ตอนที่ 1213
บทที่ 1645 : ผู้มาใหม่
October 22, 2026
บทที่ 1645 : ผู้มาใหม่ หลังเหาะออกมาจากทะเลสาบได้ชียวิ๋นจื่อก็มุ่งหน้าไปยังสำนักกระบี่คุนหลุนด้วยความเร็วสูงสุด และแทบไม่ต้องรอให้หลี่เจี้ยนกังเปิดค่ายกลให้ เขาจัดการเปิดค่ายกลเอง และเหาะเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว “อาจารย์ปู่ท่านกลับมาแล้วรึ” “ฮ่าๆๆท่านอาจารย์ชียวิ๋นจื่อกลับมากว่าที่คิดไว้มาก ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!” “ท่านอาจารย์ชียวิ๋นจื่อสมกับเป็นผู้เยี่ยมยุทธในขั้นจินตันจริงๆ!” “นั่นน่ะสิ!ด้วยความแข็งแกร่งของท่านอาจารย์ชียวิ๋นจื่อ การจะสังหารนางมารในขั้นจิ่วเฉิงชี่ ย่อมเป็นเรื่องง่ายดายนัก!” “ดูท่าร่างของนางมารผู้นั้นคงจะถูกทำลายย่อยยับจนไม่เหลือสินะ!” “เอ๊ะนั่น..เหตุใดที่ไหล่ทั้งสองข้างของท่านอาจารย์ชียวิ๋นจื่อ จึงได้มีโลหิตไหลออกมาเช่นนั้น” “จริงด้วย!ดูเหมือนอาวุโสจะได้รับบาดเจ็บ..” “อาจารย์ปู่นี่ท่านได้รับบาดเจ็บมางั้นรึ” หลังจากที่ชียวิ๋นจื่อเหาะลงมายืนอยู่ตรงหน้าหลี่เจี้ยนกังก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สีหน้าของเขานั้นบ่งบอกว่า ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น เวลานี้ภายในสำนักกระบี่คุนหลุน กลับกลายเป็นเงียบสงัด และแทบไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ.. “เจ้าถอยออกไป!” ชียวิ๋นจื่อตวาดหลี่เจี้ยนกังเสียงดังพร้อมกับผลักร่างของเขาจนกระเด็นออกไป จิตใจของชียวิ๋นจื่อในขั้นจินตันนั้นต้องบอกว่าหนักแน่นไม่หวั่นไหวได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงผู้คนชื่นชมก่อนหน้านี้ หรือกระทั่งอาการบาดเจ็บของตนเอง ก็ล้วนแล้วแต่มิได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาแม้แต่น้อย เวลานี้ชียวิ๋นจื่อยืนถือกระบี่ทองคำไว้ในมือ พร้อมกับสร้างค่ายกลปราการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น ก็ได้แต่ร้องบอกทุกคนที่อยู่ด้านในว่า “พวกเจ้าจงฟังข้าให้ดีเวลานี้นางมารได้เข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานแล้ว..” “ห๊ะ!!” หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชียวิ๋นจื่อทุกคนในที่นั้นต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง! ภายในช่วงเวลาเพียงแค่สั้นๆแต่นางมารกลับสามารถทะลวงขั้นพลังได้อย่างนั้นรึ การทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานสามารถทำได้ง่ายดายเช่นนี้เชียวหรือ มิใช่ต้องมีโอสถล้ำเลิศอีกทั้งต้องเก็บตัวฝึกฝนบ่มเพาะพลังเป็นเวลาสองสามเดือนเป็นอย่างน้อยหรอกหรือ เหตุใดการทะลวงขั้นพลังจึงสามารถทำได้ในระหว่างที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับศัตรูในขั้นจินตันด้วย เวลานี้ทุกคนต่างก็มีคำถามมากมายอยู่ในหัว เพราะเรื่องที่ชียวิ๋นจื่อบอกกับทุกคนนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะทำใจให้เชื่อได้.. “นางมารมีพลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!แม้แต่ข้าเองยังไม่สามารถสังหารนางได้ ตรงกันข้าม หากข้าประมาท ก็คงจะถูกนางมารนั่นสังหารตายไปแล้ว!” ดูเหมือนชียวิ๋นจื่อจะเป็นผู้ที่มีอุปนิสัยตรงไปตรงมาอย่างมากเขาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดไปตามความจริง โดยไม่คิดที่จะปกปิดเพื่อรักษาหน้าตนเองเลยแม้แต่น้อย “ด้วยเหตุนี้ข้าจึงได้ตัดสินใจเหาะกลับมาที่นี่ก่อน และจะเป็นผู้ควบคุมค่ายกลปราการนี้เอง พวกเราทั้งหมดคงจะต้องหลบอยู่ภายในปราการไปก่อน จนกว่านางมารจะยอมล่าถอยไปเอง..”“น้อมรับคำสั่งอาวุโส..”หลังจากได้ฟังคำสั่งของชียวิ๋นจื่อทุกคนในที่นั้นต่างก็ร้องตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน และเวลานี้ ทั้งหมดก็เริ่มสงบลงมากขึ้นชียวิ๋นจื่อไม่สนใจยอดฝีมือรอบตัวเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะทั้งหมดนี้ ไม่มีผู้ใดเลยที่จะสามารถแบ่งเบาภาระของตนได้ นอกจากเป็นภาระให้ตนเองต้องปกป้อง เขาจึงได้หันไปเอ่ยกับยอดฝีมือทั้งสองจากคุนหลุนแทน“พวกท่านทั้งสองจงฟังให้ดี!จุดประสงค์ของนางมารนั้น หาใช่เพราะต้องการทำลายสำนักน้อยใหญ่บนเทือกเขาคุนหลุน แต่ทั้งหมดที่นางทำไป ก็เพียงเพราะความสนุกสนานเท่านั้น นางเข่นฆ่าผู้คนไม่เลือกเพราะต้องการบีบให้คนของคุนหลุนปรากฏตัว นางจะได้หาทางเข้าคุนหลุนเพื่อประโยชน์บางอย่างสำหรับตัวนางเอง..”หวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนถึงกับนิ่งไปด้วยความตกตะลึงผ่านมานับร้อยๆปี ทั้งคู่ก็เพิ่งเคยได้เผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้“พวกท่านสองคนต้องพยายามหาหนทางรายงานเรื่องนี้กลับไปที่คุนหลุนให้ได้นี่เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งนัก!”หลังจากที่ชียวิ๋นจื่อกล่าวจบหวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนต่างก็หันไปมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน“เช่นนั้นพวกเรารีบไปกันเลย!”“ช้าก่อน!”ทันทีที่ทั้งยอดฝีมือจากคุนหลุนทั้งสองกำลังจะเหาะออกไปชียวิ๋นจื่อก็ได้รีบร้องห้ามไว้ก่อน พร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และกำชับว่า“เวลานี้นางมารผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหากเจ้าเหาะไปทางนี้นางมารจะต้องสงสัยเป็นแน่ ทางที่ดีเจ้าควรเหาะไปทางตรงกันข้ามเสียก่อน รอจนกระทั่งนางมารนั่นบุกโจมตีค่ายกลปราการนี้เมื่อใด เจ้าจึงค่อยหาหนทางหนีกลับไปคุนหลุน..”“ยังมีอีกเรื่อง..”แต่ครั้งนี้ชียวิ๋นจื่อใช้วิธีสื่อสารผ่านทางจิต–นางมารผู้นี้คล้ายเป็นเซียนมาจุติ! พวกท่านทั้งสองอย่าลืมรายงานเรื่องสำคัญนี้ให้คุนหลุนรู้ด้วย–หลังจากได้ฟังหวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนต่างก็หันไปมองหน้ากันทันที ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่..“อาวุโสโปรดรักษาเนื้อรักษาตัวด้วยพวกเราขออำลาไปก่อน!”ยอดฝีมือคุนหลุนทั้งสองโน้มศรีษะลงคำนับชียวิ๋นจื่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะเหาะออกไปยังทิศทางที่เขาแนะนำหลังจากหวังคุนหลุนและจ้าวคุนหลุนจากไปแล้วชียวิ๋นจื่อจึงได้นั่งลงขัดสมาธิ และเริ่มเดินพลังปราณในขั้นจินตันรักษาบาดแผลที่ไหล่ทั้งสองข้าง พร้อมกับกลืนโอสถรักษาอาการบาดเจ็บจากนั้นจึงเริ่มสร้างความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลปราการต่อ ในขณะเดียวกัน ก็เรียกกระบี่เหินออกมาเตรียมพร้อม เขามั่นใจว่า ด้วยพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งของตนเวลานี้ จะสามารถควบคุมกระบี่เหินได้ในระยะกว่าร้อยกิโลเมตรทีเดียวเวลานี้แม้ตัวของชียวิ๋นจื่อจะอยู่ภายในค่ายกลปรากการ แต่หนิงหลิงยู่นั้นก็ยังอยู่ในรัศมีการรับรู้ของเขาโดยตลอดจนกระทั่งถึงตอนนี้ชียวิ๋นจื่อยังไม่รู้ว่า ตนเองควรจะหัวเราะ หรือว่าร้องไห้ดี เพราะแค่ประมือกับหญิงสาวเพียงยกแรก เขากลับเป็นฝ่ายต้องถอยหนี หากให้ผู้ใดล่วงรู้เข้า เขาคงต้องถูกหัวเราะเยาะอย่างแน่นอนแต่ก็นับว่ายังโชคดีที่เขาไม่ถูกนางมารนั่นสังหารตายไปเสียก่อน!ยอดฝีมือขั้นจินตันกลับรู้สึกโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ไม่ถูกหญิงสาวในขั้นก่อสร้างรากฐานสังหารตายอย่างนั้นหรือแต่ถึงอย่างนั้นชียวิ๋นจื่อก็มิได้ใส่ใจอะไรนัก เขายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยจิตใจที่สงบ นั่นเพราะเขาเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ขั้นพลังบ่มเพาะ กับความแข็งแกร่งแท้จริงนั้น สองสิ่งนี้ล้วนเป็นคนละเรื่องกัน.. หากคู่ต่อสู้ของเขาที่อยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่แต่กลับสามารถรับมือกับกระบี่เหินของเขาได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เมื่อคนผู้นั้นเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐาน จะสามารถสังหารตนเองได้!อีกทั้งอาวุธของนางมารก็เป็นถึงยุทธภัณฑ์ระดับเต๋าซึ่งสามารถทำลายเกราะป้องกันของเขาได้อย่างง่ายดาย เช่นนี้แล้ว จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่นางมารผู้นี้จะไม่สามารถสังหารเขาได้..ชียวิ๋นจื่อรู้ดีว่าที่นางมารเมตตาไม่สังหารเขาในทันทีนั้น ก็เพราะเขามิได้ตั้งใจสังหารนางในคราแรกแม้จะมีโอกาส นางจึงได้ไว้ชีวิตเขาก่อน..