนผู้นั้นจะไม่ถูกสังหารตายอยู่ภายนอกคุนหลุนเสียก่อน! ด้วยเหตุนี้งานอารักขาประตูคุนหลุน แม้จะเป็นงานที่น่าเบื่อหน่าย และทำให้ล่าช้าต่อการฝึกบ่มเพาะพลัง แต่ศิษย์น้อยใหญ่จากสำนักต่างๆในคุนหลุน ก็ล้วนแล้วแต่แย่งชิงกันที่จะได้มาปฏิบัติหน้าที่นี้ ส่วนชื่อของผู้อารักขาประตูคุนหลุนนั้นจะเรียกขานกันด้วยฉายา คือใช้แซ่ตระกูลนำหน้า และตามด้วยคำว่าคุนหลุน หลังจากทำหน้าที่ครบสิบปีแล้ว ฉายานี้ก็จะไม่ถูกนำมาเรียกขานคนผู้นั้นอีก แม้จะต้องสูญเสียเวลาไปนานถึงหนึ่งทศวรรษแต่หลังจากนั้น ก็จะมีโอกาสพัฒนาขั้นได้ในคราวเดียวถึงสอง หรือสามขั้นใหญ่เช่นนี้ จึงมีศิษย์คุนหลุนมากมายหลายคน ที่ต้องการจะมาทำหน้าที่ผู้อารักขาประตูนี้ เพื่อที่จะได้มีโอกาสได้รับทรัพยากรมากมายในการฝึกฝนบ่มเพาะพลัง อีกทั้งการได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อารักขาประตูคุนหลุนนั้นก็นับเป็นหน้าที่ที่มีความปลอดภัยต่อชีวิตสูงยิ่งนัก นั่นเพราะตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมานี้ มิเคยมีผู้ใดหาญกล้า ที่จะคิดบุกรุกล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนคุนหลุนเลยสักครั้ง ฉะนั้นผู้อารักขาประตูคุนหลุนที่ผ่านๆมา ต่างก็ได้กลับเข้าไปในคุนหลุนอย่างปลอดภัย และสามารถฝึกฝนจนก้าวหน้าได้อย่างง่ายดาย และด้วยเหตุผลนี้นับวัน ผู้ที่ถูกส่งออกมาทำหน้าที่อารักขาประตูคุนหลุนนั้น จึงมักเป็นผู้ผู้ที่ยังมีขั้นพลังบ่มเพาะไม่สูงนัก แม้แต่จางคุนหลุนและหลี่คุนหลุนเอง ก็ยังอยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่เท่านั้น เรื่องนี้อาจมองเป็นความประมาทเลินเล่อของคุนหลุนก็ได้หรืออาจจะมองว่า เป็นเพราะคุนหลุนแข็งแกร่ง จนมิมีผู้ใดหาญกล้าที่จะบุกรุกเข้าไปก็ได้เช่นกันแต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามงานอารักขาประตูคุนหลุน ก็นับเป็นหน้าที่ที่ปลอดภัยอย่างมาก ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดมาเฝ้าอารักขาประตู ก็คงจะไม่แตกต่างกัน..แม้ที่ผ่านมาหลายร้อยปีจะมิเคยมีชาวยุทธคนใด กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องบุกรุกเข้าไปในดินแดนคุนหลุน แต่ก็ใช่ว่าปัจจุบันจะมิมีผู้ที่คิดเช่นนั้น..และคนผู้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิงหยุน!หลังจากงานชุมนุมชาวยุทธในคืนนั้นหลิงหยุนได้สร้างความหวาดกลัวให้กับจางคุนหลุน และหลี่คุนหลุนเป็นอย่างมาก ยอดฝีมือทั้งสองของคุนหลุนกลับมาด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสบุคคลที่รับผิดชอบในเรื่องนี้เริ่มตระหนักถึงสถานการณ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้ ทำให้คุนหลุนต้องส่งยอดฝีมือมาทำหน้าที่อารักขาประตูใหม่ ซึ่งก็คือหวังคุนหลุน และจ้าวคุนหลุนนั่นเอง!ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทั้งคู่รอคอยเสียที นับจากนี้ไปอีกสิบปี ยอดฝีมือทั้งสองคนเชื่อว่า หลังจากที่พวกเขาได้กลับเข้าคุนหลุนอีกครั้ง ด้วยรางวัลที่ได้รับหลังการปฏิบัติหน้าที่ ย่อมทำให้พวกเขาทั้งคู่ สามารถเข้าสู่ขั้นจินตันได้อย่างแน่นอนด้วยเหตุนี้ทั้งหวังคุนหลุน และจ้าวคุนหลุนจึงรู้สึกอิ่มเอมใจ และมีความสุขอย่างมาก..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าทั้งคู่ได้มาทำหน้าที่อารักขาประตูคุนหลุนได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน จู่ๆ หนิงหลิงยู่ก็บุกถล่มสำนักน้อยใหญ่บนเทือกเขาคุนหลินจนสิ้น จากทิศบูรพาจรดทิศประจิม ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด ล้วนแล้วแต่ถูกหนิงหลิงยู่บุกทำลายจนสิ้น หญิงสาวผู้นี้เข่นฆ่าศิษย์สำนักต่างๆ ราวกับผักปลา อีกทั้งยังไม่มีวี่แววว่าจะยอมรามืออีกด้วย..และทันทีที่หลี่เจี้ยนกังได้รับข่าวคราวในเรื่องนี้เขาก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า เป้าหมายของหนิงหลิงยู่นั้น คือสำนักกระบี่คุนหลุนของตน!สำนักน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาคุนหลุนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานของยอดฝีมือที่เข้าคุนหลุนไปทั้งสิ้น จะนับว่าเป็นเสมือนพี่เสมือนน้องกับสำนักกระบี่คุนหลุนก็ย่อมได้หลี่เจี้ยนตระหนักว่าสถานการณ์ในครั้งนี้นับว่าสำคัญยิ่ง อีกทั้งเพื่อเป็นการปกป้องสำนักกระบี่คุนหลุนของตนเองด้วย เขาจึงได้รายงานเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ให้กับทางคุนหลุนทราบ และยังได้ร้องขอให้คุนหลุนส่งยอดฝีมือมาช่วยด้วย แม้ว่าในยามนั้น เขาจะค่อนข้างมั่นใจในอานุภาพของค่ายกลสำนักกระบี่คุนหลุนมากก็ตามด้วยเหตุนี้ชียวิ๋นจื่อจึงได้ปรากฏตัวขึ้นทันเวลา และการที่คุนหลุนส่งชียวิ๋นจื่อมานั้น เพราะเขาเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นจินตันได้ อีกทั้งยังเป็นอดีตเจ้าสำนักกระบี่คุนหลุนมาก่อนด้วย จึงมิมีผู้ใดเหมาะสมกับหน้าที่นี้เท่าชียวิ๋นจื่ออีกแล้วหลังจากที่ได้ยินหลี่เจี้ยนกังเรียกขานฉายาของยอดฝีมือทั้งสองที่เพิ่งมาถึงเจ้าสำนักน้อยใหญ่ที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างก็พากันทำการคาราวะพวกเขาทั้งคู่ และรีบเข้าไปทักทาย พร้อมกับเอ่ยขอบคุณในทันทีเช่นกันแต่หวังคุนหลุนกับจ้าวคุนหลุนนั้นดูเหมือนจะไม่สนใจใยดีกับเจ้าสำนักคนอื่นๆนัก พวกเขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้นหลังจากนั้นหวังคุนหลุนจึงหันไปเอ่ยกับหลี่เจี้ยนกังว่า “เจ้าสำนักหลี่ เจ้านับว่าทำงานได้ดีเยี่ยมยิ่งนัก! ที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ และรายงานเหตุการณ์ให้คุนหลุนรู้ได้ทันท่วงที รอให้ปัญหาครั้งนี้สะสางเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะรายงานความจริงทั้งหมดให้คุนหลุนทราบ เชื่อว่าเจ้าคงจะได้รับรางวัลอย่างงามทีเดียว!”หลี่เจี้ยนกังประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกันพร้อมกับโน้มศรีษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว“นี่เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอบคุณท่านทั้งสองยิ่งนัก!”ส่วนจ้าวคุนหลุนนั้นดูเหมือนจะเป็นคนที่พูดน้อย เพราะตั้งแต่ที่เขาปรากฏตัวจนถึงเวลานี้ ก็เพียงแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา สีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก