ตอนที่ 1217
บทที่ 1650 : จักรพรรดินีแห่งเทพ
October 22, 2026
บทที่ 1650 : จักรพรรดินีแห่งเทพ ในเวลานั้นกระบี่ในมือของหลิงหยุน ก็ได้ฟันเข้ากับกระบี่ทองคำในมือของหนิงหลิงยู่จนหักออก.. ก่อนหน้าที่จะประมือกันมาถึงตอนนี้หากหลิงหยุนจู่โจม และหนิงหลิงยู่ไม่สามารถรับมือได้ นางจะรีบกระโดดถอยหลังหลบทันที แต่ครั้งนี้ไม่เพียงหญิงสาวไม่กระโดดถอยหลังหนี แต่ยังไม่ยอมหลบอีกด้วย! และในวินาทีนั้นสีหน้าของหนิงหลิงยู่พลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แววตาของนางเต็มไปด้วยความงุนงง และตื่นตระหนก ปากก็ร้องบอกหลิงหยุนว่า “พี่ใหญ่นี่ข้าเอง.. หลิงยู่!” หลิงหยุนตกใจสุดขีดและรีบชักกระบี่ในมือกลับออกมาทันที! จากนั้นดอกบัวทองคำอีกสองดอก ก็ได้กลายเป็นกระบี่ทองคำในมือของหนิงหลิงยู่ ก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าใส่หน้าอก และท้องน้อยของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว! “โอ๊ะ!” หลังจากที่ถูกกระบี่ทองคำทั้งสองเล่มแทงเข้าใส่ร่างหลิงหยุนก็ถึงกับร้องอุทานออกมาเพราะความเจ็บปวด แต่หลิงหยุนไม่รอให้อีกฝ่ายได้ลงมือซ้ำ ร่างของเขาได้อันตรธานหายไปจากบริเวณนั้นทันที! และเพียงแค่อึดใจเดียวก็ไปปรากฏตัวห่างออกไปไกลหลายกิโลเมตร! หนิงหลิงยู่ตั้งใจแทงเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนอย่างสุดกำลังแต่นางก็ไม่คิดที่จะเหาะไล่ตามหลิงหยุนไป นางยังคงยืนจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาเย้ยหยัน พร้อมกับหัวเราะคิกคัก ก่อนจะร้องตะโกนถามออกไปว่า “เป็นอย่างไรบ้างเล่า” หลิงหยุนยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบโต้และได้เรียกยันต์บำบัดระดับเจ็ดออกมาปิดไว้ที่บาดแผลทั้งสองอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นถึงยันต์ระดับเจ็ดแต่บาดแผลของหลิงหยุนเวลานี้ไม่ธรรมดา กระบี่ยาวของหนิงหลิงยู่หลอมด้วยพลังอมตะ ฉะนั้น เมื่อแทงเข้าไปในร่างของหลิงหยุน จึงไม่เพียงสร้างบาดแผลภายนอกเท่านั้น แต่ยังทำให้เส้นลมปราณภายในร่างของเขาได้รับความเสียหายด้วย ยันต์บำบัดจึงไม่สามารถที่จะรักษาอาการบาดเจ็บให้หายได้ในฉับพลันทันที! “เจ้าลองคาดเดาดูสิว่าเมื่อครู่เป็นาง หรือข้ากันแน่” หลังจากเห็นหลิงหยุนนิ่งเงียบไปหนิงหลิงยู่ก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องใจ ดอกบัวทองคำของนางถูกหลิงหยุนทำลายไปมากมาย แต่นางกลับสามารถค้นพบหนทางที่จะจัดการกับหลิงหยุนได้ และมันก็ได้ผลเกินคาดอย่างมากด้วย! หลิงหยุนนึกถึงแผนการต่างๆที่ได้ใช้เวลาปรึกษาหารือกับอาวุโสฉางเฟิง และโฉวเปิ่นอยู่นาน แต่หลังจากได้เห็นความเจ้าเล่ห์ของเทพธิดาองค์นี้ เขาก็ได้แต่คิดว่า คงจะต้องปรับเปลี่ยนแผนใหม่ไปตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า.. เวลานี้หลิงหยุนจำต้องระมัดระวัง เพื่อมิให้เกิดอันตรายกับผู้บริสุทธิ์ได้!หลิงหยุนรู้ดีว่าเมื่อครู่หากเขาไม่ชักกระบี่กลับ ต่อให้หนิงหลิงยู่จะเข้าสู่ขั้นจินตัน ก็ยากที่นางจะสามารถหลบความเร็วของกระบี่ตนได้ และอีกฝ่ายจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน!จากนั้นการต่อสู้ก็คงจะจบสิ้นลง!แต่หลิงหยุนไม่กล้าพอที่จะเดิมพันเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่า หญิงสาวที่ร้องเรียกเขาว่า ‘พี่ใหญ่’ เมื่อครู่นั้น จะเป็นหนิงหลิงยู่ตัวจริง หรือว่าตัวปลอมแน่ด้วยเหตุนี้การที่เขาชักกระบี่กลับ จึงเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายสามารถทำร้ายตัวเขา จนได้รับบาดเจ็บเช่นนี้! “เรื่องนี้..ข้าขอมอบสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจให้กับเจ้า และไม่ว่าจะผลลัพธ์จะเป็นเช่นใด ข้าจะไม่ตำหนิเจ้าเลยแม้แต่น้อย!”ในระหว่างที่รักษาอาการบาดเจ็บอยู่นั้นจู่ๆ คำพูดของฉินจิวยื่อก็ดังขึ้นมาในโสตประสาทของหลิงหยุน!จะให้เขาสังหารหนิงหลิงยู่อย่างนั้นหรือเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรกันในเมื่อเขามาที่นี่เพื่อช่วยนาง!ในระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่ในใจนั้นสายตาของหลิงหยุนก็กวาดมองไปรอบตัว และพบว่า เวลานี้หนิงหลิงยู่ยังเหลือดอกบัวทองคำอีกสามสิบหกดอก..ภายในเวลาแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวหลิงหยุนก็สามารถทำลายดอกบัวทองคำของหญิงสาวไปได้ถึงสี่สิบห้าดอกในคราเดียว..“ข้าหาได้สนใจไม่ว่าเมื่อครู่จะเป็นหนิงหลิงยู่ตัวจริง หรือตัวปลอม! ขอเพียงแค่เทพธิดาผู้อยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นเก้า ที่สละตัวเองมาอยู่บนโลกมนุษย์ ยอมเรียกข้าว่า ‘พี่’ เพียงแค่นี้ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งแล้ว!”“เจ้าร้องเรียกข้าอีกสิเร็วเข้า! เรียกข้าว่าพี่หลิงหยุนอีกสิ!”จากนั้นหลิงหยุนก็เริ่มกล่าววาจาลามกกับหนิงหลิงยู่ “ข้ายิ่งฟังก็ยิ่งมีความสุขยิ่งนัก! แต่อีกไม่นาน เจ้าจะเรียกข้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป เจ้าจะเรียกข้าว่า ‘พี่หลิงหยุน’ ด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนฉอเลาะ แต่ไม่ใช่ในสนามต่อสู้นี้..”“เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าเป็นที่ใดเอาล่ะข้าจะบอกให้.. บนเตียงนอนของข้าอย่างไรเล่า! ฮ่าๆๆ”หลังจากที่ได้ฟังวาจาลามกของหลิงหยุนสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งในทันที หนิงหลิงยู่กัดฟันกรอด ฝ่ามือทั้งสองกำแน่น พร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว..แต่ถึงแม้จะโมโหโทโสไปก็คงไร้ประโยชน์ในเมื่อเวลานี้ นางได้ตกมาอยู่ในโลกใบเล็กๆ กับหลิงหยุนเพียงลำพังแล้ว และนางก็ไม่สามารถที่จะหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้!นั่นเพราะเวลานี้พู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ได้ทำการเขียนอักษร แยกบริเวณกว่าหลายร้อยไมล์นี้ให้เป็นเสมือนโลกเล็กๆอีกใบ ที่ตัดขาดจากสรวงสวรรค์และปฐพีเด็ดขาด ทำให้นางไม่อาจหลบลี้หนีไปที่ใดได้..ด้วยเหตุนี้ทำให้หนิงหลิงยู่ไม่สามารถใช้วิชาคลื่นคงคา และวิชาพฤกษาขจีได้ นั่นเพราะทั้งผืนน้ำ และพื้นพรรณล้วนตั้งอยู่บนผืนดิน แม้ว่านางจะสามารถเรียกมาใช้ได้ ก็คงจะไม่มีอานุภาพแข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับหลิงหยุนได้เป็นแน่ในโลกใบเล็กๆแห่งนี้กายอัปสรของนางก็ไร้ประโยชน์ เพราะไม่อาจดูดซับเอาพลังชีวิตที่อยู่ระหว่างสวรรค์กับผืนดินเข้าไปได้ จึงต้องใช้พลังชีวิตที่มีอยู่ในร่างเท่านั้น แต่ยิ่งใช้ก็ย่อมต้องยิ่งหมดไป..เวลานี้แม้ว่าทั้งฉางเฟิง และโฉวเปิ่นจะมิได้เข้ามายุ่งกับการต่อสู้ตั้งแต่แรก แต่หนิงหลิงยู่ก็รู้ดีว่า เวลานี้ นางเองหาได้ต่อสู้กับหลิงหยุนเพียงลำพังไม่ แต่กำลังต่อสู้กับยอดฝีมือถึงสามคนในคราเดียวต่างหาก!