ตอนที่ 1215
บทที่ 1648 : การเผชิญหน้าของสองพี่น้อง
October 22, 2026
บทที่ 1648 : การเผชิญหน้าของสองพี่น้อง ในระหว่างที่ยุทธภัณฑ์ระดับเต๋าทั้งสองกำลังปะทะกันอย่างหนักหน่วงรุนแรงนั้น รัศมีพลังของกระบี่ทั้งสองเล่มที่แผ่ซ่านออกไปเป็นวงกว้าง ก็รุนแรงอย่างมากด้วย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นจินตัน แม้เพียงแค่โดนรัศมีในระยะไกลนี้เข้าไป ก็คงต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้วอย่างแน่นอน แต่เวลานี้ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองซึ่งอยู่กลางวงรัศมีพลังนั้น กลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย! เวลานี้แม้ว่าหนิงหลิงยู่จะยังอยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก แต่หญิงสาวก็ยังสามารถควบคุมดอกบัวทองคำ ให้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันของตนเองได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกัน ก็ควบคุมกระบี่เหินให้จู่โจมหลิงหยุนอย่างต่อเนื่อ ในขณะที่หลิงหยุนนั้นดูเหมือนจะดุดันมากกว่าหนิงหลิงยู่มากในเสี้ยววินาทีที่อันตราย และวิกฤติอย่างมากนั้น กระบี่จักรพรรดิมังกรได้พุ่งออกมาจากจุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของเขาในทันที ในขณะที่ตราหยกจักรพรรดิก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นกว่าสามเมตร ปกป้องหลิงหยุนที่อยู่ด้านหลังไว้ได้อย่างปลอดภัย ในวินาทีก่อนที่กระบี่ของทั้งคู่จะปะทะกันนั้นดูเหมือนทั้งสองฝ่ายต่างก็สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าว่า จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง ทั้งคู่จึงสามารถปกป้องตนเองไว้ได้ทันเวลา! และด้วยเหตุนี้เองผู้ที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศทั้งสอง จึงไม่ได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่! ในระยะที่ประชิดตัวเช่นนี้รวมถึงระยะเวลาที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจม หรือการป้องกัน ทั้งสองฝ่ายล้วนแล้วแต่ต้องคาดเดาล่วงหน้า ทั้งยังจะต้องคาดเดาได้อย่างแม่นยำถูกต้องอีกด้วย! และทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยมุมมองที่ลึกซึ้งและปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วว่องไว จึงจะสามารถทำได้สำเร็จ! ชียวิ๋นจื่อได้แต่ยืนตกตะลึง.. เขาย้อนถามตัวเองว่าหากเขาต้องเผชิญหน้ากับหนิงหลิงยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ เขาจะสามารถรับมือได้อย่างที่หลิงหยุนทำหรือไม่ คำตอบคือไม่! ในสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ชียวิ๋นจื่อเชื่อว่า หนิงหลิงยู่จะสามารถทำลายเกราะป้องกัน และจู่โจมเขาได้ในที่สุด และเขาก็คงต้องหาทางหนีเอาตัวรอด หลังจากถูกอีกฝ่ายแทงเข้าสองสามแผลเป็นแน่.. แต่เวลานี้ทั้งสองฝ่ายกลับไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย! ชียวิ๋นจื่อรับรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีสัญชาติญาณของการต่อสู้อยู่ในตัว ซึ่งสัญชาติญาณเช่นนี้ ไม่อาจบอกได้ว่า ต้องผ่านการต่อสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลกมากี่ครั้งกี่ครา และต้องผ่านกองซากศพเท่าขุนเขา หรือทะเลโลหิตมามากเท่าใด จึงจะสามารถมีสัญชาติญาณเช่นนี้ได้! สำหรับตัวเขาเองนั้น.. นับแต่ที่เข้าคุนหลุนไปก็เอาแต่ฝึกฝนวรุยทธบ่มเพาะ และเพลงกระบี่จนเข้าสู่ขั้นจินตัน แม้จะเคยได้ลงมือต่อสู้อยู่สองสามครั้ง แต่เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกวรยุทธบ่มเพาะ และเพลงกระบี่เพื่อพัฒนาขั้นพลังของตนเอง แม้จะเข้าสู่ขั้นจินตันได้ แต่สัญชาติญาณในการต่อสู้ของเขานั้น กลับยังอ่อนด้อยกว่าหนุ่มสาวทั้งสองมากนัก “นี่สินะจึงจะเรียกว่าการต่อสู้อย่างแท้จริง!” เวลานี้รัศมีจิตหยั่งรู้ของชียวิ๋นจื่อ ดูเหมือนจะมีเพียงภาพการต่อสู้ของชายหนุ่ม และหญิงสาวทั้งสองเท่านั้น ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมให้พลาดรายละเอียดในการต่อสู้ไปแม้แต่ฉากเดียว สีหน้าของชียวิ๋นจื่อเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก! ในสายตาของชียวิ๋นจื่อเวลานี้หนุ่มสาวทั้งสองคนตรงหน้าเขานั้น นับเป็นปรมาจารย์ผู้มีกำลังภายใน และวรยุทธล้ำลึก หาใช่เด็กนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยไม่! ชียวิ๋นจื่อรู้เพียงแค่ว่าในศึกการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้ หรือว่าชนะ ตราบใดที่เขาสามารถเอาชีวิตรอดกลับไปคุนหลุนได้ เขาจะต้องทุ่มเทตนให้กับการฝึกวรยุทธบ่มเพาะ ให้สามารถเข้าสู่ขั้นหยวนอิงให้ได้โดยเร็วเท่าที่จะทำได้และแน่นอนว่าเวลานี้ผู้ที่สามารถมองเห็นการต่อสู้ของสองพี่น้อง ซึ่งอยู่นอกค่ายกลปราการได้นั้น ก็เห็นจะมีแต่ชียวิ๋นจื่อมือกระบี่ขั้นจินตันผู้เดียวเท่านั้น คนอื่นๆเห็นเพียงแค่รัศมีพลังที่พวยพุ่งออกมาเท่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลี่เจี้ยนกังที่แทบไม่เห็นอะไรแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจนัก และเวลานี้เขาแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเสียมากกว่าจู่ๆหลิงหยุนก็ปรากฏตัว ซึ่งไม่ผิดจากที่เขาคาดเดาไว้ เขาแอบคิดไว้อยู่แล้วว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหนิงหลิงยู่ในการบุกถล่มสำนักน้อยใหญ่บนเทือกเขาคุนหลุนนั้น ก็คือหลิงหยุน!ก่อหน้านี้หลิงหยุนสามารถเข้ามาในค่ายกลปราการได้อย่างง่ายดาย ทำให้หลี่เจี้ยนกังได้แต่เตรียมตัวเตรียมใจที่จะจบชีวิตรอไว้แล้วแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ หลิงหยุนก็จะออกไปอีก!หลังจากที่สองพี่น้องสนทนากันอยู่ครู่หนึ่งและดูเหมือนหลิงหยุนจะชวนหนิงหลิงยู่ให้กลับบ้าน แต่ยังไม่ทันไร หลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่ก็ปะทะกันอย่างดุเดือด!จู่ๆหลิงหยุนก็กลับกลายมาอยู่ข้างตนเองเช่นนี้ จะไม่ให้หลี่เจี้ยนกังตื่นเต้นดีใจได้อย่างไรกันเล่า เขาแทบอยากจะกระโดดตัวลอยพร้อมกับร้องเชียร์หลิงหยุน!หลี่เจี้ยนกังไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ๆพี่ชายกับน้องสาวคู่นี้จึงได้กลายมาเป็นศัตรู ที่ต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ และเขาเองก็ไม่ต้องการที่จะหาเหตุผลด้วย อีกทั้งนี่หาใช่เวลามานั่งวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้..เขารู้เพียงแค่ว่าเวลานี้หลิงหยุนได้เปลี่ยนมาอยู่ข้างตนเองแล้ว และเทพแห่งสงครามผู้นี้ ก็กำลังยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างพวกเขาด้วย ทำให้เขารู้สึกฮึกเหิม และพร้อมที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหยุนขึ้นมาทันที!หากจะพูดว่าการปรากฏตัวของหลิงหยุนเช่นนี้ ทำให้จิตวิญญาณนักสู้ในตัวของหลี่เจี้ยนกัง ฮึกเหิมขึ้นได้มากกว่าการปรากฏตัวอาจารย์ปู่ชียวิ๋นจื่อ ก็เกรงว่าจะเป็นการไร้มารยาทจนเกินไป!การได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเทพแห่งสงครามอย่างหลิงหยุนทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้มากกว่า!……ภายนอกค่ายกลปราการเวลานี้..ทั้งหลิงหยุนและหนิงหลิงยู่ต่างก็เหาะกลับหัวและแยกย้ายออกห่างกันราวหนึ่งกิโลเมตรได้..สำหรับทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างก็คิดว่า นี่คือระยะห่างในการต่อสู้ที่เหมาะสมที่สุดของพวกเขา ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเผชิญหน้าในระยะกระชั้นชิดของคนธรรมดาทั่วไปหนิงหลิงยู่ยังคงควบคุมกระบี่ของตนเองให้จู่โจมหลิงหยุนอย่างต่อเนื่องส่วนสายตานั้นคอยกวาดมองหลิงหยุน และกระบี่วิเศษของเขาเป็นครั้งคราว ลูกนัยน์ตาของหนิงหลิงยู่สั่นระริกในขณะที่เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีของวิเศษล้ำค่ามากมายถึงเพียงนี้!”