ตอนที่ 1223
บทที่ 1655 : ของขวัญสำหรับสหาย
October 22, 2026
บทที่ 1655 : ของขวัญสำหรับสหาย เมื่อครั้งที่อยู่บริเวณทะเลสาบผอหยางหลิงหยุนกับเย่ชิงซินก็เคยสนทนาเกี่ยวกับเรื่องของคุนหลุนเช่นกัน.. ในครั้งนั้นเย่ชิงซินได้พูดถึงบุญคุณความแค้นในอดีต ระหว่างตระกูลหลิงกับคุนหลุนขึ้นมา แต่เมื่อหลิงหยุนได้สอบถามเรื่องที่ตั้งของคุนหลุน นางกลับจงใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา และไม่พูดถึงเรื่องคุนหลุนอีกเลย แต่สิ่งหนึ่งที่เย่ชิงซินพูดออกมาก็คือคุนหลุนเป็นสถานที่ซึ่งเหล่าผู้ฝึกบ่มเพาะพลัง ต่างใฝ่ฝันที่จะได้เข้าไป.. แต่ครั้งนั้นหลิงหยุนยังไม่เข้าสู่ด่านกลางขั้นพลังชี่ด้วยซ้ำไป เย่ชิงซินจึงเลี่ยงที่จะตอบคำถาม และหลิงหยุนเองก็ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะคาดคั้นนางในเวลานั้น ต่อให้รู้ไป เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี แต่ตอนนี้หลิงหยุนได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) แล้ว และสามารถที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐานได้ทุกเวลา และด้วยของวิเศษที่มีอยู่ในมือเวลานี้ หลิงหยุนมั่นใจว่า ตนเองจะสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นจินตันได้อย่างแน่นอน.. จะว่าหลิงหยุนโอ้อวดจนเกินไปก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องนัก นั่นเพราะ จากการต่อสู้กับหนิงหลิงยู่เมื่อครู่นี้ ก็นับเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี! อีกทั้งเวลานี้เขาก็ยังมีของวิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกถึงสามอย่าง ซึ่งก็คือ แส้และเชือกที่ทำจากหลิวเทวะวิญญาณ กับแผ่นคัมภีร์สีทองลึกลับนั่น.. คุนหลุนเป็นเช่นใดอย่างนั้นหรือ เวลานี้หลิงหยุนได้พบกับมือกระบี่ขั้นจินตัน ที่ได้ฝึกฝนอยู่ในคุนหลุนตลอดระยะเวลานานถึงหกสิบปี และเพิ่งจะได้ออกจากคุนหลุนเป็นครั้งแรก แต่ความแข็งแกร่งของเขา กลับไม่สามารถทำให้หลิงหยุนรู้สึกตกใจได้.. หลิงหยุนเชื่อว่าตราบใดที่เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อสร้างรากฐาน ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในเวลานั้น หากเข้าไปในคุนหลุน จะสามารถรับมือกับยอดฝีมือขั้นหยวนอิงได้ โดยไม่เพลี่ยงพล้ำมากนัก ด้วยเหตุนี้เมื่อเอ่ยถึงคุนหลุน หลิงหยุนกลับไม่รู้สึกว่า คุนหลุนเป็นสิ่งลี้ลับอะไรอีก เขาเพียงแค่ต้องการรู้จักคุนหลุนให้มากขึ้นกว่านี้เท่านั้น และแน่นอนว่าเวลานี้นับเป็นโอกาสทอง ซึ่งเหมาะสมที่สุดที่จะสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับคุนหลุน! แต่กลับคิดไม่ถึงว่าชียวิ๋นจื่อจะหัวเราะ และตอบหลิงหยุนกลับไปว่า.. “ฮ่าๆๆสหายน้อยหลิงหยุน ข้าเข้าใจดี และรู้ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าเป็นคนของคุนหลุน และมาจากคุนหลุน หากเจ้าต้องการรู้สิ่งใด ก็ย่อมเอ่ยถามออกมาได้ ข้าย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่รู้ เพียงแต่.. ข้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏของคุนหลุนอย่างเคร่งครัด สิ่งใดห้ามแพร่งพราย ข้าย่อมไม่สามารถปริปากบอกเจ้าได้เด็ดขาด! ต่อให้เจ้าบังคับข่มขู่ หรือสังหาร ข้าก็ไม่อาจปริปากบอกเจ้าได้จริงๆ!” “…..” หลิงหยุนถึงกับนิ่งอึ้งและได้แต่คิดในใจว่า ‘หึ! ช่างเป็นคำปฏิเสธที่ง่ายดายเหลือเกิน!’ แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ชียวิ๋นจื่อไม่ถึงกับปฏิเสธเลยเสียทีเดียว และได้บอกเป็นนัยๆว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่เขายังสามารถเอ่ยบอกได้.. “ถ้าเช่นนั้นท่านก็จงบอกเล่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับคุนหลุนให้ข้าฟัง เฉพาะที่ท่านสามารถเอ่ยออกมาได้เท่านั้น!” ชียวิ๋นจื่อถึงกับยิ้มขื่นและตอบกลับไปว่า “ข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้สหายน้อย! เจ้าอยากรู้สิ่งใดเกี่ยวกับคุนหลุน ก็จงถามออกมา หากตอบได้ ข้าก็จะตอบ หากตอบไม่ได้ข้า ข้าก็จะเงียบ..” “ตกลง!” หลิงหยุนไม่ต้องการให้ชียวิ๋นจื่อต้องลำบากใจมากนักเพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีศิษย์คุนหลุนคนใด ที่ยินดีจะนั่งสนทนากับเขาเช่นนี้มาก่อนเลย ในเมื่อมีโอกาส เขาจึงต้องรีบฉวยเอาไว้ก่อน จะมานั่งเลือกได้อย่างไรกันอีกเล่า “ท่านอาจารย์ปู่เชิญท่านดื่มชาเสียก่อน!” หลังจากที่หายไปครู่หนึ่งในที่สุดเจี้ยนกังก็กลับมาพร้อมกับชาที่ชงเสร็จเรียบร้อย เขาประคองถ้วยชาส่งให้ชียวิ๋นจื่อด้วยความเคารพนบนอบ “หลิงหยุนเจ้าก็ดื่มชาด้วยสิ!” หลังจากนั้นหลี่เจี้ยนกังก็หันไปยกถ้วยชาอีกหนึ่งถ้วย ส่งให้กับหลิงหยุนเช่นกัน “ขอบคุณท่านเจ้าสำนักหลี่!” หลิงหยุนรับถ้วยชามาดื่มแล้วจึงหันไปบอกกับหลี่เจี้ยนกังว่า “เจ้าสำนักหลี่ พวกเรามาหารือเรื่องสำคัญของท่านก่อนดีหรือไม่” หลี่เจียนกังนั่งลงตรงข้ามหลิงหยุนพร้อมตอบกับไปว่า “ก็ดี!” หลิงหยุนไม่ต้องการเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้มากนักจึงรีบเอ่ยบอกหลี่เจี้ยนอย่างตรงไปตรงมา “ในเมื่อท่านเองเป็นตัวแทนของเจ้าสำนักคนอื่นๆไหนลองบอกข้ามาว่า ท่านมีวิธีที่จะสะสางความแค้น ที่เจ้าสำนักเหล่านั้นมีต่อน้องสาวของข้าเช่นใด” หลี่เจี้ยนกังดูเหมือนจะมีแผนการอยู่ในใจแล้วจึงได้ตอบหลิงหยุนกลับไปทันที “เรื่องนั้นข้าเองมีแผนการไว้ในใจแล้ว ขอเพียงเจ้ารับปากมิให้หนิงหลิงยู่เข้ามาในเขตเขาคุนหลุนอีก ข้าย่อมมีวิธีที่จะเจรจากับเจ้าสำนักน้อยใหญ่ ให้พวกเขาเลิกคิดแก้แค้นน้องสาวของเจ้าได้..” “และไม่จำเป็นต้องมีการชดใช้ใดๆ” หลิงหยุนจ้องมองหลี่เจี้ยนกังด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “มันง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวรึไม่ต้องมีการชดใช้ใดๆ ทำราวกับไม่เคยมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรกัน?” หลี่เจี้ยนกังฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มขื่นก่อนจะยกมือขึ้นผายไปทางหลิงหยุน และเอ่ยขึ้นว่า “ความแข็งแกร่งของเจ้าอย่างไรเล่า! เพียงแค่นี้ ข้ายังต้องทำอะไรมากมายอีก นอกจากชี้ให้พวกเขาเห็นผลลัพธ์ของการคิดแก้แค้น..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับเก้อเขินจนต้องยกมือขึ้นเกาหลังศรีษะตนเอง หลิงหยุนรับรู้ได้ถึงความจริงใจของหลี่เจี้ยนกัง และนึกชื่นชอบเขาอยู่ไม่น้อย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลิงหยุนจึงได้ตัดสินใจบอกหลี่เจี้ยนกังไปว่า“เจ้าสำนักหลี่ข้าขอบอกท่านตามตรง วันข้างหน้าอีกไม่นานนัก ข้าจะต้องเข้าคุนหลุนอย่างแน่นอน! ข้าได้ยินมาว่า สำนักกระบี่คุนหลุนของท่าน มีหน้าหน้าที่พิทักษ์ประตูคุนหลุน..”ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดเผยจริงใจตรงไปตรงมาเช่นนี้หลิงหยุนจึงต้องการบอกกล่าวอีกฝ่ายให้ได้รู้ล่วงหน้า..หลี่เจี้ยนกังหันไปมองชียวิ๋นจื่อก่อนจะหันกลับไปตอบหลิงหยุนว่า “ความจริง ข้าเองก็ดูออกตั้งนานแล้วว่า ช้าเร็วเจ้าก็ต้องบุกเข้าคุนหลุนให้ได้!”“แต่นั่นเป็นเรื่องของเจ้าหากเจ้าต้องการบุกเข้าคุนหลุน การขัดขวางย่อมเป็นหน้าที่ของพวกเราสำนักกระบี่คุนหลุนเช่นกัน แต่หากไม่สามารถขัดขวางได้สำเร็จ ข้าก็คงจะทำอะไรมิได้..”“ข้าเพียงแต่หวังว่าหากวันนั้นมาถึง เจ้าจะเมตตาต่อศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุน ที่จำเป็นต้องทำหน้าที่ด้วย..”หลี่เจี้ยนกังเอ่ยบอกหลิงหยุนอย่างตรงไปตรงมาแต่ด้วยความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันมากระหว่างสองฝ่าย หลี่เจี้ยนกังจึงได้แต่ร้องขอหลิงหยุนว่า ขออย่าได้สังหารศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุน ที่จำเป็นต้องทำหน้าที่ขัดขวางด้วยความจำเป็นส่วนชียวิ๋นจื่อที่นั่งอยู่ข้างๆนั้นได้แต่นั่งหลับตานิ่ง เสมือนว่ามิได้ยินได้ฟัง หรือรู้เห็นในเรื่องที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่!หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและตอบหลี่เจี้ยนกังกลับไปว่า “ท่านเจ้าสำนักหลี่ เรื่องนั้นท่านวางใจได้ ข้ารับปากท่าน เมื่อใดที่ข้าต้องการบุกคุนหลุน ข้าจะไม่บังคับให้ท่านบอกประตูทางเข้าคุนหลุนแก่ข้าอย่างเด็ดขาด และจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้เฝ้าประตูคุนหลุนล่วงรู้..”หลี่เจี้ยนกังจ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ชายชาตรีย่อมรักษาวาจายิ่งชีพ!”หลิงหยุนตอบกลับเพื่อให้หลี่เจี้ยนกังมั่นใจมากยิ่งขึ้น“ข้าพูดคำไหนคำนั้น!”หลี่เจี้ยนกังลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ“ในเมื่อเจ้ารับปากเช่นนี้ ข้าก็มั่นใจว่า ในวันข้างหน้าสำนักต่างๆบนเขาคุนหลุน จะต้องอยู่อย่างสงบสุขเป็นแน่!”หลิงหยุนเองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันและย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เยี่ยม! จากนี้ไปข้าจะไม่นับว่าสำนักกระบี่คุนหลุนเกี่ยวข้องกับคุนหลุนอีก และตราบใดที่สำนักกระบี่คุนหลุนไม่สร้างปัญหาให้ข้า ข้าก็จะให้สำนักกระบี่คุนหลุนได้อยู่อย่างสงบสุขต่อไป..”นับว่าคำมั่นสัญญาที่หลิงหยุน และหลี่เจี้ยนกังมอบให้กันและกันในวันนี้ เป็นสิ่งที่ล้ำค่าสำหรับคนทั้งคู่ยิ่งนัก!เวลานี้อีกหนึ่งสถานะของหลิงหยุนก็คืออาวุโสแห่งหน่วยนภา เขาคุนหลุนเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ หากยังต้องมีการแก้แค้นเข่นฆ่ากันขึ้นอีก หลิงหยุนคงจะต้องเสียเวลา และพลังไปกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้ อีกทั้งยังต้องหาวิธีรายงานเรื่องราวทั้งหมดให้กับหน่วยนภาเข้าใจด้วยในเมื่อหลี่เจี้ยนกังเสนอวิธีแก้ปัญหาเช่นนี้เห็นได้ชัดว่า เขาเลือกที่จะอยู่ข้างหลิงหยุน อีกทั้งยังช่วยลดปัญหายุ่งยากให้กับหลิงหยุนได้มากด้วยและด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้หลิงหยุนตัดสินใจตอบแทนหลี่เจี้ยนกัง ด้วยการรับปากว่าจะไม่รุกรานสำนักกระบี่คุนหลุน และจะให้อยู่อย่างสงบสุข! แต่ดูเหมือนเพียงแค่วาจาจะยังไม่เหมาะสมนักเพราะถึงอย่างไร หลี่เจี้ยนกังก็เป็นถึงเจ้าสำนักกระบี่คุนหลุน หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด หลิงหยุนก็ได้เรียกแหวนพื้นที่ออกมาหนึ่งวง เขาวางมันไว้ตรงหน้าหลี่เจี้ยนกัง พร้อมกับเอ่ยบอกว่า“เจ้าสำนักหลี่นี่คือแหวนพื้นที่ ข้าขอมอบให้ท่านเป็นรางวัล!”“ภายในพื้นที่ของแหวนวงนี้มีขนาดสิบตารางเมตรหากท่านได้แหวนพื้นที่วงนี้ไป วันหน้าคงจะสะดวกสบายมากขึ้น หากต้องเดินทางไปไหนต่อไหนอีก!”หลี่เจี้ยนกังถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึงและได้แต่คิดในใจว่า นี่เขายังไม่ได้ทำความดีความชอบอะไรให้กับหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่แสดงความจริงใจออกไปอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น เขาถึงกับได้สมบัติล้ำค่าถึงเพียงนี้มาครองเชียวหรือนี่คือแหวนพื้นที่!“เอ่อ..อา.. อาจารย์ปู่! ท่านคิดเห็นเช่นใด”หลี่เจี้ยนกังทำสีหน้าท่าทางละล้าละลังแม้จะอยากได้มาก แต่ก็ไม่กล้ารับไว้ในทันที จึงได้แต่หันไปถามความเห็นจากชียวิ๋นจื่อเสียก่อน..ชียวิ๋นจื่อที่นั่งหลับตาอยู่นั้นเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนหยิบแหวนพื้นที่ออกมา ดวงตาทั้งคู่ถึงกับเบิกกว้างขึ้นทันที ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็กุมเข้าที่เอวของตนเอง ซึ่งมีกระเป๋าพื้นที่สำหรับบรรจุอาวุธ และของวิเศษต่างๆ แต่ก็มีพื้นที่ความจุเพียงแค่สองตารางเมตรเท่านั้น!ชียวิ๋นจื่อแทบน้ำตาไหลและรีบบอกกับหลี่เจี้ยนกังไปว่า “เจ้ายังจะนั่งมองอะไรอยู่อีกเล่า ในเมื่อสหายน้อยมอบให้เจ้าเป็นรางวัล เจ้าก็รับไว้สิ! หากไม่ต้องการ ก็เอามาให้ข้า..”หลังจากที่ได้เห็นแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนซึ่งมีความจุมากกว่ากระเป๋าพื้นที่ของเขาถึงแปดตารางเมตร ชียวิ๋นจื่อก็ไม่สามารถรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้อีก!หลังจากได้รับอนุญาตจากชียวิ๋นจื่อแล้วหลี่เจี้ยนกังก็รีบเอื้อมมือไปคว้าแหวนพื้นที่ขึ้นมาทันที จากนั้นจึงได้รีบหยดโลหิตลงไปบนตัวแหวนอย่างรวดเร็ว!“โอ้!ข้านี่ช่างเสียมารยาทเสียจริงๆ!”หลิงหยุนหันไปเอ่ยกับชียวิ๋นจื่อ“ดูเหมือนอาวุโสเองก็จะยังไม่มีแหวนพื้นที่สินะ แต่น่าเสียดายที่แหวนพื้นที่ของข้าหมดแล้ว..”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะหลอมแหวนพื้นที่วงใหม่ให้กับท่านเอง!”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้เรียกศิลากลั่นวิญญาณออกมา และใช้กระบี่เหินเงาธนูตัดหินออกมาส่วนหนึ่ง ก่อนจะนำมาแกะสลักเป็นแหวน และทำการสลักค่ายกลพื้นที่ไว้ด้านในในไม่ช้าหลิงหยุนก็ได้แหวนพื้นที่วงใหม่ ซึ่งมีความจุมากถึงห้าสิบตารางเมตรเลยทีเดียว เขายื่นแหวนวงนั้นให้กับชียวิ๋นจื่อ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“อาวุโสนี่คือของขวัญที่ข้าขอมอบให้กับท่าน สำหรับการพบกันครั้งแรกของเรา! ท่านลองสวมดูว่าพอใจหรือไม่”บทที่ 1656 โลกแห่งขุนเขาและผืนทะเล“เอ่อ..”ชียวิ๋นจื่อมีสีหน้าท่าทางกระอักกระอ่วนไม่น้อย..เขานั่งมองขั้นตอนการทำแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนด้วยความตกตะลึงและภายในเวลาไม่นานนัก ชียวิ๋นจื่อก็เห็นแหวนสีเทาเป็นประกายลอยอยู่ตรงหน้าเขา